บทที่ 1 เปิดเทอม

  

  

“ ตื่นขึ้นมาเลยนะเด็กขี้เซา นี่แกจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง เจ้าปลา ตื่นไปจัดการตัวเองเดี๋ยวนี้ “  


O_o"


ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนอื่นหรอก ผู้หญิงที่สามารถแผดเสียงดังได้ 8 หลอดขนาดนี้ มีแม่ของปลาคนเดียว ปลางัวเงียเดินเข้าห้องน้ำชนิดที่แทบจะไม่ลืมตาตื่นเลยเสียด้วยซ้ำ 

“ อย่ามาทำอ้อยสร้อยนะปลา วันนี้เปิดเรียน  ไหนแกบอกว่าจะต้องไปโรงเรียนแต่เช้า นี่จะ7 โมงแล้วนะ “


ปลาสะดุ้งกับคำพูดของแม่  ใช่! วันนี้เปิดเทอม ที่สำคัญวันนี้เป็นวันแรกที่ปลาเป็นพี่บิ๊กประจำโรงเรียน  กว่าจะอยู่ม. 6 ปลาทนมือทนเท้ารุ่นพี่มาตั้งเท่าไหร่  ปลานึกถึงความแค้นตั้งแต่วันที่เข้าเรียนในชั้น ม.1 จนถึงวันที่ปลาตั้งปณิธานเอาไว้ตอนที่อยู่ .5 ว่าปลาต้องหาโอกาสเอาคืนเหมือนรุ่นพี่ให้จงได้

วันนี้ละ ปลาจะจัดการล้างบางให้รุ่นน้องเกรงเลยเชียว  แค่นึกภาพรุ่นน้องตัวสั่นงันงก หัวใจปลาก็พองโตอย่างเป็นสุขอยากจะรีบไปให้ถึงโรงเรียนไวๆ วะฮ่าๆ เอ๊ะ! นี่ปลาแอบซาดิสตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี๊ย

 (>_<)/ 

 แต่งตัวเรียบร้อยปลาก็รีบถือกระเป๋าเดินออกจากบ้าน ขณะยกมือไม้แม่ ไม่วายจะได้ยินแม่สุดที่รัก ให้พร


“ แล้วอย่าให้ฉันต้องไปเซ็นรับแกที่ฝ่ายปกครองเย็นนี้นะ เจ้าปลา “
 
แปลกที่ปลาไม่เคยหงุดหงิดกับคำพูดของแม่ ปลารู้ว่าแม่เป็นปากร้ายใจดี เพราะวันนี้ก็เหลือเพียงปลากับแม่ 2 คนเท่านั้น พ่อหายออกจากบ้านไปเมื่อหลายปีก่อน มันไม่เหมือนอย่างในหนังไทยหรือละครที่ปลาเคยดูหลังข่าว ประเภทพ่อหัวฟาดพื้นจำอะไรไม่ได้แล้วเดินหลงทางหายไปจากบ้าน  เพราะพ่อจำสมบัติทุกชิ้นที่พ่อมีและเอามันติดตัวไปจากบ้านหลังนี้ ทิ้งแม่กับปลาไว้เพียงลำพัง ปลาจึงเติบโตมาแบบที่ต้องพึ่งพาตัวเอง และสามารถให้แม่พึ่งทางใจได้ด้วยในยามที่แม่อ่อนแอ

นิสัยของปลาจึงเป็นไปตามนั้น ปลาสามารถบู๊ได้ทุกรูปแบบ โชคยังดีที่ปลาเรียนที่โรงเรียนหญิงล้วน ไม่เช่นนั้นแม่คงต้องเอามือกุมขมับกว่านี้ แต่ก็ไม่หมายความว่า ปลาไม่เคยมีปัญหากับเด็กผู้ชาย  ในด้านของความรู้สึกปลาไม่ได้มีอคติหรือรังเกียจ ปลาเพียงแต่คิดว่า วันนี้เธอทำหลายๆอย่างได้เท่าผู้ชายทั่วไป  ถ้ามาดี ปลาก็คบเป็นเพื่อน แต่ถ้ามาร้าย เป็นอันว่าจะได้รู้ฤทธิ์กัน

 ปลาเป็นนักกีฬา เทควันโด ในตอนที่เรียนมีหลายคนถามว่า ทำไมปลาเรียนอะไรอย่างนี้ ช่างไม่เหมาะกับความเป็นผู้หญิงของปลาเอาเสียเลย เทควันโด  เป็นกีฬาที่ใช้เท้าเป็นส่วนสำคัญ สาวน้อยคนอื่นอาจใช้มันเต้นบัลเล่ย์ หรือเชียร์ลีดเดอร์ แต่สำหรับปลามันมีไว้เตะสูง ถึงแม้ใครๆจะบอกว่าปลาคงจะมือเบาเท้าเบา เพราะปลามีรูปร่างบอบบางอรชน หากก็ไม่เห็นมีใครกล้าทดสอบว่าตกลงความคิดนั้นเป็นจริงหรือไม่ 

ความสูงเฉียด  170 ทำให้ปลาออกจะเด่นเป็นพิเศษ  รวมไปถึงหน้าตาที่จะต้องยอมรับกันอย่างเปิดอกว่าไม่เหมาะกับคำว่าสวยสักนิด ปลาเหมาะกับคำว่าเท่ห์ หรืออะไรที่ดูดีแบบที่ไม่ใช่ผู้หญิง ลึกๆ ปลาเองก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ทั้งผม ท่าทาง การพูดจา ปลาแทบจะไม่ใช่ผู้หญิง ยกเว้น คำนำหน้าชื่อกับเครื่องแบบนักเรียนหญิง ซึ่งถ้าหากเลือกได้ ปลาก็อยากจะลองสวมชุดนักเรียนชายดูเหมือนกัน บางทีมันอาจจะเหมาะกับปลามากกว่าเครื่องแบบกระโปรง

ด้านกีฬาก็เยี่ยม  ด้านมนุษย์สัมพันธ์ก็มักจะมีสาวใหญ่สาวน้อยใน โรงเรียนมาคลั่งไคล้ปลาอยู่เสมอ ปลาคงจะสมบูรณ์จนน่าอิจฉา เสียไปหน่อย ที่ผลการเรียนของปลากลับสวนทางกับสิ่งเหล่านั้น ชนิดฟ้ากับเหว

  

ที่โรงเรียน
“ เฮ๊ย ! ปลา น้อง ม. 4สายวิทย์ปีนี้น่ารักมากเลยนะ โว๊ย แก  ….เด็กสายศิลป์สู้ไม่ติดเลยว่ะ  “


เสียงต๊อก ร้องทักเมื่อเจอปลาที่ห้อง  วันนี้ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกันมาโรงเรียนแต่เช้าอย่างไม่ได้นัดหมาย 


“ สวยแล้วไง สุดท้ายยังไงก็ไม่ใช่สายวิทย์ห้องห่วยๆอย่างพวกเราหรอก โน้นไม่พ้นห้อง 1 ห้อง 2 “


ปลากับต๊อกเรียน เรียนสายวิทย์ ห้องท้ายๆ แน่นอนเกือบจะทุกโรงเรียนมักจะมีการแบ่งเด็กออกเป็นระดับชั้นอย่างนี้เสมอ และปลาก็มีผลการเรียนเข้ากับที่ห้องนี้ต้องการเสียด้วยสิ ห้องของปลามักจะถูกอาจารย์ท่านต่างๆดูแคลนในด้านผลการเรียน  อาจจะเพราะนิสัยที่เหลืออดของพวกลิงกังอย่างปลา ที่สรรหาเรื่องปวดหัวมาให้ครูอยู่ไม่เว้นวัน


“ ว่าแต่เตรียมรับน้องไว้รึเปล่าต๊อก เห็นนิ่ม เขาซุ่มตั้งแต่ปีก่อน เจ๊ว่าจะเอาคืนสมัยที่เจ๊โดนแกล้ง  “


ปลากระซิบกระซาบถึงนิ่ม  เพื่อนสนิทสาวคนสวยประจำห้องเรียน

“เรียบร้อยอย่าห่วง เที่ยงนี้ เรียกน้องห้องแปดมา แล้วเราก็มาทำความรู้จักกันก่อน แล้วค่อยให้นิ่มมัน บอกว่าจะรับเมื่อไหร่ เอาที่โรงเรียนนี่ละ ไม่ต้องไปไหนไกล จะได้ไม่โดนผู้อำนวยการว่า แกยิ่งจ้องๆเอ็งอยู่ด้วย “


“เฮ้ย! ก็จ้องไปสิ ฉันไม่ได้ทำอะไรนี่หว๊า  เสื้อใส่เบอร์ 54 ผิดกฎโรงเรียนหรือไง ก็เสื้อนักเรียนปักถูกต้องนะ มีกระเป๋านักเรียนมาเรียนทุกวันด้วย รองเท้าถุงเท้าก็สวมถูกระเบียบเป๊ะ จะเอาอะไรหนักหนาวะ “


“ ก็หุ่นอย่างแก ใส่ เบอร์46 ก็พอ นี่แกกะกวนอารมณ์เขาน่ะสิ ล่อซะเบอร์ 54 ใหญ่โคล่งขนาดนี้  แล้วไอ้กระเป๋าหลังเทอมก่อนของแกไปจัดการรึยังละ +++! กระโปรงนักเรียนบ้าอะไรมีกระเป๋าหลังยังกะกางเกงยีนส์ “


ต๊อกพูดไปอย่างอารมณ์ดีเชิงระอาเพื่อน ปลามักเป็นเช่นนี้เสมอ
“กฎ มีไว้แหก “  นั้นแหละที่ปลายึด ดูเหมือนปลาจะเกิดมาเพื่อทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ


“เรื่องอะไรจะเอาออกกว่าจะแอบแม่ตัดได้ ตัวนั้นแพงนา ขอบอก อดขนมตั้งหลายอาทิตย์กว่าจะได้ตัด  เอาออกก็บ้าแล้ว แล้วอีกอย่างเอาออกได้ที่ไหน จะให้เย็บปิดตายมันก็เป็นรอยกระเป๋าอยู่ดี เสียเงินทำไปทำไม”


ปลายักไหล่แบบไม่ยี่หระ

เสียงออดดังแล้ว อีกไม่เกิน 10นาที จะถึงเวลาเคารพธงชาติปลาต้องเป็นคนขึ้นไปร้องนำในวันนี้ ที่สำคัญ ท่านผู้อำนวยการจะนำเหรียญที่ปลาแข่งเทควันโด้ระดับนักเรียน มาให้เพื่อนน้องๆที่โรงเรียนได้ชื่นชมกันด้วย นั่นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ปลาพอจะทำมันให้ได้ดี ปลารักกีฬา โดยเฉพาะ กีฬาเทควันโด ปลาบุกบั่นมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจัง ปลาอาจจะเคยโดดเรียน ฟิสิกส์ เคมี หรือคณิตศาสตร์ แต่ปลาไม่เคยเบี้ยวครูเรื่องซ้อมเลย  ปลาไม่อยากได้ชื่อว่า ทำอะไรไม่ได้ดีสักอย่าง ไม่ว่าจะเรียน หรือกิจกรรม หากเวลาใครถามหรือพูดถึงปลากับแม่ อย่างน้อย ปลาจะได้มีข้อดีเอาไว้ให้แม่ได้พูดอวดกับใครๆได้บ้าง

ปลาเดินถือบทซ้อมพูดหน้าเสาธงที่นิ่มอุตส่าห์เขียนมาให้ เพื่อที่ปลาจะใช้ตอนที่อาจารย์ให้กล่าวขอบคุณ หรือ กล่าวอะไรซึ้งๆ เว่อร์ๆตอนท้าย ระหว่างการเดินท่องอยู่นั้น ปลาเดินชนรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่รู้ว่าเป็นรุ่นน้องเพราะ ปลาเห็นจุดที่ปักบนหน้าอกเป็นสีม่วง น้องคนนี้คงจะเป็นเด็ก ม.5 ส่วนม. 4 มีจุดเป็นสีชมพู และปลาเป็นสีเขียว เมื่อเงยหน้าจะขอโทษ หน้าที่ปลาเห็นไม่ใช่สาวน้อย สะสวยอย่างในหนังสือนิยายเรื่องไหนๆที่ชอบกล่าวบรรยายไว้อย่างสุดจินตนาการ มีเพียงดวงตากลมโต ผิวสีน้ำผิ้ว ผมยาวถักเปียทั้ง 2 ข้างกับสายตาต่อว่าปลา ชนิดค้อนเป็นวงๆ  ปลายิ้มและแทนที่จะขอโทษ ปลากลับเอ่ยคำที่เพื่อนทั้งหมดแปลกใจ


“ น้องชื่ออะไร แล้วทำไมทำหน้าบึ้งจังค่ะ“ ปลาเลือกยิ้มมุมปากน้อยๆ


“ นาว มะนาวค่ะ “ เด็กสาวตอบเสียงเรียบสนิท ปลาจ้องดวงตาเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะเอียงคอถามซ้ำ


“ไม่ใช่ ต้องชื่อจริงสิค่ะ “  เด็กสาวเงียบไปก่อนจะถอนลมหายใจดังเหมือนรำคาญคนที่อยู่ตรงหน้าเต็มที


“ ฐะปะณี ค่ะ” ได้ฟังคำตอบแล้ว ปลาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของเด็กสาว ห่างเพียงไม่เกินคืบ


“  ขอบคุณที่บอกนะค่ะ ฐะปะณี “

ปลายิ้มแล้วเดินผละไปดื้อๆ ชนิดที่เพื่อนต้องถามว่าปลาถามชื่อน้องไปทำไม


“ ถามไปงั้นน่ะ  ที่จริงก็ว่าจะขอโทษแหละ  แต่เห็นหน้าบึ้ง แถมเก๊กสวย เริ่ด เชิดเหลือเกิน เลยไม่รู้จะขอโทษยังไง ที่ถามชื่อเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆนี่หว่า  ดูน้องทำหน้าบูดเป็นตูดลิงดิ ไม่สวยอยู่แล้วเลยไม่สวยหนักเข้าไปอีก  นี่ ไอ้ต๊อก ถามชื่อแค่นี้ทำไมต้องน้องเขาหน้าแดงด้วยวะ นี่ถ้าบอกรัก จะไม่นั่งบิดกับพื้นเลยหรือไง “


“ แกนี่ปากร้ายจริงๆนะปลา ก็แกทำยังกะมุขพระเอกโบราณ แกล้งชนแล้วถามชื่อ นี่ตกลงไม่ได้คิดอะไรเลยถาม?  เฮ๊ย! แล้วนั่นน้องเขายังยืนอายตรงนั้นอยู่อีกเหรอว่ะ  ท่าจะยังไม่ออกจากภวังค์มนต์ดำของแก ”

ปลาชะโงกหน้าไปดูก่อนจะไม่สนใจ  เด็กผู้หญิงคนนี้ก็คงเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆในโรงเรียน ปลามีสิ่งที่ต้องจัดการก่อนที่เพลงชาติและบทสวดมนต์จะจบลง ปลายังท่องไม่ค่อยได้เลย เมื่อท่านผู้อำนวยการประกาศชื่อของปลาพร้อมโชว์เหรียญที่ปลาคว้ามาให้โรงเรียนได้  เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดเรียกชื่อปลาเสียงดังอยู่นานจนท่านผู้อำนวยการต้องบอกให้นักเรียนเบาเสียง  ก่อนจะให้ปลาออกไปพูดอะไรเล็กน้อยกับทุกๆคน


“ กราบเรียนท่านผู้อำนวยการ และคณาจารย์ทุกๆท่าน ....“

เมื่ออยู่หน้าเสาธงปลาสามารถพูดบทความของนิ่มผ่านแบบฉลุย เรื่องต้องจดจำอะไรเร็วๆอย่างฉุกละหุก ปลาถนัดนัก เพราะก่อนสอบ ปลาก็ทำแบบนั้นกับหนังสือเรียนเป็นเล่มๆ  เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น หลังเลิกแถว ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกตัวของปลาไว้   ปลานึกในใจ อะไรจะซวยขนาดนั้น เพิ่งเปิดเทอม เพิ่งจะได้เหรียญ แล้วทำไม ต้องมาซวยเจอท่านผู้อำนวยการเรียกอบรมตั้งแต่ต้นเทอมได้ละนี่


“ ผมเธอนี่ ซอยใช่มั๊ย นกุล “ ท่านผู้อำนวยการ ชี้นิ้วมาที่ผมของปลา


“ฮะแต่ก็ไม่น่าเกลียดนี่ฮะ ปลาต้องซ้อม ผมยาวมากดูแลลำบาก แต่ถ้าจะให้ไว้ทรงบ๊อบที่แบบกะลาครอบเหมือนเด็กสมัยก่อน ปลาก็ทำใจไม่ค่อยได้อะฮะอาจารย์ แล้วนี่ก็แค่ทำให้บางลง ผมก็ทรงนักเรียนเหมือนเดิมเลยฮะ  รับรองไม่ผิดกฎโรงเรียนอย่างแน่นอน“


ปลายิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะรีบแก้ตัวแบบชักแม่น้ำทั้ง ร้อยแปดสาย
“ คำว่าฮะใช้กับเด็กผู้ชายเธอเป็นผู้หญิง เมื่อไหร่จะแก้ได้เสียที นกุล เธอ ม. 6แล้วนะ “


ท่านผู้อำนวนการส่ายหน้าอ่อนใจ ไม่ว่าจะเตือนเรื่องไหน ก็ดูเหมือนปลาจะลื่นไหลไปได้เรื่อย


“ ฮะ อาจารย์  คราวหลังปลาไม่พูดก็ได้ฮะ  “ พอผู้อำนวนการทำท่าจะพูดดุต่อ  ก็กลับเปลี่ยนใจ


“ ไปเถอะไป ขึ้นเรียนได้แล้วประเดี๋ยวจะเข้าเรียนไม่ทันเพื่อน “


ปลายิ้มก่อนจะไหว้ลาอาจารย์ วันนี้ผู้อำนวยการต้องอารมณ์ดีแหง๋ๆเพราะบ่นเรื่องปลาเท่าปลายก้อย

 

 

 

  

บทที่ 2 อริใหม่

  

  

วันนี้ มีน้องๆ เอาจดหมายฝากต๊อกมาให้กับปลาหลายฉบับ น้องๆที่นี้มักปลื้มคนลักษณะอย่างปลา อาจจะเพราะแฟชั่น อาจจะเพราะที่นี้คือโรงเรียนหญิงล้วน ทำให้พวกเธอเหล่านั้นหันมาปลื้มสาวห้าวได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับปลา  ปลารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เมื่อปลาเอ่ยปากพูดกับแม่ถึงความรู้สึกที่เกิด แม่บอกปลาว่าเพราะยังอยู่ในหมู่ผู้หญิงมากกว่า วันหนึ่งปลาจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ  มีแฟนเป็นผู้ชาย แต่งงาน มีครอบครัว ตอนนี้ปลาอาจจะไม่ได้เป็นทอมจริงๆ แต่เป็นเพราะเวลาสิ่งแวดล้อมและเรื่องพ่อที่หลอมให้ปลาต้องเป็นแบบนี้  สำหรับปลา ปลากลับแน่ใจว่านี่ต่างหากชีวิตปกติของปลา

ในห้องเรียนปลานั่งโต๊ะชิดกับนิ่ม ด้านหน้าคือต๊อกกับโอม โต๊ะข้างๆคือ กานต์และฝ้าย กลุ่มของปลามีอยู่เท่านี้ พวกปลาผูกพันกันมาตั้งแต่ ม. 1จนนี่ก็ปีสุดท้ายแล้วความผูกพันย่อมมีมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ  เพื่อนในกลุ่มเกือบทั้งหมด มีลักษณะแบบเดียวกับปลา ไม่ว่าจะต๊อก โอม ฝ้าย กานต์ มีเพียงนิ่มเพื่อนสนิทอีกคนของปลาที่ไม่เหมือนเพื่อนสาวห้าวคนอื่นๆ นิ่มอ่อนหวาน นิ่มสดใส ผมหางม้าที่ถูกรวบไว้ด้วยโบว์สีขาว ความเดียงสาของนิ่ม บางทีก็ทำให้ปลาละสายตาของเพื่อนคนนี้ไม่ได้ ปลาพยายามย้ำกับตัวเอง ต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นในความเป็นเพื่อนระหว่างปลาและนิ่ม แต่ทุกครั้งดูเหมือนความพยายามนั้น กลับทำท่าจะล้มเหลว

 นิ่มเป็นสาวสวยชนิด เพื่อนที่เป็นทอมคล้ายๆปลาหลายคนคอยตามเทียวไล้เทียวขื่อส่งขนมจีบให้ตลอด ไม่เว้นแม้แต่รุ่นน้อง  ปลากับนิ่มจึงตกลงในพันธสัญญาที่ว่า จะบอกน้องๆทุกคน ปลากับนิ่มเป็นแฟนกัน เพื่อจะกันไม่ให้ใครมายุ่งทั้งกับปลาและนิ่ม มันเป็นข้อตกลงที่ดูสมบูรณ์ดี ปลาไม่ได้อยากมีแฟนตอนนี้ นิ่มเองก็รำคาญทอมละอ่อนพวกนั้นเต็มแก่ เราทั้งคู่ต่างได้ประโยชน์กับข้อตกลงที่สมมุติขึ้น นิ่มเองคงไม่คิดอะไรไปเกินกว่าความเป็นพื่อน ที่ยอมตกลงสัญญาบ้าๆนี่ ก็เพราะเห็นปลาเซ้าซี้ให้ช่วยเหลือบ่อยๆ

 ปลาต่างหาก ในความสนิท ปลามองนิ่มตลอดมา หลายครั้งปลาซื้อขนมมาแก้เก้อเมื่อนึกเรื่องที่จะคุยกับนิ่มไม่ออก ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน นั่งโต๊ะติดกันแท้ๆ  แต่ทำไมเวลาปลาจะคุยกับนิ่มก็กลับรู้สึกไม่กล้า ประหม่า และใจเต้นตูมตามอยู่เรื่อย  ปลาเก็บงำเอาไว้ไม่บอกใครแม้แต่คนเดียว และคงไม่มีใครสังเกตเห็นความรู้สึกของปลาด้วย แม้แต่ ต๊อก เพื่อนที่ปลาไม่เคยมีความลับสักเรื่องก็เถอะ

 ในวันแรกของการเรียนทุกอย่างราบรื่น เพื่อนๆมีเรื่องในช่วงปิดเทอมมาเล่ามากมาย เวลาพักกลางวันกลุ่มปลามาทานข้าวที่โต๊ะใต้ต้นหูกวางข้างโรงอาหาร ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าที่นี้คือที่ประจำของกลุ่มพวกปลา  พวกปลานั่งที่นี้มานาน   นานจนไม่มีใครคิดจะมายุ่งกับโต๊ะม้าหินตรงนี้ แต่วันนี้ ปลาเห็นรุ่นน้องมานั่งที่โต๊ะของปลา ปลายืนมองขณะที่ในมือ ถือจานข้าวและแก้วน้ำ ปลากระซิบให้ โอมเดินเข้าไปถามชื่อ เป็นการหยั่งเชิง ว่ารุ่นน้องมานั่งผิดมุม  โอมเดินเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งชี้ไม้ชี้มือมาทางปลา เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มหันหน้ามามองพวกปลาด้วยปลายหางตา  พร้อมทั้งพูดขึ้นมาเสียงดัง หวังให้ปลาได้ยิน

“ แล้วทำไมต้องบอก “


เด็กสาวที่พูดทำท่าไม่ยี่หร่าพร้อมทั้งก้มลงดูดน้ำอย่างสบายอารมณ์ เพื่อนๆของเด็กสาวดูจะเบิกบานกับการกระทำของเพื่อนตนเหมือนมีขาใหญ่อยู่ในกลุ่ม ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กนักเรียนใหม่ เปรี้ยวซ่าเป็นมะนาวหน้าร้อนอย่างงี้ คงยังไม่เคยอยู่ระบบรุ่นพี่ รุ่นน้องมาก่อน โรงเรียนของปลาที่นี้เป็นระบบเคารพอาวุโสมากที่เดียว เหมือนที่บอก กว่าจะมายืนจุดนี้ปลาโดนรุ่นพี่ เล่นงานจนรอคอยแต่จะล้างแค้น ปลายิ้มที่มุมปาก อะไรจะโชคดี เจอหมูวิ่งมาชนบังตอง่ายดายอย่างงี้ 


“ รู้มั๊ย ว่าถ้าไม่ใช่ม. 6 ไม่ควรมานั่งที่นี้ ที่ของพวกเธอควรเป็นด้านหน้าอาคารเรียนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนตรงนี้ “


ปลาตะโกนถาม ขณะที่ยืนอยู่หน้าตึกห่างจากโต๊ะราว 10 เมตร เด็กสาวเอียงคอเล็กน้อยพร้อมทั้งยักไหล่  แบบช่วยอะไรไม่ได้ แล้วหันไปนั่งคุยกับเพื่อนต่อ ราวกับไม่ได้ยินคำถามที่ปลาถามเมื่อครู่ ต๊อกลากปลามาที่โต๊ะไม้ซึ่งอยู่ห่างไปอีกทาง ต๊อกกลัวใจของปลา เพราะขานี้ลองพวกเด็กนั้นแหย่ปลาอีกคำเดียวเป็นอันว่า จบเห่

“ เอาน่าปลา มันยังเด็ก เพิ่งเข้าน่าไม่รู้อะไร เดี๋ยวเราให้ฝ้ายไปคุยที่หลัง ช่างเหอะวันนี้ นั่งทานนี่ละ “


เพื่อนๆทุกคนก็ออเออห่อหมกกับต๊อกแบบง่ายๆ ปลานั่งดื่มน้ำหวานจากแก้วแบบไม่พูดไม่จา ต๊อกได้แต่พูดให้เพื่อนใจเย็น ดูเหมือนทุกอย่างน่าจะลงตัวดีแล้ว แต่จู่ๆ ปลาก็ลุกยืนกลางโต๊ะแล้วพูดขึ้นมาว่า


“ ใครยอมฉันไม่รู้ แต่ไม่ใช่ฉัน บอกให้เคารพความเป็นรุ่นพี่ พวกมันยังทำไม่ได้ วันหน้าจะสอนอะไรได้ละ พวกแกรู้ไหม ตอนฉันเท่ามันน่ะ ฉันโดนอะไรมาบ้าง ใครไม่ไปเอาโต๊ะคืนมาก็นั่งนี่แหละ ฉันจะไปเอง”

จบคำ ปลาก็หันไปตะโกนบอกรุ่นน้องให้รอที่โต๊ะให้ครบอย่าหนีไปแม้แต่คนเดียว  พอปลาลุก เพื่อนๆทุกคนก็ลุกตามปลาไปด้วย เมื่อไปถึงปรากฎว่า เด็กพวกนั้นกลับวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง เพราะได้ยินเสียงเข้มผิดปกติที่ปลาตะโกนโวกเวกเมื่อครู่


“ พวกมันแน่มาก กล้าลุกออกไปจากโต๊ะ ทั้งๆที่ฉันบอกเอาไว้แล้วว่าห้ามลุกแม้แต่คนเดียว  ฮึ่ม!!“


“ เหอะ ไหนๆ พวกเราก็ได้โต๊ะคืนแล้ว แกจะเอาอะไรกับเด็กอีกวะ “ ต๊อกเขย่าแขนเพื่อนเบาๆ


“ บอกแล้วไง ใครจะไม่เอาเรื่องฉันก็ไม่ว่า แต่ฉันน่ะจะไม่มีวันย่อมให้เด็กนรกพวกนี้ลอยนวล “


ปลาสะบัดแขนจากต๊อก มันเจ็บที่ใจชนิดที่ว่าจะต้องรู้ให้ได้ ว่าเรียนห้องไหน  เมื่อทานข้าวเสร็จมีการนัดน้องมาประชุมเพื่อเตรียมกิจกรรมที่จะต้องทำกันทั้งเทอม และแนะนำพี่รหัสแต่ละชั้นเรียน แต่สิ่งที่ทำให้ปลายิ้มออกเหมือนพระเจ้าเข้าข้าง คือกลุ่มตัวแสบที่ปลาตามหา บังเอิญให้มาเป็นน้องรหัส เรียนสายวิทย์ห้องแปดเหมือนปลานั่นเอง ปลายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ตั้งใจจะเขียนเสือให้วัวกลัว โดยการเข้าไปต่อว่า

แต่ยังไม่ทันได้เริ่มพูดอะไร ต๊อกที่ยืนอยู่ข้างๆก็พ่นสารพัดคำออกมาเสียก่อน โอม กานต์ หรือแม้แต่ฝ้าย ทุกคนต่างจากเมื่อตอนบ่ายที่ห้ามปลาแบบพลิกซ้ายเป็นขวา ถ้าให้ชัดจะเห็นภาพปลานั่งนิ่งๆมองเพื่อนๆแต่ละคนแท็คทีมเอ็ดตะโรเด็กโดยไม่พูดสิ่งใดสักคำ ไม่ใช่ไม่อยากว่า แต่นึกไม่ออกว่าจะด่าอะไรเด็กพวกนั้นดี แหม ก็เจ้าต๊อกคนห้ามดันเอาคำพูดที่ปลานึกไปด่าหมดแล้ว ช่างเถอะเพราะแม่เด็กสาวปากกล้า ที่ทำท่ายักไหล่ไม่สนใจปลาคนนั้นไม่อยู่รวมในกลุ่มนี้ด้วย ปลาเอ่ยถามรุ่นน้องถึงเด็กสาวคนนั้น 

“ อุ้ม เขาไม่ได้อยู่ห้องนี้ค่ะ  เขาเรียนอยู่สายศิลป์  ห้อง11 “
ต๊อกเดินเข้ามา ถามปลาอย่างใจเย็นว่าจะเอาอย่างไร ในเมื่อไม่ใช่เด็กในสายวิทย์ ไปต่อว่าคงจะต้องโดนรุ่นพี่สายนั้นช่วยกันเอาไว้อยู่แล้ว


“ อ้อ เดือนร้อนได้แล้วสินะแก สายศิลป์แล้วไงวะ เด็กทำผิดช่วยก็ช่วยสิ “

ปลาเดินนำลิ่วไปที่ห้อง11 ซึ่งมีเกลเป็นคนรับผิดชอบการรับน้องห้องสายศิลป์  ปลาขอเข้ามาคุยกับเกลเป็นการส่วนตัว  และบอกว่าต้องการตัวเด็กที่ชื่อ อุ้ม ก่อนจะเล่าให้เกลฟังถึงสาเหตุที่ต้องถ่อมาหาแม่ตัวแสบถึงที่นี้


“ ถ้าเป็นอย่างที่ปลาว่านะ ก็เรียกไปคุยได้เลย ไม่ต้องบอกเราก่อนหรอก เราเข้าใจ แต่เป็นไปได้เหรอ ที่จะมีคนกล้าทำยังงั้นกับพวกปลาได้ “

 เกลพูดอย่างประหลาดใจ เพราะรู้กิติศัพท์ความบ้าบิ่นของปลาดี


“ หึ ก็นั่นนะสิ หาเรื่องตายซะแล้ว ว่าแต่เกรงใจเกลจัง  แต่ถ้าไม่ทำระบบจะเสียหมด   “


“ อื้อ แต่อุ้มเขาเป็นน้องสาวของเพื่อนเกลในห้องน่ะ เราไม่รู้ว่าพี่สาวเขาจะตามไปคุยด้วยหรือเปล่า “


“ อ้อ มีแบ็คดีนี่เอง “  ปลาพยักหน้าแบบรู้ซึ้ง ทำไมเด็กตัวแสบถึงได้กล้าหาญ ไม่กลัวตายได้ขนาดนั้น

เมื่อเข้าไปที่ห้องรับน้องของสายศิลป์ ปลาก็เจอตัวอุ้มนั่งอ่านหนังสือข้างพี่สาวชนิดทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว เกลบอกเพื่อนว่ามีคนมาหา  ปลาพูดเสียงเฉียบขาด ว่าต้องการตัวอุ้มไปอบรมเรื่องมารยาทกับรุ่นพี่ พร้อมทั้งหันหน้าไปพูดกับพี่สาวเด็กอุ้ม อย่างยียวน


“ จะช่วยก็ได้นะ ไปฟังด้วยกัน อนุญาตให้ร่วมวง ถ้าชอบ “
คำพูดของปลามีความหมายลึกๆอยู่ในน้ำเสียง เพื่อนเกลสะกิดให้อุ้มเงยหน้า เพราะรู้ดีว่าหากชักช้ากว่านี้ ปลาอาละวาดขึ้นมา จะหนาวกันทั้งชั้น


“ เขาจะคุยกะเธอ ไปคุยสิ ทำไมยังมานั่งตรงนี้ “

พี่สาวของอุ้มออกปากไล่น้องอย่างปัจจุบันทันด่วน
สีหน้าของอุ้มตื่นตระหนกพอควร ที่โล่อันโต ปกป้องตนเองไม่ได้ ปลานั่งคุยกับอุ้มพร้อมด้วยเพื่อน ๆ


“นี่น้องคิดว่าตัวเอง เส้นเป้งนักรึไง ”

“ แล้วพวกพี่ละ เป็นมาเฟียโรงเรียนรึไง มาทำข่มขู่  โธ่เอ๊ย ก็แค่พี่ม.6 จะอะไรกันหนักกันหนา ”


เด็กสาวหันมาทำใจดีสู้เสืออย่างปลา


 “ลุกขึ้น ฉันสั่งให้เธอลุกขึ้น ได้ยินไหม มาต่อยกันเลยดีกว่า มา  “ ปลายิ่งเพิ่มเสียงเข้ม

พอได้ยินอย่างงั้นต๊อกก็กุมขมับ ว่าแล้วนั่นประไรนิสัยปลา ไอ้นิสัยเอาแต่กำลังไปแลกมานี่มันเลยละ ทำไมมันไม่หัดรู้จักใช้สมองกับชาวบ้านเขาบ้างนะ ถึงจะรู้ว่าเพื่อนขู่เด็กไปอย่างงั้น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเด็กอุ้มเกิดบ้าขอต่อยด้วยจะเป็นยังไง คดีปลาที่ฝ่ายปกครองยาวเป็นหางว่าวได้แล้วมั้ง   ได้ผล เด็กสาวร้องไห้โฮขึ้นมาดื้อๆ ต๊อกถอนหายใจ เพราะกลัวจะเกิดเรื่องจนบานปลายกว่าการตักเตือนรุ่นน้อง


“เฮ๊ย จะร้องทำไมวะ ไม่ได้จะรุมสักหน่อย นี่ถ้าไม่ต่อยกับพี่ ต่อยกับเพื่อนพี่เอาเปล่า “ ปลายังว่าไปเรื่อยๆ


“ไม่เอาแล้ว หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ  หนูไม่ทำอีกแล้ว นะพี่ หนูขอโทษ “ ปลาอมยิ้ม สะใจจริงโว๊ย


“ งั้นเราต้องไปไหว้ พูดสวัสดี และขอโทษ รุ่นพี่ม. 6 ทุกคน ทุกสาย แล้วเอาชื่อพี่ที่เราไปไหว้ขอโทษมาด้วย ตอนเย็นพี่จะรอที่โต๊ะห้องแปด เข้าใจ๋ ?  “

อุ้มรับคำและรีบวิ่งกลับไปเข้าห้องเรียน ต๊อกหัวเราะ ที่ปลาแก้ลำสำเร็จ ระหว่างเดินกลับห้อง ต๊อกหันมาถามปลาอย่างน้ำเสียงฉุนนิดๆ ที่เพิ่งนึกได้ ว่าปลา พูดอะไรออกไป


“ เกิดเด็กอุ้ม มันเลือกจะต่อยกับฉัน แกจะทำยังไงวะ ฉันไม่ชอบใช้กำลังแบบที่แกชอบนะเฟ๊ย ไอ้ปลา “


ต๊อกพูดน้ำเสียงฮึดฮัดอยู่ในที่ พร้อมสะบัดมือปลาที่คล้องคออยู่ อย่างไว้ฟอร์ม


+++ ผู้หญิงที่ไหนจะมาต่อยกัน ประสาทแล้วแก ฉันก็ขู่ไปอย่างงั้นเอง แผนเนี๊ยฉันเห็นพวกพี่รุ่นก่อนๆ เขาทำแล้วมันได้ผลหรอกเว๊ย แล้วเด็กอุ้มนั้นก็แสนจะอ่อนปวกเปียกขนาดนั้น เตะทีเดียวก็ขาดเป็นสองท่อนแล้ว  แต่สะใจเป็นบ้า เปิดเทอมปุ๊ป ก็ได้เอาคืนรุ่นน้องปั๊บ ค่อยสมกับที่ตั้งตารอคอยให้เปิดเทอมหน่อย ฮ่าๆๆ “


 ปลาหันไปยักคิ้วให้ต๊อก อย่างอารมณ์ดี


“ แกมันไอ้พวกซาดิส  ฉันละเชื่อแกเลย  อะไรจะเก็บกดจากการถูกรุ่นพี่แกล้งขนาดนั้นวะเนี๊ย “


ต๊อกเดินส่ายหน้าไปพร้อมเพื่อนในกลุ่ม อย่างไม่รู้จะต่อว่าปลาอย่างไรดี

 ที่ห้องเรียน
เมื่อปลาเดินเข้ามาและนั่งลงที่เก้าอี้ของตนเอง  นิ่มก็เอนตัวมาใกล้ปลา  ปลาสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อหัวไหล่ของคนข้างๆมาชิดกับหัวไหล่ของปลา กลิ่นหอมอ่อนๆของนิ่มลอยมาปะทะจมูก นิ่มใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรน้า ทำไมมันถึงได้หอม ห๊อม หอม อย่างงี้ ถ้าไม่กลัวว่านิ่มจะหาว่าปลาบ้า ปลาจะสูดกลิ่นหอมๆของนิ่มไว้ให้หมด และจะไม่ยอมให้คนอื่นได้กลิ่นเลยแม้แต่คนเดียว


“ว่าไง พ่อหนุ่มเทควันโด ได้ข่าวไปบู๊กะเด็กมาเหรอ  ปลาน่ะ แก่แล้วนะ พี่เขาแล้วจะทำอะไรคิดถึงสมัยตัวเองห้าวๆให้ดีๆเหอะ “ นิ่มกระเซ้าเสียงขำ


“ ก็เพราะคิดนะสิถึงทำ มีอย่างที่ไหน ไอ้เรา ถูกโขก ถูกสับยังกะควาย มาใหม่ มาทำยังงี้มันหยามน้ำใจกันชัดๆ “

ปลาทำหน้าล้อเลียนทีท่าของต๊อกเมื่อครู่ตอน เอ็ดตะโรตักเตือนรุ่นน้อง ทำเอาขำกันทั้งโต๊ะ


“ เออ แซวกันเข้าไป ฉันไม่ใช่นักขู่มืออาชีพอย่างแกนี่หว่า เก๊กหน้าหาเรื่องได้เนียนเหลือเกิน “


ต๊อกทำจมูกย่นใส่ปลา  แล้วหันไปสนใจกับกระเป๋าของตนเอง ปลาหัวเราะท่าทางของต๊อกอย่างขันๆ


“ นี่ แล้วเดี๋ยวกลับพร้อมกันไหม หรือจะอยู่รอรับแฟนๆก่อนจ๊ะ พ่อคนเนื้อหอม  “ 


“ไม่ได้อยู่รอรับแฟนๆหรอกนิ่ม เราจะอยู่รอเอารายชื่อน่ะ  ว่าแต่เด็กคนนั้นมาไหว้นิ่มยังละเนี่ย “


“ยังหรอก นิ่มเข้าห้องช้ากว่าคนอื่นเขา  เลยไม่เห็นหน้าน้องคนที่ก่อเรื่อง  ถ้ายังไง ปลาจัดการธุระให้เรียบร้อยนะ แล้วเดี๋ยวนิ่มจะมาเรียกให้กลับบ้านพร้อมๆกัน ดีไหม ” ปลายิ้มให้นิ่ม แทนคำตอบ

ตกเย็น  อุ้มนำรายชื่อมาให้และบอกว่า ขาดอีกหลายคนแต่เธอทำได้เท่านี้ ปลาดูรายชื่อแล้วบอกว่า


“ ได้มา 103 คน เออ ก็โอเคแล้วละ ที่จริงก็ไม่ได้คิดจะทำให้กลัวหรอกนะ แต่มันเป็นมารยาท “


“ ....”


“เฮ๊ย! เช้าใจไหม ที่พูดๆอยู่เนี่ย ทำไมเงียบอยู่ได้ เวลาพี่พูดด้วย ก็ต้องตอบว่า ค่ะ เข้าใจ๋ “


“ ค่ะ “  อุ้มรับคำแบบขอไปที


 ระหว่างที่ปลากำลังอบรมอุ้มให้รู้จักเคารพรุ่นพี่อยู่นั้น นิ่มก็เดินเข้ามาเรียกปลาให้กลับบ้านพร้อมกัน


“ เสร็จหรือยัง ปลา เย็นแล้วนะ  ถ้ายังไม่กลับ นิ่มจะกลับก่อนด้วย “


“  เสร็จแล้วๆ   อุ้ม นี่พี่นิ่ม รุ่นพี่ ม .6 สายวิทย์ ไหว้ซะสิ “ อุ้มทำตามคำสั่งปลาอย่างว่าง่าย


“ เด็กคนนี้น่ะเหรอ ก็มารยาทดีนี่ ไม่เห็นมีวี่แววจะแก่นเหมือนที่ปลาบอกสักหน่อย “


“ ร้ายลึกนะสิไม่ว่า ไม่ต้องไปชมมากนักหรอก เดี๋ยวก็แผลงเดชใส่อีก “  ปลาพูดพลางทำจมูกย่น


ครั้นพออุ้มเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าชัดๆ  อุ้มก็รู้สึกว่านิ่มทั้งสวยทั้งน่ารักและนิสัยดี  ปลาเดินจากไปพร้อมๆกับนิ่ม ทิ้งอุ้มให้คิดอะไรเด็ดๆอยู่ลำพัง   ปลาไม่รู้ซะแล้วว่า อุ้มไม่ใช่คนที่ปลาจะทำให้เจ็บได้ง่ายๆ  บัญชีครั้งนี้ ต้องมีการชำระ อุ้มจะทำให้ปลา เต้นเป็นผีเข้าให้ดู

 

 

 

 


บทที่ 3 ศึกขิงนาง

  

  

  

ที่บ้านปลา
ปลากลับมาเล่าเรื่องให้แม่ฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น  แม่เอ็ดตะโรต่อว่าปลา จนแก้วหูสั่นสะเทือนไปพักใหญ่


“ผู้อำนวยการรู้ ฉันมิต้องแล่นไปฝ่ายปกครองอีกเรอะเจ้าปลา ถ้าพ่อกับแม่เขาเอาเรื่องแกขึ้นมา ฉันจะอาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แกหัดรู้จักรักหน้ารักตา รักชื่อเสียงของฉันบ้างจะได้ม๊ายยย “


“ไม่หรอกแม่ เขาก็ต้องมีเหตุผลบ้างสิ แม่เคยเรียนโรงเรียนปลาแม่ไม่รู้เหรอ ว่าเราต้องเคารพรุ่นพี่อะ “


“ ฉันรู้ แล้วถ้าเกิดแม่ของเด็กคนนั้นเขาไม่รู้ละ แกนี่มันจริงๆนะ เมื่อเช้าฉันก็ย้ำกับแก ว่าอย่าไปก่อเรื่อง ถ้าไม่มีเรื่องในวันเปิดเทอม แกจะรู้สึกผิดกับตัวเองมากใช่มั๊ยยะ เจ้าปลา “


แม่ได้แต่ส่ายหน้ากับเจ้าตัวเล็กของแม่ ต่อให้ ปลาโตแค่ไหน ในสายตาของเธอ ปลาก็เป็นเพียงเด็กซนๆคนหนึ่งเท่านั้น  เป็นความผิดของเธอหรือเปล่าที่ทำให้ลูกเป็นอย่างนี้ นิสัยที่เหมือนผู้ชาย ช้ำร้ายเมื่อปลาเข้ามาบอกกับเธอว่า ปลารักเพื่อนตัวเองที่เป็นผู้หญิง หัวอกของคนเป็นแม่อย่างเธอจะทำอย่างไรดี ให้ต่อว่าเธอก็ไม่กล้า จะให้ดุด่า เธอเองก็รู้ว่าลูกเป็นคนแบบไหน แม่จึงจะต้องเฝ้ามองดูลูกและภาวนาว่าสักวัน ปลาจะได้ดำเนิน ชีวิต ปกติเหมือนหญิงสาวคนอื่น 

ที่โรงเรียน
ตอนเช้า ความโกลาหลของการลอกการบ้านมักจะเกิดขึ้น นี่คือเหตุการณ์ปกติที่ปลาเห็นจนชิน  ขนาดเพิ่งจะเปิดเรียนงานยังท่วมหัว ไหนปลาจะต้องเตรียมตัวเอ็นท์อีกละ ระหว่างที่ปลากำลังให้ฝ้ายสอนการบ้านนั้นนิ่มก็เดินเข้ามา ในมือมีช่อดอกลิลลี่ปากแตรสีขาวแซมดอกยิปโชช่อใหญ่  ริบบิ้นขนาดกลางสีชมพูยาวจนละพื้น เป็นช่อดอกไม้ที่สวยที่เดียว ปลาหงุดหงิดขึ้นมากระทันหัน เมื่อเห็นภาพนั้น


“ใครให้น่ะนิ่ม เด็กๆพวกนั้นละสิ ปลาบอกแล้วไงว่าให้บอกไปว่านิ่มเป็นแฟนปลา จะได้ไม่มีใครมาวุ่น “


นิ่มยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไร ยิ่งนิ่มทำเฉยแบบนั้น ปลายิ่งร้อนใจกับอาการดูดาย


“เอางี้บอกชื่อคนให้มา เราจะไปบอกเอง  เอามะ  “ ปลาลองหยั่งเสียงดูอีกครั้ง


“ ช่างเหอะปลา เขาเขียนข้อความเอาไว้ในการ์ดว่า แค่อยากให้ ไม่ได้คิดอะไร  ช่างมันเถอะดอกไม้ก็สวยดีออก ปลาอิจฉานิ่มที่ได้ดอกไม้สวยๆแบบนี้ใช่ม้า ทำเป็นฟึดฟัด นี่ๆก็ให้แฟนๆของปลาเอาดอกไม้มาให้นอกจากจดหมายรัก กะขนมก็ดีนะ  แค่ปลาพูดว่าอยากได้ เดี๋ยวสาวน้อย สาวใหญ่ก็ส่งมาพรึ่มบพรั่บเองแหละ “


“ไม่ได้อยากได้สักหน่อย ก็แค่ดอกไม้ฝรั่งช่อแพงๆ  ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ ก็ทำเป็นอวดโชว์สาว “


“  พาลไปได้ ก็แค่ดอกไม้น่ะ  “ นิ่มหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสนใจช่อดอกไม้ตรงหน้า

ปลามองตาม คิดในใจว่าทำไม ปลาจึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า นิ่มชอบดอกไม้มากขนาดนั้น ที่จริงมันก็เป็นธรรมชาติของผู้หญิงละที่ควรจะชอบสิ่งสวยๆงามๆ หรือของหอมๆ แต่ทำไม ปลาถึงไม่ใช่คนแรกที่นึกออกว่า ผู้หญิงอย่างนิ่ม ก็น่าจะชอบ ทำไมปลาไม่ใช่คนแรกที่เอาดอกไม้สวยๆ พวกนี้มาให้นิ่ม


“ ชอบมากเหรอ นิ่ม  เราซื้อให้เอามะ “


“จะบ้าเหรอ ปลา เพื่อนกันมาให้กันเอง บ้า ประสาท “


“ เอ๊าก็เห็นชอบนี่น่า แต่ช่อนี้ ทิ้งไปเหอะ เดี๋ยวอาจารย์มาเห็นเข้า แล้วนิ่มอยากได้แบบไหน บอกปลาได้”


“ ก็ไหนบอกว่า ฟุ่มเฟือยไง ยังขอเงินพ่อแม่อยู่ มาทำอวดสาว แล้วทำไมจะมาซื้อให้นิ่ม “


“ เราก็มีเงินเก็บจากงานพิเศษของเราบ้างสิ ไม่ได้ขอเงินจากแม่มาซื้อให้หรอกน่า นะ ทิ้งช่อนี้ไปเหอะ “


“เอ๊ะปลานี่ยังไง นิ่มบอกว่านิ่มจะเก็บไว้  แล้วก็ไม่ต้องซื้อให้นิ่มด้วย ไม่จำเป็น และเลิกคุยเรื่องนี้ได้แล้ว“


“ แต่ปลา... “


“ เราบอกให้เลิกคุยเรื่องนี้ไง จะต้องให้โกธรกันเพราะ ดอกไม้ของคนอื่นจริงๆใช่ไหมปลา “


ปลาทัดทานความต้องการของนิ่มไม่ได้  จึงต้องปล่อยให้นิ่มเก็บช่อดอกไม้นั้นไว้

ผ่านไปหลายวันนิ่มยังหอบช่อดอกไม้ ช่อเล็กช่อใหญ่สลับสับเปลี่ยนมาที่ห้องเรียนทุกวัน เดี๋ยวคาร์เนชั่น เดี๋ยวมัม เดี๋ยวดอกหน้าวัว ปลายิ่งเพิ่มความหงุดหงิด ปลาอยากจะเอาดอกไม้ไปคืนเจ้าของ แต่ปลายังไม่รู้ว่าดอกไม้เหล่านี้เป็นของใคร  หรือที่จริงนิ่มรู้ แต่นิ่มไม่อยากบอกปลา

“เขาเขียนเอาไว้ในการ์ดทุกใบที่แนบมากับช่อดอกไม้ว่า  จากมุมเหงาที่คุณไม่เห็น  นิ่มชอบชื่อเขาจังน่ารักนะ เปลี่ยนดอกไม้ไม่ซ้ำกันเลยด้วย “


“ แล้วตอนที่เขาส่งให้นิ่ม เขาทำยังไง “ ปลาถาม และพยายามทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจสักนิด


“ ก็จะมีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เอามาให้ เขาบอกว่า ดอกไม้ช่อนี้ของเพื่อนเขาเอง “


“ อึม...แล้วเป็นเด็กชั้นไหนเหรอ “


“.....”


“ อย่ามาทำเป็นนึกไม่ออกหน่อยเลย จุดที่หน้าอกสีอะไร ถ้าชมพูก็ ม.4 ถ้าสีม่วง ก็ ม.5 “


“ จุดสีชมพูมั้ง ถ้าจำไม่ผิด นิ่มไม่ได้สังเกตเท่าไหร่ น้องเขาเอามาให้แล้วก็รีบวิ่งไปเลย “ นิ่มทำท่านึก


“ แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหกปลา “


“ เอ๊ะ! ปลานี่ นิ่มจะไปโกหกปลาให้ได้อะไร พักนี้ปลาแปลกๆนะ เขาก็แค่มีน้ำใจ ไม่มีอะไรสักหน่อย “


ปลามองดอกไม้ในมือนิ่ม แล้วนิ่งเงียบ ที่จริงไม่อยากจะมองมันด้วยซ้ำไป ดอกไม้พวกนี้ของใครนะ ปกตินิ่มก็คนมาชอบเยอะอยู่แล้ว ยิ่งเปิดเทอมใหม่ๆแบบนี้ อาจจะเป็นใครที่ปลาไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้ ปลาครุ่นคิด 

ตกเย็น ปลาต้องซ้อมเทควันโด ระหว่างที่เดินไปยังโรงยิมด้านหลังโรงเรียนนั้น อุ้มก็โผล่เข้ามาจากด้านหลังพร้อมทั้งเอ่ยปากถามปลาอย่างมีเลศนัย


“พี่ปลาเป็นแฟนกับพี่นิ่มเหรอ ? “


ปลาหยุดการเดินและหันมาจ้องหน้าเด็กสาวก่อนจะตอบว่า ใช่
“แต่ไม่เห็นพี่ 2 คนไปไหนมาไหนบ่อยๆเลย ไม่เห็นสวีทไม่เห็นจะเหมือนแฟน  เหมือนเพื่อนมากกว่า “


“ถึงเป็นงั้นแล้วไง “ ปลาจ้องหน้าอุ้มอย่างคนจะกินเลือดกินเนื้อ


“ อ้าว ก็ถ้าเป็นแบบนั้นอุ้มจะได้จีบพี่นิ่มไง แล้วถึงพี่จะเป็นแฟนพี่นิ่มจริง อุ้มก็จะยังจีบพี่นิ่มอยู่ดี เอาเป็นอุ้มแวะว่ามาบอกพี่ว่าจะจีบพี่นิ่มเท่านี้ละ  ประเดี๋ยวจะหาว่าไม่มีมารยาทบอกกล่าวรุ่นพี่ก่อน ขอบคุณมากค่ะ “

พูดจบ อุ้มก็เดินผละไปอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยปลามองตามไปด้วยอารมณ์โมโหและหงุดหงิด  ไอ้บรรดาช่อดอกไม้ซังกะบ้วยพวกนั้นเป็นของเด็กแสบคนนี้เองงั้นเหรอ  แสดงว่าเด็กคนนี้ต้องการจะเปิดศึกกับปลาอย่างโจ้งแจ้งสินะ วอนหาเรื่องตายจริงๆ  ปลาต้องหาทางแก้เผ็ดยัยเด็กอุ้มคนนี้ให้ได้

โต๊ะใต้ต้นหูกวาง
เช้านี้ มีรุ่นน้องม. 5เข้ามาหาปลา พร้อมทั้งถามเรื่องราวที่ปลาและเพื่อนทั้งกลุ่มประหลาดใจเอามากๆ


“อะไรนะ ฉันเนี่ยนะ ไปจีบเด็กชื่อมะนาว ฉันยังไม่รู้เลยว่าใครคือมะนาว เรียนม.ไหน หน้าตาเป็นยังไง “


“เอ๊าพี่! ก็เขาว่าพี่ปลาอะมาฟอร์มหมาแก่จีบเขาตั้งแต่เมื่อวันเปิดเทอมวันแรก แต่เขาว่าไม่สนใจพี่หรอกนะ เขาบอกเพราะพี่ปลาอะเป็นพวกขี้เก๊ก ฟอร์มเยอะ นึกว่าตัวเองหล่อตาย  “ รุ่นน้องทำท่าจะพูดต่อ


“ พอ ๆ  พอแล้วแก  เหรอ ...ยัยมะนาวเขาบอกอย่างงั้นเหรอ  เอางี้วันหลังถ้าเจอ  พวกแกก็ช่วยชี้ให้ฉันดูหน่อยละกัน ที่แถวเช้านี่ก็ได้ ชักอยากรู้ ว่าแม่มะนาวนี่จะสวยขนาดไหน ถึงได้ทำปากกล้ามาด่าคนอย่างฉันได้ “


เมื่อปลาได้เจอก็ถึงกับขำตัวงอ  จนรุ่นน้องพากันกระพริบตาถี่ๆ


“ เป็นไรอะพี่ปลา ตกลงพี่จีบจริงใช่ไหมเนี่ย โห นอกใจพี่นิ่มนี่หว่า “


“ เปล่าเว๊ย แต่นั่นมันยัยเด็กตูดลิงนิ เออใช่  ถ้ายัยผมเปียนี่พี่รู้จัก แต่แค่เดินชนกันเท่านั้น โอเคมะ “


“อ้าว ถ้าแค่นั้นแล้ว เขาจะเอามาพูดได้ไงว่าพี่จีบเขา  ข่าวลือเนี่ย เขาลือกันทั้งสาย ม.5 แล้วนะพี่ ว่าพี่อะตามจีบเขา  จนเขาเริ่มชักจะรำคาญพี่เต็มทนแล้ว “


“ ขนาดนั้น ! “


นาวหันมาเจอกลุ่มของปลาและรุ่นน้องยืนห่างไปไม่ไกล และก็ดูเหมือนจะมีคนชี้ไม้ขี้มือมาทางเธอด้วย นาวตกใจเมื่อเห็นปลายิ้ม ปลาไม่ยิ้มเปล่า แต่ยังยักคิ้วและส่งจูบมาให้แก่นาวแบบไม่อายใคร  นาวรีบหันหลังกลับด้วยความตกใจ  ปลาเห็นอาการของนาวเช่นนั้นก็ยิ่งขำ  ยัยเด็กแก่แดดเอ๊ย!

เรื่องของนิ่มยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ตอนนี้ดูเหมือนอุ้มจะประกาศตัวแล้วว่าเป็นเจ้าของดอกไม้ช่อที่นิ่มได้รับอยู่ทุกวัน  แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือนิ่มอึดอัดกับความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่อุ้มเริ่มยัดเยียดให้  ทั้งที่นิ่มและอุ้มก็ไม่ได้คบกันสักหน่อย นิ่มนำเรื่องทุกข์ใจนี้มาปรึกษากับปลา นิ่มกำลังรู้สึกรำคาญกับอุ้มเหลือเกิน ที่ไปเรียนตึกไหนเป็นต้องวิ่งตามมาถือกระเป๋าให้ หรือไม่ก็ค่อยตามเอาใจซื้อน้ำซื้อขนมให้ แรกๆก็รู้สึกดี แต่ตอนนี้ นิ่มกำลังอึดอัด อาจจะเพราะปลามัวแต่เดินเฮฮากับกลุ่มเพื่อนๆตามหลัง  นิ่มจึงมักจะต้องเดินกับเพื่อนร่วมห้องอีกคนเพียงลำพัง ปลาเลยไม่เห็นว่าอุ้มเข้ามาวุ่นวายกับนิ่มอย่างไร  


“เขามารอนิ่มที่บ้านนะ บางที่ไปเรียนพิเศษเขาก็ตาม ดึกๆดื่นๆ โทรมาคุยทั้งที่ไม่มีเรื่องคุย บอกว่าต้องทำการบ้าน ก็หาว่านิ่มโกหก บอกว่าง่วงนอน ก็หาว่านิ่มรังเกียจ นิ่มจะบ้าอยู่แล้วปลา เชื่อไหมตอนนี้นิ่มคุยกับใครก็ไม่ได้ แม้แต่กับเปิ้ลที่เดินกับนิ่มทุกวันแท้ๆ นิ่มเอ็นดูเขาเหมือนน้องนะปลา ไม่ได้คิดอะไรมากไปเกินกว่านั้น ไหน เขาบอกว่า แค่มุมเหงาที่มองไม่เห็นไง นี่มันยังกับผีจูออน คอยตามหลอกหลอนนิ่มไปทุกหนทุกแห่งเลยนะเนี๊ย  เขากำลังจะกลายเป็นเจ้าชีวิตนิ่มเข้าไปทุกที โอ๊ยยย จะบ้าตาย  “ นิ่มพูดเหมือนคนสติหลุด


“ ใจเย็นๆ โห พูดมาเป็นชุดๆ เก็บกดจนถึงขีดสิท่า “


“ ก็ใช่นะสิ เข้าใจปลาแล้ว ทำไมถึงได้กลัวนักเวลารุ่นน้องมาชอบ คอยตามตื้อ ตามเอาใจน่ะ มันน่ากลัวอย่างนี้นี่เอง นิ่มว่านิ่มก็เจอมาเยอะแล้วนะ แต่น้องอุ้มเนี่ย ที่สุดของที่สุด เกิดมาไม่เคยเจอใครแบบนี้ “


“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ไหนบอกน้องเขาท่าทางออกจะมารยาทดี ดีอย่างโง้น ดีอย่างงี้ “


 ปลาเห็นนิ่มออกท่าออกทาง ก็อดขำนิ่มไม่ได้ เป็นยังไงละ  ปลาบอกแล้ว


“ นี่ตกลงปลาจะช่วยนิ่มไหม อย่ามาหัวเราะเยาะนิ่มนะ ถ้าไม่ช่วยจะได้ให้คนอื่นช่วย “


“ช่วยสิ ช่วย ทำเป็นใจน้อยไปได้ เคยมีเหรอ นิ่มขอร้องแล้วปลาไม่ทำ “


ปลารับปากจะช่วยจัดการเด็กแสบอุ้ม เข้าทางปลาละปลารอโอกาสนี่อยู่นาน  โอกาสที่จะทำให้อุ้มรู้ว่า นิ่มไม่ใช่คนที่อุ้มจะมาแย่งไปจากปลาได้ง่ายๆ เด็กเมื่อวานซืนเอ๊ย คิดจะมาแข่งกับปลาเหรอ เร็วไปร้อยชาติ

 ระหว่างการเปลี่ยนห้องจาก ตึก A ไปตึก B  ปลาเดินตามหลังนิ่มมาโดยทิ้งระยะช่วงนึง ไม่ได้ปล่อยให้นิ่มเดินล่วงหน้าไปก่อนเหมือนทุกๆครั้ง  ก่อนจะเข้าตึก B ปลาเห็นอุ้มกำลังส่งดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ให้นิ่ม ซึ่งนิ่มเองก็เริ่มเก้ๆกังๆ และบ่ายเบี่ยงเพราะเวลานั้นเป็นเวลาที่นักเรียนเปลี่ยนคาบเรียนกันทุกห้อง จุดที่อุ้มยื่นดอกไม้ส่งให้ เป็นจุดสนใจของนักเรียนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ที่อดจะมองเหลียวมาทางพวกเธอไม่ได้ 

 การที่อุ้มเข้ามาประชิดตัวนิ่มแบบนี้เหมือนยิ่งเป็นการประกาศตัวอย่างเปิดเผยโจ้งแจ้ง ว่า อุ้มกำลังจีบแฟนของปลา เพราะใครๆต่างก็รู้กันดีถึงข่าวที่ปลาและนิ่มปล่อยว่าคนทั้งคู่เป็นแฟนกัน    นิ่มหันมาทางปลา แววตาขอร้องให้ปลาช่วยรักษาสัญญาที่ว่าจะช่วยกันเด็กอุ้มออกไปจากชีวิตนิ่ม  ปลาเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างนิ่มและอุ้ม ก่อนจะเอามือฉวยดอกไม้จากมือนิ่ม โยนกลับไปให้อุ้มพร้อมทั้งพูดกับอุ้มแบบชิดหน้า


“ พี่นิ่มเป็นแฟนพี่ พี่มีปัญญาซื้อดอกไม้ให้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้อุ้มต้องมาส่งดอกไม้ให้ทุกวัน ช่วยเคารพมารยาทหน่อย ถ้าไม่เห็นว่าพี่เป็นรุ่นพี่ ก็ช่วยเห็นแก่พี่นิ่ม ที่เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจเราด้วย ดอกไม้ช่อนี้เอากลับไปเหอะ แฟนพี่เขาลำบากใจมาพอ แล้ว  “


“ แต่อุ้ม... “


“ เฮ๊ย นี่จะพูดกันไม่รู้เรื่องใช่ไหม? “  ปลาขึ้นเสียงเข้ม ยิ่งเพิ่มความสนใจให้นักเรียนรอบข้างหันมาดูสถานการณ์ ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น และใครๆก็รู้ มีแต่คนที่หาเรื่องตายเท่านั้น ถึงจะกล้ามีเรื่องกับปลา

อุ้มเองก็มีที่ท่าฮึดฮัด ไม่พอใจกริยาที่ปลาแสดงออกต่อหน้า แต่เพราะนิ่มอยู่ด้วยจึงไม่รู้จะทำอย่างไร


“ อ้อ! แล้ว ตอนเย็นช่วยกลับไปเอาช่อดอกไม้ที่เหลือที่บ้านพี่ด้วย ราขึ้นหมดแล้วว่าจะเอาไปคืนให้ตั้งหลายที ก็ไม่มีโอกาส และถ้าคิดว่าพี่นิ่มจะเอาไปเก็บไว้ในห้องนอน หรือเอามาดูต่างหน้าเราละก็ ขอให้คิดซะใหม่  เขาไม่มีทางนอกใจแฟนอย่างพี่  พูดภาษาคนมาทั้งหมดเนี่ย หวังว่าอุ้มคงเข้าใจที่พี่นะ  “


“ พี่นิ่ม ... “ 

อุ้มพยายามให้นิ่มพูดอะไรกับตนเองสักประโยค แต่นิ่มกลับมีเพียงสีหน้าว่างเปล่า
สุดท้ายนิ่มหันไปยิ้มให้อุ้มบางๆ  แถมยังสวมบทบอกอุ้มไปอีกว่า


“ พี่ขอโทษนะอุ้ม คือพี่เกรงใจพี่ปลาน่ะ ไม่รู้จะบอกอุ้มยังไง ตอนนี้คงเข้าใจพี่แล้วนะ  “


“ ไม่ต้องไปสนใจแล้วนิ่ม เสียเวลา นี่มันจะเลทเรียนแล้ว เดี๋ยวอาจารย์ก็บ่นกันพอดี ไร้สาระชะมัด “


“ พี่ไปนะจ๊ะ ขอโทษน้องอุ้มด้วย “ 


“ พี่นิ่ม พี่นิ่ม เดี๋ยว พี่นิ่ม “


นิ่มยังพูดไม่ทันจบประโยค ปลาก็รีบคว้าข้อมือนิ่ม เดินเข้าตึก โดยปล่อยให้อุ้มยังยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางนักเรียนคนอื่นๆที่สนใจว่า ตกลงแล้ว เรื่องราวจะจบลงในรูปแบบใด เป็นอันว่า ปลาจัดการเอาอุ้มออกไปได้ แต่ปลาไม่รู้หรอกว่าการที่ปลาพูดอย่างนั้นเท่ากับหักหน้าอุ้มต่อหน้าคนมากมาย และอุ้มก็พร้อมจะทวงสิ่งนั้นคืน

  

  

  

  

 

บทที่ 4 สูตรรักนักเรียน

  

 

ที่บ้านปลา
เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ ในห้องนั่งเล่น ปลาก็บอกแม่ถึงสิ่งที่เจอ  แม่จับหัวปลามาลูบเบาๆ


“อย่าหลงไปไกลนักนะลูก รักได้ แต่เตรียมใจด้วย เอาเรื่องเรียนก่อน ตอนนี้ปลาต้องตั้งใจเรียนนะลูกนะ “


“ ... “


“ ทำไมเงียบไปละปลา “


“ เปล่า...งั้น ปลาไปอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวจะลงมาทานข้าวกับแม่ ... แม่ ปลารู้นะ ปลากำลังทำอะไร “


“ ขอให้แกรู้จริงๆเถอะ แม่ห่วงแกเหลือเกิน “


เมื่อปลาได้ยินเช่นนั้น ก็รีบอาบน้ำ และลงมาทานข้าวกับแม่เหมือนกิจวัตรประจำวันที่ทำมาตลอดชีวิต  คืนนี้เป็นคืนที่ปลาเพิ่งจะได้นอนหลับเต็มตาหลังจาก ที่ต้องนอนคิดอะไรฟุ้งซ่านมาหลายคืน

ที่โรงเรียน
ตอนเช้าเพื่อนทุกคนสุมหัวกัน ทำรายงานการบ้าน หรือตั้งวงนินทา รวมทั้ง ปลา ต๊อกกานต์ ฝ้าย โอม แต่ก็มีข่าวจากรุ่นน้องมาเล่าให้ปลา งง และมึนหนักยิ่งไปกว่าคราวที่แล้ว


“ พี่ปลา ยัยนาวเขาว่าพี่น่ะตื๊อจริงๆ  จีบเขาอยู่ได้  ฟังละอย่าโกรธนะ ยัยนาวว่า หน้าอย่างพี่ปลา นาวมันไม่เอามาทำแฟนให้เสื่อมพันธุ์กรรมหรอก “


“ ก๊ากกก “ เสียงเพื่อนทั้งโต๊ะ ขำกันแบบไม่รักษาอาการเลยสักคนเดียว


“ โหหหหหหหห ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไอ้ปลาแกต้องตายแล้วกลับไปเกิดมาใหม่ละว่ะงวดนี้ ถ้าหน้าอย่างแกยัยตูดลิงยังบอกว่าเสื่อมพันธุกรรมได้เนี๊ย “


ต๊อกแซวปลาแบบอารมณ์ดี  ไม่ค่อยจะมีใครกล้าพูดประโยคนี้กับปลานักเพราะความที่ปลาค่อนข้างจะมีสาวๆรุมล้อมมากมาย และหน้าตาที่จัดว่าเท่ห์เข้าขันระดับเป็นหนุ่มป๊อปประจำโรงเรียน


“ หนอย...พูดออกมาได้ นี่พวกแกมาพนันกับฉันดีกว่า  ว่าฉันจะจีบยัยตูดลิงนี่ได้มะ “


“ได้น่ะได้แน่ ถ้าไม่จำกัดเวลา เอางี้ วันนี้วันศุกร์ ภายในวันจันทร์แกจะจีบติดมะปลา ถ้าติด พวกฉันทั้ง 4 คนเลี้ยงข้าวแกคนละอาทิตย์นึงเต็มๆ  แต่ถ้าแกทำไม่ได้ แกเลี้ยงพวกชั้นทุกคน 1อาทิตย์เต็มๆ เหมือนกัน ”


ปลาตรึกตรอง ก็น่าสนุกดี  ถ้าชนะ ไม่ต้องเปลืองค่าข้าวเที่ยงเป็นเดือนเลย จะได้ลบคำสบประมาณของยัยตูดลิงนั้นด้วย เอ๊ะ  แล้วถ้าเกิดปลาทำไม่ได้ละ
อึ๊ย....งานนี้ปลากระเป๋าฉีกแน่ๆ  แต่ของอย่างงี้ไม่ลองก็ไม่รู้


“ได้ เอ็งไปเอาข้อมูลยัยตูดลิงนี่มาสิ เย็นนี้ฉันจะเริ่มเลย “

  

ที่บ้านนาว
เมื่อได้ข้อมูลของยัยตูดลิงจากนักสืบประจำกลุ่มแบบโอม ความกล้าก็พาปลาเดินมาถึงหน้าบ้านของนาวชนิดงมทางมาเองอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ เมื่อนาวเห็นปลาจากระเบียงห้องนอนก็ตกใจชนิดตั้งตัวไม่ทัน  แต่ปลาที่ยืนอยู่หน้าบ้านกลับตีหน้าตายสนิทหมือนเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะแวะมาบ้านนาว อย่างที่กำลังทำอยู่ 


“ สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ คือหนูชื่อปลานะค่ะ ปลาเป็นรุ่นพี่ของน้องมะนาวที่โรงเรียนนะค่ะ “


“ ครับๆ สวัสดี เข้ามาข้างในบ้านก่อนลูก ว่าแต่ มีธุระอะไรหรือเปล่า? “


“ อ่อ ไม่เชิงค่ะ ว่าจะมาคุยกับมะนาวเขานิดนึง เรื่องไปทัศนศึกษาวันพรุ่งนี้นะค่ะ น้องอยู่ไหมค่ะ “


“ อยู่ๆลูก ไปนั่งรอตรงสวนหลังบ้านก่อนมั๊ย แม่… แม่ เรียกน้องนาวลงมาที มีเพื่อนมาหา “

พอนาวก้าวพ้นประตูหลังบ้าน ก็พบกับปลา ที่นั่งคุยกับพ่อของนาวอย่างออกรสออกชาติ พอพ่อเห็นนาวออกมาแล้ว จึงปล่อยให้เด็กๆได้นั่งคุยกันเอง นาวรอจนพ่อกับเข้าบ้านเรียบร้อยดีแล้ว จึงหันมาแหว๋วปลาคำโต


“พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย แล้วมาที่บ้านนาวทำไม  “


“ มาจีบ “


“........”


“ บอกว่ามาจีบ หูตึงหรือไง “


“ ได้ยินแล้ว แต่ใครอนุญาต แล้วมาถูกได้ยังไง พี่ไปเอาที่อยู่นาวมาจากไหน อย่าบอกนะว่าแอบเดินตามมา ตอนนาวเดินกลับบ้าน  “


“ ง่ายจะตายไป หัวใจของพี่อยู่ที่ไหน พี่ก็ต้องตามหามันจนพบเองนะแหละ “


“ แหวะ ..” ปลายังยิ้มทำหน้าทะเล้นพร้อมยืนกล่องขนม และถุงขวดน้ำหวานชูให้ปลาดู


“  เดี๋ยวขอพี่จีบนาวสัก 2-3ชม แล้วก็จะกลับ  ไม่รบกวนเวลาน้องนาวมากหรอกนะจ๊ะ  เนี่ย พี่หิ้วเอาน้ำมาเอง ส่วนขนมก็ไม่ต้องลำบาก พี่ก็หิ้วมาอีกเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงพี่จะหิวเวลาจีบนาวนะ  พี่เตรียมตัวมาดี “


นาวมองปลาอย่างงงงวย ที่ปลามาบ้านตนได้ถูก  เธอไม่นึกว่าที่เพื่อนๆ แซวเธอ จะเป็นเรื่องจริง ใครจะรู้ว่าเธอเขินกับสิ่งที่พวกเพื่อนล้อแค่ไหน การต้องแกล้งฟอร์มไม่สนใจนั้นก็ยากพออยู่แล้ว แกล้งทำเป็นเมินเฉย แกล้งทำเป็นไม่ชอบหน้า เขาไม่รู้หรือไง ว่าเขากำลังทำให้นาวใจเต้นตึกตักอย่างนี้


“ อยู่ๆก็บอกจะมาจีบ ประสาท รีบกินรีบกลับไปเลย เดี๋ยวพี่นิ่มแฟนพี่จะมาฉีกอกนาวเปล่าๆ “

ปลาสะอึก ลืมไปสนิทว่าปลาบอกใครๆว่า คบกับนิ่มอยู่ แล้วนี่นิ่มจะว่าไง ปลาลืมคิดถึงข้อนี่ แต่ไม่เป็นไรหรอก จีบติดแล้วก็เลิกค่อยอธิบายให้นิ่มฟังเท่านั้นก็หมดปัญหา


“ เชย เราไม่เคยได้ยินคำว่า กิ๊ก เหรอ มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่คนรักน่ะ  “


“ หน้าด้านมากเลยนะ.. นี่อย่าบอกนะว่าที่กำลังจีบอยู่เนี่ย จีบให้ไปเป็นกิ๊กกันเฉยๆ คนอะไรทุเรศที่สุด “


“ อ้าว พูดตรงๆยังมาหาว่าทุเรศอีก พี่นิ่มอะเขาใจกว้าง พี่จะมีกิ๊กสักคน 2 คน เขาไม่ห้ามหรอก “


“ พี่นิ่มไม่ห้าม แล้วรู้ได้ยังไง ว่านาวจะเล่นด้วย “  นาวพูดเสียงฉุนๆ


“ ก็นี่ไง ถึงต้องมานั่งจีบอยู่เนี่ย  ... เล่นด้วยไม่เล่นด้วยไม่รู้ละ แต่จะจีบน่ะเข้าใจป่ะ “


ระหว่างนั้น ปลาก็คุยกับนาว นาวเป็นเด็กที่ดูเหมือนจะเงียบ แต่บทจะต่อปากต่อคำรึ ก็ปากไวเป็นปรอท ไม่มีลดราวาศอกให้ปลาสักนิด มุขเสี่ยวๆกี่มุข ก็ดูเหมือนนาวจะไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้หมด  ที่จริง ยัยตูดลิงนี่ก็มีอะไรที่น่าสนใจเหมือนกันนะ  แต่ที่ปลาต้องสนใจที่สุดตอนนี้คือ ข้าวเที่ยงที่พนันกับไอ้พวกบ้านั่นไว้ต่างหาก


“นี่แล้ว นาว ไปทัศนะศึกษา ที่ กาจนบุรีด้วยเหรอเปล่า “


นาวพยักหน้า เธอไม่อยากจะบอกว่าที่เธอไปเพราะรู้ว่า ปลาและเพื่อนๆก็ไป


“อึมงั้นพรุ่งนี้พี่เดินตามห่างๆละกันเนอะ เอ๊ะ หรือเราจะเดินจูงมือไปด้วยเลยดีมะ “


“ ใครเขาจะไปเดินกับพี่ นาวไม่บ้าพอหรอกนะ พี่นิ่มก็ไปด้วยไม่ใช่เหรอ  ไม่กลัวตายเลยนะคนเรา”

“ บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าพี่นิ่มเขาไม่ว่า พี่จะมีใครยังไงน่ะ  เขาไม่ถือสาพี่หรอก “


“.....”


“ นี่ๆ พี่เป็นคนใจร้อนนะ ชอบก็บอกชอบ รักก็บอกรัก ว่าไงเราน่ะ  จะรักพี่มะ? “


นาวมองหน้าปลาแล้วปล่อยขำออกมา  ปลางง ที่นาวขำที่ที่ปลาพูด


“ถามจริงๆเหอะ เวลาพี่จีบพี่นิ่ม พี่จีบอย่างนี้เหรอ   โต้งๆอย่างนี้เลยเหรอ “


“.....”

“ ช่างเหอะ ยังไงมันก็เรื่องของพวกพี่ ไม่ใช่เรื่องของนาว  “

ปลาไม่มีเวลามาสนใจสิ่งเหล่านั้น จะให้บอกยังไง ก็เธอนั่นแหละคนแรกที่จีบ ชอบก็ไม่ชอบแต่ต้องจีบ เมื่อทนเสียงไล่ของนาว ที่คุยคำไล่สองคำไม่ไหว ปลาจึงต้องขอตัวลาแม่พ่อของนาว กลับบ้าน นาวเดินมาส่งที่หน้าประตูบ้าน ก่อนกลับปลายังไม่วาย ย้ำกับนาวอีกครั้ง


“ พรุ่งนี้ ถ้ารังเกียจพี่นัก พี่ไม่เดินด้วยก็ได้ แต่จะเดินตามไปห่างๆ “


“ ทำยังกับจะหาตัวนาวเจอยังงั้นแหละ คนตั้งเยอะตั้งแยะ ไหนจะคนข้างๆพี่อีก “


“ เอาน่า ไม่เชื่อก็คอยดูก็แล้วกัน ไปก่อนนะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ “  ปลาแกล้งส่งจูบเซี้ยวๆให้นาว จนเจ้าตัวขนลุก


“ แหวะ ไปได้แล้ว “

ปลากลับมาถึงบ้านพร้อมความเหนื่อยอ่อน ไม่นึกว่าการจีบใครสักคนจะยากขนาดนี้ นี่ขนาดไม่ใช่คนที่ปลารู้สึกอะไรด้วย แล้วถ้าวันหนึ่ง ปลาต้องบอกความรู้สึกกับนิ่มละ จะทำยังไงดี


 “ ปลา ..ปลา นอนหรือยัง โทรศัพท์น่ะลูก ต๊อกโทรมา “


“ คร๊าบบบ “


ตึ่ก ตึ่ก  ตึ่ก  เสียงปลาวิ่งลงบันไดมาที่ชั้นหนึ่ง เพื่อรับสายเพื่อนซี้ สงสัยจะโทรมาถามเรื่องไปเที่ยวพรุ่งนี้


“ ฮัลโล ว่าไงแก “


“ ฉันสิที่ต้องถามแก ว่าเป็นไง วันนี้แผนเริ่มการจีบยัยตูดลิง เป็นยังไงบ้าง “


“ ก็ดี แกเตรียมควักตังค์ไว้เหอะน่า ยังไงซะ ฉันก็ชนะพนันครั้งนี้อย่างแน่นอน “


“ เชอะ แล้วฉันจะรอดู มีผู้หญิงที่ไหนวะจะมายอมคบกับคนที่จีบตัวเองแค่ 3 วัน +++


“ งั้นฉันจะเป็นคนแรกที่ทำแบบนั้น แค่นี้นะ ฉันจะนอน “


ก่อนนอนคืนนี้ปลารู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย พรุ่งนี้ปลาจะได้นั่งข้างๆนิ่มเพื่อไปทัศนศึกษา ถึงจะนั่งเรียนข้างกันตลอดแต่การไปเที่ยวครั้งนี้ ต่างจากทุกๆครั้ง ปลาจะมีเหตุผลในการอยู่ใกล้ๆนิ่มมากกว่าครั้งไหนๆ ปลาครุ่นคิดอยู่แต่เรื่องพรุ่งนี้ของตนกับนิ่ม โดยลืมคำสัญญาที่เพิ่งบอกใครเอาไว้อีกคน

ฝั่งของนาว หลังจากที่ ปลากลับไป นาวขึ้นห้องนอนนาวส่องกระจก แล้วร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ใครจะเชื่อ คนอย่างปลามาชอบเธอ  เมื่อก่อนแค่คิดก็ไม่มีสิทธิ์  เขาไม่รู้หรอกว่านาวเห็นเขาตั้งแต่ตอนที่เข้าเรียน ม. 4 ตอนนี้เธออยู่ ม.5  นาวใช้เวลา ปีเต็มๆที่ได้เห็นปลาตามมุมต่างๆของโรงเรียน

 คืนนี้ นาวจะนอนหลับลงเหรอ ในเมื่อใจอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ   แต่ที่เธอยังกังวลอยู่ คือถ้านิ่มรู้เรื่องปลามาจีบเธอ  จะเป็นเช่นไร นาวรู้ว่านิ่มและ ปลาคบกันมานาน แต่บางคนก็บอกเธอว่าเป็นฉากบังหน้าไม่ให้ใครมาวุ่นกับปลา จริงๆทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนสนิทกัน ถ้าเป็นอย่างงั้น นาวเองก็ไม่ได้ผิดตรงไหน ความคิดของนาวแล่นไปไกล จนนาวหลับในภวังค์

  

  

  

  

  

บทที่ 5 วันที่ดูแปลก

  

  

ที่โรงเรียน
รุ่งเช้า ทุกคนออกเดินทางโดยรถบัส จุดหมายปลายทางคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างการเดินทางนั้น  ในรถมีเสียงดนตรี เสียงกลองฉิ่งฉาบ และเสียงร้องของเหล่านักเรียนภายในรถอย่างสนุกสนาน  ปลาพลอยเฮฮาไปกับเพื่อนๆ เวลานี้ ปลาแทบจะลืมเรื่องของนาวไปเลยที่เดียว เมื่อรถบัสขับมาถึงยังที่หมาย อาจารย์ก็แจกเอกสารประกอบ พร้อมแจงตารางเวลาให้นักเรียนทราบ เสร็จแล้วทุกคนต่างก็แยกย้ายกันหาที่รับประทานอาหารตามสะดวก ก่อนจะแยกกัน นิ่มเอ่ยขึ้นกับปลา


“ ทานข้าวอิ่มแล้วปลาจะไปที่ไหน  จะเดินไปดูสะพานก่อน หรือว่าจะเดินไปดูของฝากตรงโน้นก่อน”


“ แล้วนิ่มละ นิ่มอยากไปที่ไหน “  ปลาไม่กล้าบอกนิ่มว่า วันนี้นิ่มไปไหนปลาไปด้วย


“ เดี๋ยวเราจะไปกับเปิ้ล ปลาไปกับต๊อกกับกานต์ก็แล้วกัน เปิ้ลเขาไม่มีเพื่อนเดินด้วย “


ปลาหันไปมองหน้าเพื่อนสาวผู้ค่อนข้างเงียบขรึม รูปร่างเปิ้ลบอบบาง ผมถูกรวบเอาไว้อย่างเรียบร้อยที่ด้านหลัง จริงสินะ เด็กเรียนอย่างเปิ้ล ถ้าไม่เดินกับนิ่ม ก็คงไม่มีเพื่อนจะเดินด้วยแล้ว


“แต่เราไปด้วยได้นะนิ่ม ต๊อกมันก็อยากจะไปกะนิ่มอะ ใช่มั๊ยต๊อก ว่าไงไอ้ต๊อก ฉันถามน่ะ “

ต๊อกหันมาตอบปลาแบบยิ้มฉีกปาก


“ ยัยนิ่มมันจะไปดูของสวยๆงามๆ ส่วนฉันกับไอ้กานต์อยากไปดูสะพานกับแม่น้ำสวยๆ เพราะงั้นแกไปกะฉัน จะไปกวนผู้หญิงเขาทำไมหว๊า ซื้อของจุกจิก ยุกยิกน่าเบื่อออก “


“ นั้นสิ นิ่มมันเลือกของช้าจะตาย นี่เจ๊คงมาฝึกซ้อม shopping ก่อนจะเริ่มทำงานจริงในอนาคตตอนเรียนจบ เลือกอยู่นั่นแหละเป็นชาติเลย ฉันเบื่อมันจะตาย แกจำงวดก่อนได้มั๊ยต๊อก ที่รอยัยนิ่มเลือกของตอนไปทัศนศึกษาที่บางแสนน่ะ  มันเลือกของฝากจนไม่ต้องซื้อของคนอื่นกัน “


เสียง กานต์ช่วยเสริม


“ ปล่อยคุณนายไปสถิตที่ร้านขายของที่ระลึกเหอะเปิ้ลก็อยู่ เอ็งน่ะ มากะพวกฉันดีกว่า นี่เอ็งต้องจีบยัยนาวไม่ใช่เหรอ เรื่องเดิมพันของเราน่ะแกลืมแล้วใช่ไหม? “


“ เปล่า ก็ไม่ได้ลืมหรอกน่า แต่ฉันแค่อยากช่วยนิ่มถือข้าวถือของเท่านั้นเอง “


“ เออ ไอ้ยอดพระเอก ว่าแต่แล้วนี่ยัยนาวนั่งรถคันไหนละ “

ไม่รู้ ไม่ได้สังเกตเว๊ย “   ปลาตอบเสียงสะบัดๆ  จนต๊อกหันมาทำหน้าสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร

 เมื่อนิ่มขอตัวไปกับเปิ้ล ปลาก็มองตามอย่างเสียดาย  หมดกัน แผนที่คิดว่าจะจูงมือนิ่ม ซื้อของกันสองต่อสอง ยัยเปิ้ลดันมาแทรกกลาง ดีนะที่ยัยเปิ้ลไม่มีวี่แววจะห้าวหาญ หรือทำตัวเป็นสาวหล่อ ไม่งั้นปลาจะต้องหึงแน่นอน เพราะระยะหลังๆดูเปิ้ลไปไหนมาไหนกับนิ่มบ่อยๆ ปลาคงคิดมากไปเอง ก็ยัยเปิ้ลปวกเปียกอย่างงั้นไม่มีทางเป็นแบบที่ปลาคิดไปได้หรอก

 
“เป็นไรไปวะ ปลา  ดูแกอยากไปกับนิ่มจังนะ อยู่กับพวกฉันไม่สนุกขนาดนั้นเลยรึไง”


“เปล่าหรอก ก็แค่ เดี๋ยวพวกน้องๆที่ตามฉันมาเกิดกรูมารุมฉัน งานนี่แหละที่แกว่าจะสนุกๆ เป็นอันแก่ว”

ต๊อกเลิกคิ้วมอง ปลาด้วยหางตา อย่างสงสัย  คงไม่ใช่อย่างที่ต๊อกคิดหรอกนะ ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ต๊อกคงต้องบอกความจริงแก่ปลาบางอย่าง  บางอย่างที่มีเพียงต๊อกที่รู้


“เฮ๊ย! ปลา เรื่องบางเรื่อง มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดหรือต้องการนะ  ถ้าแกกำลังคิดอะไรกับนิ่ม ฉันก็อยากจะบอกแกว่า อย่าไปอะไรกับความรู้สึกนั้นมากนัก แกกับนิ่มก็เป็นเพื่อนกันมานาน  ฉันไม่อยากให้แกเอาความรักชั่ววูบมาแลกกับคำว่ามิตรภาพ “


+++  ชอบเชิบ ที่ไหน เอ็งแหละ คิดบ้าๆไปคนเดียว ฉันไม่อับจนถึงขั้นจะเอายัยนิ่มหรอกน่า”


ปลารีบแก้ตัว นี่ปลาทำตัวให้ต๊อกสงสัยมากขนาดนั้นเชียวหรือ  คราวหลังปลาจะต้องเก็บอารมณ์ รักษาท่าทีและความห่างจากนิ่มให้อยู่มากกว่านี้ แล้วจู่ๆ ปลาก็ร้องอุทานขึ้นเมื่อเพิ่งนึกออก


“ตายละ นี่ฉันว่าจะฝากจดหมายรักไปให้ ยัยนาว  นี่เขานั่งคันไหนของเขาละเนี๊ย “


“ เอามานี่ ฉันจะเอาไปฝากเพื่อนเขาให้ สงสัยงานนี้ พวกฉันจะพากันอิ่มไปคนละอาทิตย์เต็มๆละ  เจ้าปลาเอ๊ย หาเรื่องเสียเงิน แท้ๆ “


เสียงยัยฝ้ายตบบ่าอย่างเห็นใจ  แต่เพื่อนคนอื่น กลับขำจนฮากลิ้ง


“ ถามจริงๆเหอะ จะมานั่งเขียนจดหมายรำพึงรำพรรณทำไมวะ เชยจะตาย text น่ะ ส่งไปสิ sms ครั้งละกี่ตังค์กันเชียว มาเขียนจดหมายจนมือหงิกมืองอ วุ๊ย น่ารำคาญ “ ต๊อกบ่น อย่างไม่เข้าใจ


“ คนอย่างแกจะไม่รู้อะไร จดหมายน่ะ มันคลาสสิคเฟ๊ย ได้เห็นลายมือ ได้เห็นถึงความพยายาม “


“ เหอะ พ่อยอดนักรัก  ฉันมันไม่ช่างแสนโรแมนติดเหมือนแกนี่ “ ต๊อกส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ

ครั้นพอเอาเข้าจริงๆ ระหว่างที่เดินๆอยู่ริมแม่น้ำ ก่อนทางเข้าไปสะพานข้ามแม่น้ำ ปลาก็กลับเดินตาม นิ่มออกไปดื้อๆ ต๊อกเห็นเช่นนั้นก็ไม่รู้จะเตือนเพื่อนว่าอย่างไร ต้องปล่อยให้เพื่อนคนอื่นเดินล่วงหน้ากันไปก่อน ปลาเดินตามนิ่มห่างๆ ทิ้งช่วงคอยมองอยู่อย่างเว้นระยะ ไม่รู้สิ ทำไม ปลาถึงไม่ไปเดินกับนิ่ม ในเมื่อจะทำก็ทำได้ แล้วทำไมถึงไม่ทำ ทำไม อ๋อ เพราะเจ้าต๊อกนี้นะสิ ปลาบอกต๊อกแล้วว่ามาคนเดียวได้ ไม่ต้องตามมาก็ไม่เชื่อ


“เฮ้ยๆๆ นั่นมันยัยนาว นี่หว่า “


ปลาชะโงกมอง  เห็นนาวดูของที่ระลึก ห่างจากนิ่มไป สัก 2-3 ช่วงตัว ทำไมต้องมาเจอกันตรงนี้นะ ดีที่คนทั้ง2 หันหลังให้แก่กันและเหมือนทางยืนอยู่ในมุมทะแยงจนทำให้ทั้งคู่ไม่เห็นกันและกัน  ปลายิ้มให้นาว นาวมองแล้วทำปากเบ้ๆ แลบลิ้นให้อย่างไม่สนใจ  ทำเอาปลาหุบยิ้มแทบไม่ทัน


“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แสบน่าดูเลยวะ  ท่าทางเขาไม่มีวี่แววจะชอบแกได้เลยนะเว๊ยปลา “


“ คอยดูเถอะยัยก้นลิง  ฉันจีบเธอติด ฉันจะไม่มากวนใจไม่โผล่มาให้เธอเห็นหน้าอีกเลย ยัยหน้าหง้ำ “

ปลาคำรามออกมาเสียงลั่น  ต๊อกเห็นเช่นนั้นก็อดถามปลาอย่างแปลกใจไม่ได้


“แกคิดบ้าอะไร  อยู่ๆมาพนันว่าจะจีบยัยก้นลิงนี่วะ ดูหน้าคุณเธอดิ บูดเป็นตูดลิงลพบุรี เฮ้อ! หมดตัวแน่เลยแก ไอ้พวกนั้นมันล้างท้องรอแกแล้ว ”

เสียงต๊อกถอนหายใจ  ปลาหันมายิ้มแบบมั่นใจเต็มร้อยกับชัยชนะครั้งนี้


“เออ เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน คอยดูไป แกห่วงกระเป๋าแกเหอะ อย่าห่วงกระเป๋าฉันเลย ฉันกินไม่เยอะหรอก กินแค่อิ่ม ฮ่าๆ “
และเหมือนดวงจะเข้าข้าง  เพราะไม่ว่าปลาจะเดินตามนิ่มไปที่ไหน ปลาเป็นต้องเจอ นาวที่นั้น จนแม้แต่ต๊อกเอง ยังเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ ว่าช่างบังเอิญ บังเอิญจนเกินไป   เมื่อเดินดูของจนพอใจแล้ว ปลาเดินผ่านร้านของฝากร้านหนึ่ง ซึ่งขายขนมไทยต่างๆ ขนมเหล่านั้นถูกนำมาจัดเอาไว้ในตะกร้าเป็นชุดๆ โชว์ที่หน้าร้าน  มันดูสวยงามและน่าทานเอามากๆ ปลายืนรีรอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน เพื่อสอบถามราคา


“ งั้นช่วยจัดให้สัก 3 ชุดนะค่ะ  รบกวนเร่งให้นิดหนึ่ง ค่อนข้างรีบน่ะค่ะ "


เมื่อได้ยินดังนั้น ต๊อกก็ร้องถาม


“นั่นแกยัด หรือแกอะไรวะ อ้ายปลา ตั้ง 3 ชุดไม่ใช่น้อยๆนะนั่นนะ อ้วนนะโว๊ย ชูชกตายเพราะท้องแตกอะแกเคยได้ยินมั๊ย ห๊า “


“ เฮ้อ ! แกนี่ ซื่อบื้อจริง อันนี้ฉันจะเอาไปฝากแม่ อันนี้ของบ้านยัยนาว แล้วชุดนี้ก็…”  ปลาอ้ำอึ้ง


“  ก็อะไร ก็อะไร อ้ายปลา “


“ ก็ ของฉันเอง ฉันชอบขนมไทย ดูสิ ชุดนี้มีขนมรังไรสีสวยดี ชื่อก็ประหลาดๆ ด้วย”


“ มันไม่ประหลาดหรอก แกไม่รู้จักมันเองแหละ แล้วมาดัดจริตซื้อ   แล้วทานเป็นมั๊ยเนี่ย"


ต๊อกประชดเสียงสูงแซวปลาเล่นที่ซื้อขนมไทยชาววัง

ปลาเกือบจะหลุดปากบอกต๊อกไปแล้วว่า อีกชุดที่เขาซื้อมา เขาตั้งใจซื้อมาฝากให้นิ่ม นิ่มชอบทานขนมหวาน ปลาจำได้  เมื่อออกจากร้านของฝาก ทั้งปลาและต๊อกค่อยๆเดินดูบรรยากาศริมแม่น้ำแคว ลมพัดโบกมาเป็นจังหวะไม่ขาดตอน ปลาสูดเอาอากาศสดชื่นเข้าปอดจนเต็ม  พอได้มายืนอยู่ริมน้ำอย่างนี้ ก็อดที่จะนึกอยากกระโดดลงเล่นน้ำให้ฉ่ำใจ  ปลาเอ่ยปากถามต๊อกเป็นครั้งแรก หลังจากที่ยืนเงียบริมน้ำด้วยกันนานหลายชั่วครู่


“ แกหาคณะที่จะเรียนเอาไว้บ้างหรือยัง จะเอ็นท์เข้าที่ไหน  “
“ อึม ฉันกะจะลง สัตวแพทย์ กะ สัตวบาล วะ  ก็ฉันมันเอาดีได้แค่ ชีวะ กับเคมีนี่นะ แกละ “


“ เออ แกพอไหว ทั้ง 2 วิชาแกก็คะแนนดีเอามากๆ ฉันน่ะเลขก็อ่อน ฟิสิกส์ก็อ่อน เคมียิ่งอ่อน อ๊อน อ่อน อ่อนไปหมดทั้ง 6 วิชา  แกว่าฉันควรจะเรียนอะไรดีวะ  ที่จริงฉันก็นอนคิดมาตลอดปิดเทอมเลยนะ ไม่ใช่ไม่คิด แต่ไม่รู้จะเลือกเรียนอะไร นี่แม่ก็ถาม ฉันยังให้คำตอบไม่ได้เลยวะ “


“ แกก็ไปเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาสิวะ  แกเล่นเทควันโดเก่งออก ไม่ขอโควต้าหรือไม่ก็สอบตรงเข้าไปละ  ทางเลือกแกเยอะจะตาย เพียงแต่แกยังไม่มั่นใจกับมันก็เท่านั้นเอง “


ปลานิ่งเงียบ เขาไม่แน่ใจว่าถ้าแม่รู้จะยินยอมให้ปลาเรียนไหม แม่อยากให้ปลา เรียนเศรษฐศาสตร์เหมือนแม่  แต่ใจเขาเองก็ไม่ไค้คิดจะเอาดีทางกีฬาเท่าไหร่  ปลายังต้องค้นหาความต้องการของตัวเองสักพัก


“ แต่.... ฉันไม่แน่ใจ ว่าถ้าฉันบอกแม่ไป แล้วแม่จะยอมให้ฉันเรียน “


“ ที่แกกังวลจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องนึกคณะไม่ออก แกกังวลว่า คณะที่แกอยากเรียน จะเป็นคณะที่แม่ของแกพอใจไหมต่างหาก “


“ คงเป็นแบบนั้น แกก็รู้ เรามีกัน 2 คนแม่ลูก อะไรที่ทำให้แม่มีความสุขได้ ฉันก็ไม่อยากขัด “


“ ค่อยๆคิดไปเหอะ ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ตอนนี้แกก็อ่านหนังสือให้หนักๆ ดีไหมเพื่อน “


ต๊อกหันมาจับบ่าปลาอย่างให้กำลังให้  ต๊อกรู้ว่าปลารู้สึกกังวลกับเรื่องของแม่ปลามาก  แต่ต๊อกก็ทำได้เพียงปลอบใจเพื่อนเท่านั้น  ชีวิตของปลา ปลาต้องเลือกด้วยตัวของปลาเอง  ไม่มีใครเลือกหรือตัดสินใจแทนใครได้ทั้งนั้น  ถนนสายชีวิต ถ้าเจ้าของได้เลือกลิขิตมันจะเป็นสิ่งที่วิเศษสุด

 

 

 

 

  

บทที่ 6 รักลุ้นๆ

 

 


“พี่ปลาขาาาาาา “


พรึ๊บ!


เสียงกระทบหูอย่างจัง  แสงแฟรฃสาดเข้าด้านหลังจากเสียงตะโกนนั้น  พอปลารู้สึกตัวก็หาตัวคนเรียกกับแสงบ้าๆนั้นไม่พบ แสดงว่าต้องถ่ายจากจุดที่ห่างอยู่พอควร และจุดที่ปลายืน คนเดินผ่านขวักไขว่เหลือเกิน ปลาหันมาถามต๊อกว่า ได้ยินเหมือนคนเรียกชื่อปลามั๊ย ต๊อกส่ายหน้า  

 ปลางง แต่เขาได้ยินเสียงนั้นจริงๆ ปลายังคงมองหาจนต๊อกว่า อาจารย์เรียกแล้ว  เมื่อทุกคนพร้อม รถจึงออกเดินทางกลับ ปลาเห็นนิ่มหิ้วของพะรุงพะรังมากมาย นิ่มหันมาสบตาแล้วพูดขึ้นว่า


“นี่ อย่ามามองแบบที่จะต่อว่านิ่มว่าบ้าหอบฟางนะ เขาฝากมาซื้อทั้งนั้นแหละ “


ปลายิ้ม แล้วทำหน้าขรึม


“ยัยตะกละ “


นิ่มร้อง ว๊าย ขึ้นก่อนจะทุบไหล่ปลาเบาๆ


“มาว่านิ่มเหรอ ไม่ตะกละเสียหน่อย คนกำลังกินกำลังนอนต่างหากละ “

ปลาเป็นสุขเหลือเกินถึงจะไม่ได้เดินด้วยกัน แต่ได้นั่งชิดนิ่มอย่างนี้  ถ้าเป็นที่ห้อง ปลารู้เหมือนช่องตรงกลางระหว่างที่ของปลากับนิ่มจะไกลเหลือเกิน  รถขับไปเรื่อยๆ จู่ๆศรีษะของนิ่มก็อิงมาที่บ่าของปลา ปลาอมยิ้ม ปลาอยากดูแลผู้หญิงคนนี้จัง ถ้าปลามีโอกาสนั้นนะ  เพราะปลาคงไม่กล้าพอที่เอาความเป็นเพื่อนไปแลกกับสิ่งนั้น ถ้าเธอไม่ต้องการ ปลากับนิ่มจะมองหน้ากันยังไงในห้องเรียนเดียวกัน กับเวลาที่เหลือนี้  เมื่อมาถึงโรงเรียน ก่อนจะลง รถ ปลายื่นถุงขนมให้นิ่ม


“ เราเห็นน่ารักดี คงอร่อย ขอบคุณนิ่มที่ช่วยกันเราจากรุ่นน้อง นะ “


นิ่มเปิดถุงดู เมือรู้ว่าเป็นชุดขนมไทยต่างๆ ก็รู้สึกดีใจ


“ไม่เห็นต้องมาลำบากเลย ปลาเราเพื่อนกันนะ อย่าคิดงั้นเลย อีกอย่าง ปลาก็ช่วยนิ่มนิ น้องๆของปลาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ นิ่มลำบากใจด้วย  “


นิ่มยิ้ม เสียงเรียกของเปิ้ลดังขึ้น  นิ่มตะโกนบอกให้เปิ้ลรอสักครู่


“ วันนี้นิ่มกลับกับเปิ้ลละกัน  กลับคนเดียวได้ม้างสาวๆ กลับหมดแล้วนิ “

ปลาพยักหน้า ดูสิ ยัยเปิ้ลรุกรานอำนาจอธิปไตยจนถึงขนาดเวลากลับบ้านเชียวเหรอเนี่ย ต้องยุให้ยัยนี่มีแฟน จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับนิ่ม ปลาคิดเล่นๆเช่นนั้นได้ก็หัวเราะที่ตนอุตส่าห์แก้ปัญหาสำเร็จ แต่ตอนนี้ ปลาจะต้องรีบกลับบ้านแล้วเอาขนมนี้ไปให้ยัยนาว ซะก่อน ไม่อย่างนั้น เจ้าต๊อกเพื่อนรักพุงกางแน่ๆ ปลาเอาขนมมาฝากแม่ อาบน้ำและบอกแม่ว่าจะออกไปข้างนอกอาจจะกลับค่ำเล็กน้อย เมื่อแม่ถามว่าจะไปไหน ปลาตอบแม่หน้าทะเล้น


“ ไปทำภาระกิจวัยรุ่นกระเตาะ ฮะ ว่าแต่รุ่นแรกแย้มสนใจจะไปด้วยเหรอ”


“ เด็กทะลึ่ง นี่แม่นี่เชื้อแกนะเจ้าปลา  มาทำเล่นหัว ได้เจอดีกันบ้าง  แล้วอย่ากลับดึกนักละ เดี๊ยว!”


ปลาหยุดเท้าก่อนจะหันมามาตามเสียง 8 หลอดของมารดา ตัวเอง


“มีไรคร๊าบ  คุณ นริน สุดสวย “ ปลายิ้มแต้ แบบอารมณ์ดี


“ไปบ้านนิ่มเหรอ หรือไปบ้านคนไหน บอกหน่อยสิ  แม่อยากรู้ แฟนคลับแกโทรมาจะได้รายงานถูก “


แม่ทำเสียงกระซิบกระซาบ ให้สมกับที่อยากรู้จริงๆ  ปลาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู


“ วันนี้จะไปทานข้าวกะนกขุนทอง ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้ นกจะร้องด่าอีกมั๊ย “


แล้วปลาก็ก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน ปล่อยให้ นริน งงอยู่คนเดียวว่านกขุนทองที่ลูกพูดหมายถึงใคร

  

ปลายืนหน้าประตูรั้วหน้าบ้านนาว นี่เพิ่งจะทุ่มกว่าๆเท่านั้น ในมือปลาถือถุงขนมและของฝากพ่อกับแม่ของนาว เมื่อนาวมาเปิดประตู แปลกที่วันนี้ เธอไม่ยักกะค่อนขอดปลาเลย ปลาเข้าไปไหว้แม่และพ่อของนาว แล้วเอาของฝากให้ท่านทั้งคู่ นาวมองดูปลาที่ดูจะเข้ากับพ่อและแม่ของนาวได้ เธอรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้สงสัยอะไรในตัวปลาและเธอ แต่ถ้าท่านรู้ท่านจะรับได้อย่างนั้นหรือ ช่างเถอะ อย่างน้อยในตอนนี้  ทุกอย่างก็ราบรื่นดีเมื่อออกมานั่งที่สวนหน้าบ้าน  นาวเอ่ยปากพูดกับปลาเป็นครั้งแรก

“ วันนี้จะขอเวลาจีบกี่ ชม. เอาแต่ขนมมา ไม่เอาน้ำมาด้วยเหรอ  หรือจะมานั่งแค่นี้แล้วจะกลับ”


“เปล่าฮะ พี่ปลาเอาขนมมาฝากนาวน่ะ นี่แล้วเมื่อเช้าได้จดหมายพี่หรือยัง “


ปลาพยายามจะแสดงตนว่า เป็นผู้ใหญ่เพื่อที่จะทำให้ นาวเกรงๆปลาซะบ้าง ระหว่างที่นาวเดินเข้าไปเอาน้ำหวานกับจานขนมมาส่งให้ ปลารับไป

 “อึม   นาวได้แล้วละ เลี่ยนดี ไปเอามาจากไหนละ น้ำตาลเกาะจดหมายกรังเลยนะ “


“ ลอกของเจ้ากานต์มา เห็น สาวๆชอบ นี่มันเอาไปจีบมาหลายคนแล้วนะ ติดทุกราย เขาว่าใครได้อ่านข้อความนั้นน่ะ จะอดใจไม่ให้หลงรักคนเขียนไม่ได้ “


“  งั้นเชียว? “


นาวทำเสียงสูงถามเขา ปลายักคิ้วข้างนึงให้นาว แล้วยื่นถุงที่เขานำมาส่งให้กับนาวตรงหน้า


เมื่อเปิดถุงเห็นเป็นขนมไทย นาวเงยขึ้นมองหน้าปลาและพูดขึ้นว่า


“ไปรู้มาจากไหนว่า นาวชอบทานขนมพวกนี้ “


“เอาใจเดาใจ ถ้าคนใจตรงกัน ก็รู้เองแหละ เขาว่าเนื้อคู่น่ะ ไม่ว่าอีกคนชอบอะไรก็จะสามารถเดาได้ “

นาวเอามือปิดปาก กลั้นขำ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ


“นี่ถ้าจะมาลิเกกันอย่างงี้อย่าพูดเลย นาวกลั้นขำจะไม่ไหวแล้ว แต่ละบทยังกะพระเอกลิเกเกี้ยวนางเอก “ 

 
 นาวหัวเราะออกมาคำโต ปลานิ่ง ไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร ได้แต่ยิ้มเก้อๆ จู่ๆ ความเงียบก็มาเยือน แล้ว นาวก็ทำลายความเงียบนั้น

“บอกหน่อยสิ ทำไมถึงเลือกจีบนาว ทำไมไม่เป็นคนอื่น ใครๆก็ขอบพี่กันทั้งนั้น “ 

นาวก้มหน้ามองเท้าตัวเองก่อนจะโยกชิงช้าไปพลางขณะรอคำตอบ  ปลานิ่งคิด จะเอาคำตอบไหนให้ เธอดี  พนันกับเพือน ใครชนะจะได้กินข้าวฟรี ก็เลยลองมาจีบนาวดู ฮ่า ฮ่า ฮ่า รับรองว่าเนศพออกจากบ้านของนาวแน่ๆ ระหว่างหาคำตอบดีๆ ปลามองหน้าของนาวแล้วเพิ่งจะสังเกตว่านาวเป็นคนมีลักยิ้ม เพราะเขาแอบเห็นนาวยิ้มกับเท้าของตัวเอง นี่ปลากำลังจะหลอกเด็กคนนี้จริงๆหรือ ถ้านาวรู้ความจริงคงไม่มองหน้าเขาแน่ จากที่ปลาได้คุยกับเธอเมื่อวานปลาเรียนรู้บางอย่างจากนาว


“ว่าไง พี่ปลา ทำไมมาจีบนาว หรือว่าไม่มีอะไรทำ เลยมาแกล้งคนอื่นเล่นๆ “


“เปล่าๆๆ อึม... พี่ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก  เพียงแต่สนใจอยากจะรู้จักเราให้มากกว่านี้  อยากเรียนรู้ผู้หญิงปากร้าย ถ้าเขาอนุญาตน่ะนะ “


นาวคิดตามคำพูด  สนใจ แล้วชอบหรือรักมั๊ยล่ะ หรือแค่อะไร?


“ แต่พี่ ไม่อยากรู้จักในฐานะ พี่กับน้อง พี่ตั้งใจมาจีบน่ะ “      ปลาเอามือขึ้นมาจีบให้นาวดู


“ เผื่อเราสนใจ จะมาตั้งวง แล้ว รำวงด้วยกัน เอามะ สนใจมะ พี่รำได้ทุกเพลงเลยนะ “


ว่าแล้วไม่พูดเปล่า จากยกมือขึ้นจีบ ปลาก็ลุกยืนออกมารำหน้าตาเฉย


“แหวะ!! เสี่ยวมาก มุขแป๊กอีกต่างหาก“


นาวหัวเราะ เขามีแต่ความรื่นเริงให้นาว มีเสียงหัวเราะมาสู่นาว โลกบางด้านของนาวเปลี่ยนไป  ปลาและนาวคุยกันนานจนดึก ปลาจึงขอตัวกลับ ก่อนกลับปลาถามนาวว่าตัวเองพอจะมีหวังบ้างมั๊ย

“ นั่งจีบมาตั้งหลายชั่วโมงอย่างงี้ เผลอใจให้บ้างหรือยัง? “


“ ถามทำไม “


“ อ้าวว ก็อยากเป็นแฟน ถึงมาจีบ จีบแล้วก็อยากรู้ผล จะได้เป็นแฟนเรามั๊ย ว่าไงบอกหน่อยดิ๊ “


นาวยิ้มที่มุมปาก ว่างเว้นคำตอบเอาไว้นาน จนอีกคนทนความเงียบไม่ได้ ต้องถามซ้ำอีกรอบ


“ อย่าทำให้ใจฟ่อได้ไหม มุขจีบไอ้กานต์ ไม่เคยพลาดนะ ถ้าจีบนาวไม่ติดเสียประวัติตาย “


“ เอาไว้ชอบ แล้วจะบอกอีกที โอเค๊ ? ไป กลับบ้านได้แล้ว “
ได้ฟังประโยคนั้นจากปากนาว ปลาก็ได้แต่คอตกกลับบ้าน เหนื่อยชะมัด  เมื่อกลับมาถึงบ้าน ปลาเลือกการโทรหานิ่มเป็นอันดับแรก ปลาอยากรู้ นิ่มกลับถึงบ้านหรือยัง ทานข้าวเย็นแล้วใช่ไหม และขนมของปลา อร่อยถูกใจนิ่มหรือเปล่า โดยปกติทั้ง2คนก็คุยกันบ่อยๆ ทั้งเรื่องเรียนเรื่องอื่นๆอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยพูดถึงเลยคือความรัก


“ นิ่มเหรอ กลับถึงนานหรือยัง ขอโทษทีที่ไม่ได้รีบโทรมา เราติดธุระน่ะ “


“ กลับมาถึงนาน แล้ว ห่วงนิ่มเป็นเด็กๆไปได้ เปิ้ลมาส่งนิ่มหลังจากที่แยกกับปลาได้ 10 นาทีเอง “

โดยปกติทั้ง2คนก็คุยกันบ่อยๆ ทั้งเรื่องเรียนเรื่องอื่นๆอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยพูดถึงเลยคือความรัก  จู่ๆนิ่มก็ยิงคำถามที่ไม่เคยถามกับปลามาก่อน


“  เออ ปลา เราถามอะไรปลาหน่อยสิ สมมุตินะ ว่าปลาไปชอบใครสักคนที่เป็นผู้หญิง แล้ว- - แล้ว- - เหมือนผู้หญิงคนนี้ก็ชอบปลา เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด- - อึม- - มีอะไรก็คุยกันตลอด แต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า จะทำยังไงดี  คือ เราบอกเขาก่อนจะน่าเกียจมั๊ย เราเป็นผู้หญิงอะ “


“ งง.... ยังไง ...อ๋อ ไปชอบผู้หญิงที่โรงเรียนเข้าละสิ “ ปลาค่อยๆเรียบเรียงคำถามของนิ่มใหม่


“อึมไม่เห็นแปลกเลยโรงเรียนเราก็มีหลายคู่นิ ว่าไงละ จะบอกรักเขาก่อนว่างั้นเถอะ ใช่มะละ “


“ อึมม  “     นิ่มตอบรับคำ  ปลาใจเต้น ใครกัน ผู้หญิงที่นิ่มชอบ ทำไมปลาไม่เคยสังเกตในเรื่อวพวกนี้


“เรียนอยู่ชั้นไร ห้องไหน สายอะไร นิ่มบอกเราหน่อยได้ไหม  หรือเป็นความลับ ?“


“ อยู่ใกล้ๆนิ่มนี่ละน่า ปลาอาจจะรู้จักเขาดีมากด้วยซ้ำ “
ปลายิ่งใจเต้นแรง อยู่ใกล้ๆ และปลารู้จักดีมาก หรือนี่เป็นแผนมาลองเชิงว่า ปลาคิดยังไงกับนิ่ม ... นึกออกแล้ว บางที คนที่นิ่มพูดถึง อาจเป็นตัวปลาเองก็ได้ นิ่มอาจจะรู้ว่าปลาคิดอะไรกับเธอ เลยใช้แผนบอกเป็นนัย เหมือนในหนัง หรือการ์ตูนญี่ปุ่น ต้องใช่แน่ๆ


“ก็บอกเขาสิ จะเป็นไรไป เขาเองก็อาจจะรออยู่นะ ว่าเมื่อไหร่นิ่มจะบอกเขาเสียที “

นิ่มเงียบแล้วขอตัววางสาย แต่สมองของปลา ยังวนเวียนความคิดอยู่ที่ว่า คนนั้นคือใครกัน คนที่อยู่ใกล้ๆนิ่ม  ที่เป็นไปได้ก็เพียงกลุ่มพวกเพื่อนๆกันเอง แต่ที่สนิทกับนิ่มที่สุด ก็ต้องปลา  ปลากระโดดตัวลอย ปลาไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไปหรอก ต้องเป็นปลานั่นแหละ พรุ่งนี้เช้าปลาจะเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะถามแม่ว่า สิ่งที่ปลาเดามันถูกใช่ไหม  คนที่นิ่มสนใจ คือปลาของแม่ใช่หรือเปล่า

  

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  บทที่ 10

  

  ขณะที่นาวกำลังเดินทอดน่องอยู่บริเวณสวนหน้าบ้าน สัญญาณมือถือของนาวก็ดังขึ้น เสียงเพลงที่ร้องเตือนนั้นเป็นเสียงที่นาวตั้งเอาไว้ให้กับคนพิเศษเพียงคนเดียว “ ปลา “  สัญญานดังได้เพียง 3 ครั้ง นาวก็รีบกดปุ่มรับ เพราะเกรงคนปลายสายจะคอยนานไปกว่านี้

 “  สวัสดีค่ะ เอาของให้พี่นิ่มแล้วเหรอคะพี่ปลา? “

น้ำเสียงของนาวสดใส  โดยไม่รู้เลยว่า อีกด้านกำลังมีพายุหมุนราวเฮอริเคน

“ นาวออกมาพบพี่ที่ร้านของพีทหน่อยได้ไหม พี่มีเรื่องต้องการคุยกับนาว “ เสียงปลายสายเรียบสนิท

“ เรื่องอะไรคะ พูดตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ เราก็กำลังคุยกันอยู่นี่คะ “

“ ......”

“ ว่าไงคะพี่ ปลา พูดตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ นาวกำลังตั้งใจฟังอยู่ พี่อย่างเงียบสิ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า “

ความเงียบจากอีกด้าน ทำให้นาวเริ่มวิตกกังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นระหว่างเธอกับเขา  ยิ่งท่าทีตอนที่เขาเดินจากไปเมื่อเย็น ยิ่งตอกย้ำให้นาวรู้ว่า ที่ปลาเคยบอกเรื่องของนิ่ม มันไม่เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด ผู้หญิงคนนั้น ยังมีอิทธิพลกับใจปลาเสมอ

“ ออกมาเถอะ พี่รบกวนเวลาของนาวไม่นานหรอก เรื่องที่พี่ต้องการพูดกับเรา ไม่เหมาะที่จะคุยกันผ่านโทรศัพท์  พี่จะรออยู่ที่โต๊ะเดิม - -  แค่นี้นะ “

ยังไม่ทันที่นาวจะรับปากหรือตกลงอะไร ปลาก็ตัดบทวางสายไปเสียก่อน ราวกับนัดครั้งนี้ นาวไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธได้

 

ขณะนั่งอยู่บนรถเมลล์เพื่อเดินทางไปยังร้านอาหารดังกล่าว นาวครุ่นคิดถึงสาเหตุ ที่ทำให้ตนเองต้องออกไปพบปลาในเวลาค่อนเย็นแบบนี้  เรื่องราวอะไร มันถึงสำคัญขนาดที่ปลาไม่อยากให้เราคุยกันผ่านสายสื่อสาร  ตลอดการคบหากันมาเกือบ 2 เดือน ไม่เคยมีครั้งใดที่ปลาจะนัดเธอแบบปัจจุบันทันด่วนเหมือนนัดครั้งนี้ น้ำเสียงของปลา เรียบนิ่ง และเย็นชาครั้งนี้ จนผิดสังเกต นาวมีลางสังหรณ์ประหลาด ว่าอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างนาวกับปลา นาวมายืนอยู่ที่หน้าร้านได้ครู่ใหญ่ ทำไมวันนี้ นาวรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ที่จริงนาวก็รู้สึกอย่างนั้น ตั้งแต่วางสายจากปลาแล้วนั้นแหละ ทั้งๆที่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปลานัดเธอมาที่ร้านแห่งนี้สักหน่อย แต่ความคิดของนาวก็วนเวียนอยู่กับความสงสัย นาวค่อยๆก้าวเท้าสู่ประตูหน้าร้าน เธอพยายามสะบัดความคิดวกวนนั้นออกไปจากหัว วันนี้ลูกค้าในร้านน้อยกว่าวันไหนๆ นาวมองไปที่โต๊ะตัวเดิมที่เคยนั่งพร้อมปลา ภาพหญิงสาว ผมซอยสั้นคุ้นตา กำลังก้มใบหน้าลง สายตาจดจ้องอยู่กับมือของตร นาวก้าวเท้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าของปลาครู่ใหญ่  แม้จะยืนอยู่ตรงนั้น แต่ปลาก็กลับทำราวกับมองไม่เห็นนาวสักนิด 

“ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ พี่ปลา รีบร้อนให้นาวออกมาพบแบบนี้ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ไหนดูหน้าสิ เฮ้อ !! เครียดอะไรอยู่ เดี๋ยวไม่หล่อนะจะบอกให้ “ นาวพูดขณะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 “ นาว พี่รักพี่นิ่ม พี่ไม่ได้รัก นาว “

สิ้นประโยค นาวหยุดลมหายใจตัวเองไปชั่วครู่ นี่เขาเรียกนาวมาด้วยเรื่องเท่านี้เหรอ 

“ นั่นเป็นประโยคแรกที่พี่ทักทายนาวเหรอค่ะ จะไม่ถามนาวหน่อยเหรอ ว่าเหนื่อยไหม รถติดหรือเปล่า “

นาวยิ้มบางๆ พร้อมทั้งเม้มริมฝีปากกดกันแน่น ราวข่มความรู้สึกเจ็บ กับคำพูดของปลา

“ พี่ต้องการจะเลิกคบกับนาว และหวังว่านาว จะเข้าใจ พี่รักนิ่มมากเกินกว่าจะยอมให้ใครแย่งเขาไป “

ปลาจ้องหน้านาวเขม็ง ในขณะที่พูดแต่ละประโยคออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ อย่างงั้นหรอกเหรอคะ  “ นาวเว้นจังหวะหายใจชั่วครู่ กระบอกตาร้อนผ่าว และเหมือนกำลังจะพร่าเลือนไปด้วยบางสิ่ง

 “ พี่รู้มั๊ย พี่นิ่มบอกนาวนานแล้วละ ว่าพี่สองคนเป็นแค่เพื่อน เรื่องที่พี่อุปโลกให้พี่เขาเป็นกันชน ไม่ให้เด็กๆที่โรงเรียนเข้ามาใกล้น่ะ นาวรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่พอทุกครั้งที่พี่บอกนาวว่าพี่กับพี่นิ่มยังคบกัน  เหมือนเพื่อนแต่ไม่ใช่เพื่อน ได้ฟังนาวก็เจ็บ ทำไมพี่ต้องโกหกแบบนั้น พี่คงรู้สึกกับพี่นิ่มมากกว่าเพื่อนใช่ไหมคะ?“

“....” ปลายังคงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของนาว

“หรือบางทีพี่คงผูกพันกับพี่นิ่มมาก ผูกพันจนไม่อยากเสียพี่นิ่มไปไม่ว่าจะในฐานะไหน พี่จำได้ไหม พี่บอกนาวว่า พี่นิ่มสำคัญกับพี่ เหมือนที่นาวเองก็สำคัญกับพี่ - - ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นแล้วใช่ไหม ตอนนี้พี่นิ่มสำคัญกับพี่มากกว่านาวแล้วใช่ไหม? ”

 

ปลาเงียบ ที่นาวพูดมามีส่วนของความจริง

“ทำไมค่ะ นาวคบกับพี่ มาจะเดือน นาวไม่มีอะไรให้รู้สึกอยากจะคบกันเลยเหรอ พี่ถึงได้ขอเลิก”

“นาว - - พี่รักพี่นิ่มเขามานาน วันนี้พี่เพิ่งได้รู้ว่าเขางอนพี่ ที่พี่คบมานาวจนไม่มีเวลาให้เขา เขาถึงได้มีคนอื่นประชดพี่ เพราะงั้นพี่ช่วยเข้าใจพี่ด้วย  “ พูดจบปลาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“งั้นพี่มาขอคบกับนาวทำไม ในเมื่อพี่ชอบพี่นิ่ม พี่เอาความรักของพี่มาทำร้ายความรักของคนอื่นๆทำไม “

ขอบตาที่เคยรู้สึกร้อนผ่าวของนาว บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา  นาวยกมือปาดหยดน้ำพวกนั้นไม่ให้มันเลอะใบหน้า แต่ดูเหมือนน้ำตาที่นาวมีจะไหลไม่มีวี่แววจะหยุดได้ง่ายๆ เสียงหนึ่งก้องดังในใจนาว ท่ามกลางบรรยากาศความเงียบระหว่างปลาและนาว

“  เป็นอย่างไรละ โอกาสที่ให้ใครคนหนึ่งไปง่ายๆ เมื่อได้ไปง่ายมันจึงมักไม่มีคุณค่าอย่างนี้นะเหรอ  “

 

 

“ อย่าร้องไห้ได้ไหม - - พี่จะไม่พูดว่าพี่ไม่ตั้งใจให้นาวเจ็บ แต่ถ้าทำได้ พี่ไม่เคยอยากให้เราต้องเจ็บ “

“ แต่นาวก็ยังเจ็บไม่ใช่เหรอค่ะ พี่ไม่ได้ตอบคำถามนาวเลย ถ้าพี่รักพี่นิ่ม พี่ทำแบบนั้นกับนาวทำไม “

“ ในเมื่อนาวอยากฟังพี่ก็จะเล่า พี่พนันกับเพื่อนว่าจะจีบเราให้ได้ภายใน 3 วัน “ ปลาพูดขณะหลบตาต่ำ

“ อะไรนะ !!!  พี่พนันกันอย่างงั้นเหรอ “ ได้ฟังประโยคนั้นปลาก็กดนิ้วมืดแน่นกับโต๊ะ

“ พี่ขอโทษ - - พี่ยอมรับนะ ว่าตอนแรกไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรา  พี่ตั้งใจว่าคบสักพักไม่กี่อาทิตย์แล้วค่อยบอกนาวว่าเราไปกันไม่ได้ แต่เห็นสิ่งที่นาวทำให้ เห็นนาวดูแลและรักพี่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าพี่จะทำไม่ดียังไง เราก็ดูจะรับข้อเสียของพี่ได้ไปเสียทุกเรื่อง “

“.....”  ใบหน้าของนาวกลับเรียบเฉยมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ยังคงไหลอยู่

 “ พี่เองก็ผูกพันกับนาว ผูกพัน….จนถึงกับแพ้ใจตัวเอง เลื่อนเวลาให้พี่เรียนจบเสียก่อน จากนั้น พี่จะค่อยๆหายไป แล้วอีกอย่างพี่เองก็ไม่แน่ใจว่า นิ่มเขาคิดยังไงกับพี่ แต่วันนี้พี่รู้แล้วว่าเขาก็รู้สึกเหมือนพี่ เขาถึงทำทำแบบนั้น เพราะประชดให้พี่เจ็บ “

 

นาวหลับตาลงช้าๆ เหมือนอยากให้ทุกๆประโยคที่ปลาพูดเป็นเพียงฝันร้าย ที่พอนาวลืมตาตื่นมา ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนช่วงเวลาก่อนหน้านี้ หัวใจด้านซ้าย บีบรัดแน่นราวกับถูกใบใครปลิดออกจากอก แบบนี้เองนะหรือ ความรู้สึกเจ็บ เมื่อถูกความรักทำร้าย มันเจ็บแปลบขึ้นมาจนถึงเบ้าตาเชียวหรือ  นาวค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพคนตรงหน้าเอง ก็ดูเจ็บปวดไปน้อยไปกว่านาวเลย ความรักของเขาก็คงสร้างความทุกข์ให้เจ้าตัวไม่น้อย

“ค่ะ - -นาวทราบซึ้งน้ำใจของพี่มาก  นาวรักพี่ปลานะ รักมานานเหมือนที่พี่รักพี่นิ่มนั่นแหละ แล้วรู้อะไรมั๊ย นาวเคยมั่นใจ ว่าเวลาจะทำให้นาวชนะใจพี่ได้สักวัน นาวจะเป็นคนที่พี่รักมากกว่าพี่นิ่ม  แต่วันนี้ พี่กลับบอกนาวว่า ไม่ต้องทำอะไรเพื่อพี่อีกแล้ว”  นาวมองใบหน้าของปลาอย่างพินิจช้าๆ  พร้อมทั้งยื่นมือออกไปกุมมือคนตรงข้าม แล้วบีบอย่างกลัวว่า มือข้างนั้นจะหายไปเสียจากตรงนี้

 “ พี่จำวันที่พี่ขอโอกาส ให้พี่คบนาว วันนี้ นาวก็อยากจะขอพี่ ขอนาวได้มีโอกาสบ้างได้ไหม เพราะวันนี้ นาวไม่ได้เหลือใจ ไว้เผื่อวันที่พี่ปลาจะมาบอกนาวอย่างนี้…..นาวอยากบอกพี่อย่างนึงนะ  นาวมั่นใจ ว่าวันนึงพี่จะรู้ว่า พี่นิ่มคิดอย่างไรกับพี่ วันนึงพี่จะเสียใจที่พี่พี่ตัดสินใจอย่างนี้ และวันนั้นพี่จะรู้ว่า นาวรอพี่ให้โอกาสนาว  ขอให้นาวได้ใช้ความรู้สึกดีๆลบภาพพี่นิ่มออกไปจากความทรงจำพี่ปลาบ้าง “

“ พี่ขอโทษ... “

“ ไม่เป็นไรค่ะ นาวคงขอพี่มากไป แต่นาวจะรออย่างที่บอกพี่จริงๆนะค่ะ “

 

นาวเดินออกไปจากร้านด้วยความรู้สึก ที่ย่ำแย่  เพียงแค่ การพนันกันสนุกๆ ความรักของนาววันนี้มีค่าเท่านั้นเอง นาวเดินออกมาไกลอย่างคนไร้สติ รู้สึกตัวอีกครั้ง นาวก็นั่งอยู่ที่ม้านั่งริมสวนสาธารณะหมู่บ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสนิท เธอกอดตัวเองร้องไห้กับการเสียใครคนนึงไป ไม่เลย นาวไม่โกรธใคร นาวรู้ว่านิ่ม รักใครและเพราะอะไร และถึงนาวจะบอกปลาเขาคงไม่เชื่อนาว เรื่องนี้มีเพียงปลาคนเดียวที่จะตัดสินใจ  ให้โกรธ การกระทำของปลา  นาวก็รู้ว่าถ้าลองเราได้รักสักคนแล้ว  ถ้านาวยืนอยู่ในตำแหน่งของปลาขณะนี้  นาวก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งคนที่นาวรัก ที่ปลาก็ทำอย่างนั้นนาวจึงพยายามจะเข้าใจ แค่ทำไม ความเจ็บปวดที่อยู่ก้นบึง จึงไม่ทุเลาลง ทำไมหัวใจจึงเจ็บเจียนจะหยุดเต้นแบบนี้

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังตามหาไม่ครบ เดี๋ยวขอไปหาของเก่ามาเกลาก่อนนะ


 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic