รักแท้บทที่1

  

  

“ ความรักแบบนี้ไม่ยั่งยืนหรอกนะ ถ้าเราเลือกทางเดินนี้ เราต้องเตรียมใจให้เจ็บได้ ตลอดเวลา 

  

ทอมรุ่นพี่เคยสอนผมเอาไว้แบบนั้น เขาบอกผม ความรักแบบเพศที่ 3 ไม่เคยจีรังยั่งยืน ยิ่งความรักแบบทอมๆ ดี้ๆ รักกันให้ล้นลิ้นปี่ ยังไงไม่กี่ปีก็ต้องจบลง ตอนนั้นผมเป็นเพียงทอมละอ่อน อายุ16-17 ผมยังเชื่อเหมือนที่วัยรุ่นทั่วโลกเชื่อ เรารักกัน และความรักจะทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคได้ทั้งหมด รักอย่างเดียวเพียงพอจะตอบคำถามทุกๆข้อที่เกิดขึ้นในชีวิตเราได้ แต่แล้วผมก็รับรู้ว่า ความรักมันมีรายละเอียดปีกย่อยมากกว่านั้น ยิ่งเป็นความรักแบบพวกผม มันยิ่งเป็นความซับซ้อนมากขึ้นไปหลายเท่า

   

  

ผมเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน แต่ก็เหมือนเป็นลูกชายคนแรก ครอบครัวรับรู้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของผมช้าๆ หลังจากส่งผมเข้าโรงเรียนกินนอนมาพักใหญ่  พฤติกรรมภายในตัวผมเริ่มบ่งชัดว่า แม่ผมจะได้ลูกชายเพิ่ม ไม่มีครอบครัวที่ไหนจะรับได้โดนทันทีทันควันหรอกครับ กว่าพวกเขาจะทำใจยอมรับในเพศที่ผมเลือก ทั้งผมและครอบครัวปรับจูนความรู้สึกกันอยู่หลายปี ผมเป็นหญิงรักหญิงแบบที่ไม่แสดงออก หรือเรียกกันในหมู่พวกผมว่าเลสเบี้ยน เวลาที่ใครถามว่าผมเป็นทอมงั้นหรือ ผมจะรู้สึกหงุดหงิด ตอบตรงๆ ผมพอใจจะให้ใครๆเข้าใจสถานะที่ผมเป็นแค่ ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักผู้หญิงอีกคนหนึ่งเท่านั้น อย่าระบุเพศอื่นใดให้ผมเลย

   

  

คุณบางคนอาจสงสัยอีกนั้นละ ในเมื่อปากผมก็บอกเองว่า ผมเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักผู้หญิงอีกคนหนึ่งแล้วทำไมผมจึงแทนตัวเองในการเล่าความรักของผมครั้งนี้ ว่า “ ผม “ เพราะมันจะทำให้คุณเข้าใจถึงสถานะภาพระหว่างผมกับคู่รักง่ายดายขึ้น ผมแทนตัวเองว่า ผม และ ผมแทนตัวเธอ ว่าหล่อน คุณคงพอจะเดาได้ง่ายๆ เวลาอยู่กัน 2 คน ระหว่าง ผู้หญิง 2 คนนี้ คนไหนคือผัว คนไหนคือเมีย

  

  

ผมมีความรักมาหลายหน ก็ทั้งแบบ poppylove แล้วก็แบบ เรียนรู้กันไปทางเพศศึกษา มันเป็นความรักแบบฉาบฉวยครับ รักๆเลิกๆ ไม่ได้คาดหวังอันใดต่อกันมาก จนเมื่อผมจะเข้ามหาลัยนั้นละ ผมจึงพบกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้า เธอชื่อแอนครับ ตอนนั้นอายุอานามผมเพียง 18 ปี ส่วนเธอ อายุมากกว่าผมเป็น 10 ปีที่เดียว โอกาสหลายๆอย่างอำนวยให้ทั้งเธอและผมย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันในคอนโดแห่งหนึ่ง ผมเรียนมหาลัย ส่วนเธอก็ทำงานของเธอไป งานที่เธอทำ เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ทำให้หน้าที่ภายในบ้านส่วนใหญ่ผมรับผิดชอบไปหมด ผมไม่รู้สึกเสียเกียรติ ที่จะต้องทำงานบ้านให้แฟน เวลาที่ความรักบังตา คุณจะรู้ว่า คุณสามารถทำอะไรให้คนที่คุณรักได้มากขนาดไหน

  

  

ผมกับเธอ ร่วมสร้างครอบครัวเล็ก เพื่อนๆของเธอมักบอกกับผมว่า เธอเป็นคนน่าอิจฉา

“ อะไรจะ family man ขนาดนั้นจ๊ะจูน นี่งานบ้านก็เหมาหมด เงินก็ช่วยหา อะไรจะน่าอิจฉาขนาดนั้น “

ทุกครั้งที่มีคนชมครอบครัวที่ผมและเธอสร้าง ผมยิ้มจนแก้มปริเสมอ ถึงแม้แม่ของผมจะเรียกเธอว่า

 

 พวกไก่แก่แม่ปลาช่อน “

 

 

ค่าเพราะเธออายุมากกว่าผม แต่ผมไม่สนใจหรอก ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าผู้ใหญ่มองการณ์ไกลกว่าผม น่าจะดีกว่า แม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน หลายต่อหลายหน ที่แม่เอาข่าวลือเสียๆ หายๆของหล่อนมาเล่าให้ผมฟัง แต่ ผมรักเธอ ผมเชื่อเธอ และผมรู้ว่าเธอก็คงรักผมมาก ความต่างของวัย หรือ เรื่องอดีตแย่ๆที่ผ่านมา ไม่ทำให้ผมหวั่นไหวในการที่จะรักเธอ ความต่างพวกนั้น ไม่ใช่ปัญหาที่เราจะรักกัน ฟังดูโง่บรม ครับ แต่ตอนนั้นผมไม่คิดว่าผมโง่นะ

 

 

ตอนที่ผมรักแอน ผมให้อะไรเธอได้ ผมก็ให้ไปหมดทุกอย่าง เงินที่แม่ส่งมาให้เรียน ผมจะยกให้แอนเป็นคนจัดการหมด ผมยังแอบเอาทองของตัวเองไปขายเพื่อหาทุนมาทำร้านอินเตอร์เนท อย่างที่แอนเคยฝันอยากเป็นเจ้าของมานาน

 

เวลานั้น ผมรักอย่างคนงมงาย รักเท่าที่หัวใจผมมันพอจะถวายความรักตัวเองให้แอนได้ ผมอาจถูกสอนมาแบบนั้น พ่อแม่ผมท่านสอนแต่ความรักด้านดีๆ ท่านสอนว่า ความรักสวยงามเสมอ คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ท่านสอนเท่านี้ ท่านคงลืมสอนอะไรไปอย่างนึง เวลาที่เราอกหัก มันเหมือนความรักถีบเราหล่นจากที่สูงโดยไม่มีฟูกรองรับ ความรักอีกด้านมันทรมาณ ทรมาณเสียจนลูกต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะหล่นเมื่อฟองสบู่แห่งความรักนั้นแตก ผมค้นพบสัจจะธรรมนั้น เมื่อวันนึงพี่เขยเธอที่ผมเคยยกมือไหว้ตลอดเวลากว่า 3ปี  โทรเข้ามาขอคุยด้วย

 

 

“ จูน พี่ถามหน่อยเหอะ จูนกับแอนคบกันอย่างพี่น้อง หรือคบกันแบบอื่น “  ผมเอะใจ ทำไม พี่คูณมาถามผมตอนนี้ เวลาตั้งหลายปีที่ผมอยู่กับแอนมา ทำไมพี่ไม่เคยถาม แถมน้ำเสียงที่ใช้ ก็ดูยียวนไม่น้อย

“ ผมคบกัน เขาเรียกผมว่าผัว ผมเรียกเขาว่าเมีย พี่ถามผมทำไม “ ผมตอบพี่คูณเสียงฉะฉาน

“ งั้นก็แปลก เขานอนกับพี่มา 6 ปีแล้ว เขาเป็นเมียเรามากี่ปีละ  2 ปี หรือ 3 ปี “

 

เหมือนความรู้สึกผมดำดิ่งในนรก อะไรกันเนี๊ย เขาเป็นพี่เขยแอนไม่ใช่เหรอ เขาเคยแวะมาหาแอนที่นี้บ่อยๆ แต่แอนมักบอกผมว่า พี่สาวเธอฝากของมาให้ เวลาไปต่างจังหวัดด้วยกัน เธอก็มักมีเหตุผลยกมาให้ผมเชื่อใจ ว่านี่คือพี่ชายที่เธอรู้จักมานาน ผมยกมือไหว้เขาในฐานะพี่ที่เคารพรักมาตลอด แล้วนี่ ตกลงว่าอย่างไร ตกลง คือเขาเป็นผัวของเมียผมอย่างงั้นเหรอ

 

“ ที่โทรมา พี่ก็แค่อยากรู้ ถ้าเขาจะคบเรา ก็บอกให้เขาเลิกกับพี่เสีย อย่ามาขอเงินพี่อีก พี่จะหลีกทางให้ “

ฟังคำนั้นแล้วผมหน้าชาไปครึ่งแถบ แล้วเงินที่เอาจากผมไปละ มันยังไม่มากพอที่จะถมความอยากมีอยากได้ของเธออีกหรือ ? พี่คูณยังเล่าเรื่องอื่นๆให้ผมฟังอย่างช้าๆ ตอนนี้เธอไปติดทอมคนหนึ่ง ซื้อข้างซื้อของ ซื้อทองหยองให้กันมาราวเดือนกว่าๆแล้ว เรื่องนี้ผมรู้บ้างหรือไม่ ผมจะเรียกความรู้สึกในวินาทีนี้อย่างไร ทรยศหรือ มันคงน้อยไป ผมทำอะไรผิด ทำไมถึงทำกับความรักของผมอย่างนี้

 

 

ผมสอบตก น้ำหนักลด ข้าวปลาอาหารไม่กิน พอเธอรู้ว่าผมรู้เรื่องแล้ว เธอก็หลบหน้าผม แต่ก็ยังพยายามโทรมาแก้ตัวว่า เรื่องที่พี่เขยเธอเล่าไม่เป็นความจริงสักนิด

“ งั้นตอบจูนมาหน่อย พี่คูณที่เขามีครอบครัวดีๆ เขามีลูก มีเมีย เขาจะมาพูดกับจูนทำไม ถ้ามันไม่ใช่ความจริง“

 ผมตะคอกเธอผ่านสายโทรศัพท์

“ เขาอยากให้เราเลิกกันไง เขาอยากให้แอนเลิกเป็นแบบนี้ จูนอย่างโง่เชื่อเขาสิ “

 

 

จะให้ผมเชื่อเธอลงได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่พี่สาวเธอ ก็ยืนยันว่าใช่ ที่พูดอะไรไม่ได้ เพราะแอนก็เป็นน้องสาวแท้ๆ เธอรู้ตัวบ้างไหมว่าทำให้ใครพลอยเจ็บไปกับการล้อเล่นกับความรักของเธอบ้าง

ผมถามตัวเองผมจะอยู่อย่างไร ในเมื่อความเป็นเราเต็มพื้นทีไปหมด ไม่มีของชิ้นใดในบ้านเป็นของผมหรือของหล่อน มีแต่เป็นเราของ ร้านอินเตอร์เนทก็ของเรา ทีวี ตู้เย็น เงินในบัญชี มันมีแต่เราทั้งนั้น แต่ในที่สุด ความเป็นเราก็จบลง ผมที่เคยไม่เชื่อว่า เราจะจบลงง่ายๆอย่างงี้ อยู่ได้แทบไม่เป็นผู้เป็นคน

 

 

 มันเป็นรักครั้งแรกที่ผมจริงจัง ถ้าเปรียบเป็นความรักของชายและหญิง มันก็เหมือนการแต่งงานครั้งแรกของผม เวลาที่คุณแต่งงาน คุณคงไม่ได้คิดเรื่องหย่าเตรียมเอาไว้ก่อน นั้นละผมก็เป็นแบบนั้น มันเคว้งคว้างหายใจได้ แต่ไม่รู้สึก ทำใจรับความจริงยอมรับอย่างยากลำบาก  เสียใจเสียดายความรัก เจ็บปวดกับสิ่งที่คนรักกันมอบให้ ผู้หญิงคนนั้นมีเจ้าของอีกคนมาตลอดการเป็นแม่บ้านของผม ผมคิดว่านี่คือความเจ็บที่หาอะไรมาเปรียบไม่ได้อีกแล้ว แต่ผมคิดผิด เมื่อผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อนๆที่รู้ว่าเราเลิกกัน ต่างทยอยมาเล่าเรื่องที่ตัวเองเก็บไว้เนินนาน ตั้งแต่ครั้งที่ผมกับแอนยังรักกันดี

 

 

“ นี่กุเห็นว่าเมิงเลิกกันแล้วนะ เมิงจำคืนลอยกระทงได้ไหม ที่เขาขอไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ คืนนั้น เขาไปนอนกับคนอื่น “

“ คืนปีใหม่ก็เหมือนกัน เขาไปรีสอร์ท ก็กลุ่ม พี่บิ๊กไง ทั้งกลุ่มละ ผู้ชายหนุ่มๆในอำเภอนี่ เจ๊แอนล่อมาจะหมดแล้ว “

 

 

ผมเหวอ แล้วค่อยๆคิดตามที่ละเหตุการณ์  คืนที่เธอขอไปนอนบ้านเพื่อนเพื่อฉลองวันเกิด  คืนที่เธอไปค้างที่อื่นโดยบอกเพื่อนเลี้ยงรุ่นและไปกับเพื่อนผู้หญิง คืนที่เธอ ตอแหลผมว่า เธอต้องไปทำงานจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ที่จริง คือเธอไปมั่วเซ็กส์กับผู้ชายพวกนั้น ผู้ชายที่ผมนับถือว่าเป็นพี่  ผมช็อกอับอาย คนเหล่านั้นคงมองผมยิ่งกว่าควายหรือกระบือที่โคตรโง่บรม ถ้าเธอชอบผู้ชาย เธอมาคบกับผมทำไม เที่ยวนอนกับคนนั้นคนนี้ แล้วกลับมาให้ผมดูแลที่บ้านอย่างนั้นหรือ ที่จริงแค่เรื่องพี่เขยเธอ ยังไม่ได้ทำให้เยื่อใยความรักของผมหมด แต่ผมฟังเรื่องนี้ มันเหมือนสายใยบางๆ นั้นสะบั้นลงแทบทันที

 

 

เราเลิกกันแล้ว แต่ข้าวของที่ยังเป็นของเราเล่า จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาผมบริหารร้านเนตคนเดียวกว่า 6 เดือน โดยที่แอนไม่เคยเหลียวแล หรือคิดจะมาช่วยผมเลยสักนิด ผมทำมันคนเดียวจริงๆ เก็บกวาดทำบัญชี วิ่งวุ่นเหมือนหนูติดจั่นเพื่อโปะหนี้สิน กำไร แอนเอาไปถลุงกับคนของหล่อนด้วยเหตุผลสารพัดที่มักยกมาหลอกลวงผม

 

 

ในที่สุด ผมก็ปล่อยให้ร้านเนทพังลงไปตรงหน้า ผมปล่อยให้มันถูกยึด ผมไม่บ้าทำมันเพื่อใครได้อีกแล้ว เมื่อแอนไม่ทำผมจะมัวดูดำดูดีมันไปทำไม ข้าวของทุกชิ้น ถูกแอนขนออกจากคอนโด เธอมาพร้อมกับแฟนทอมคนใหม่ ผมมองเขาคนนั้นอย่างสมเพท เขาจะรู้เบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้บ้างไหม? บนใบหน้าหวานๆ มีสิ่งปฎิกูล มีอาจมมากมายอยู่ในชีวิตหล่อน ผมยืนมองเธอขนของทุกชิ้นอย่างเลือดเย็นอยากได้ชิ้นไหนก็เอาไป ถ้าผัวใหม่ไม่มีปัญหาหาให้ ผัวเก่าอย่างผมก็พร้อมจะสงเคราะห์

 

 

เหลือเพียงของใช้ไฟฟ้าอีกไม่มาก เหลือสิ่งเดียวที่ผมขอจากแอน คือตู้เย็นเครื่องใหม่ที่ผมเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึง 2 เดือน นอกนั้นเธออยากได้อะไร ตู้เตียง ทีวี เครื่องเล่นcd เตารีดไอน้ำ หรือแม้แต่ชั้นวางน้ำปลา ผมยกให้ไปหมด ใช่ผมก็มีคนรักใหม่ มีภายในคืนเดียวหลังเลิกกับแอน แฟนใหม่ผมคุณสมบัติชนะเลิศผู้หญิงคนเก่าทุกๆประการ แอนดูจะเจ็บใจเล็กน้อย ก็ไอ้กระบือแบบผมที่ไม่เคยมีทีท่าจะว่าออกนอกคอกที่เธอล้อมดันหาคนรักใหม่ได้ทันใจ เธอคงลืมไป ผมอยู่กับความเจ็บที่เธอประเคนให้มานานเพียงพอแล้ว เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตเพศที่ 3 เธอแค่ใช้ความรักแบบพวกผมรองรับความผิดหวังจากผู้ชาย แต่ผมต้องการผู้หญิงที่อยากจะอยู่กับคนที่เป็นแบบผมจริง อยู่ รัก กับเพศที่ 3 อย่างผม

 

เรายังห่ำหั่นกันเรื่องเงินทอง ผู้หญิงคนนั้นไปขอเงินจากแม่ของผม

เขาค้างเงินหนู ค้างเป็นหมื่นๆ แม่จ่ายแทนเขาทีสิ " แม่บอกผมแบบนั้น

 

 

 แอนโทรไปข่มขู่แม่ผมหลายรอบ  นรกที่สุด ผมจำได้ว่าเคยรักผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน แต่ตอนนั้นมันแค้น ผมน๋ะหรือติดเงินเธอ ผมว่าเป็นเธอด้วยซ้ำที่ติดเงินผมอยู่จำนวนโข ไหนจะหุ้นที่ร้านอินเตอร์เนท ข้าวของที่เธอค้นๆไป มันยังไม่มากพอปิดบัญชีความรักเราหรือไง ผมกำชับไม่ให้แม่ให้เงินหล่อนสักบาท และถ้าแม่หยิบยื่นเงินให้แม้แต่สลึงนึง

แม่กับผมก็ขาดกัน "

 

 

เราต่อสู้เหมือนสามีภรรยาที่หย่าแล้วกำลังแย่งชิงทรัพย์สมบัติ มักมีเสียงโทรศัพท์ดังทุกๆ 7 โมงเช้า และก่อน 5ทุ่ม เธอจะโทรมาก่อกวนผม และถามถึงผู้หญิงคนใหม่ของผม พูดคำกักขะ ถามเรื่องใต้สะดือ

 

“ มันเด็ดกว่าฉันงั้นเหรอ  มันสนองเธอได้ไม่เท่าฉันหรอก เชื่อไหมละ “

 

ผมกดตัดสายอย่างขยะแขยง แทบไม่น่าเชื่อ ว่าครั้งหนึ่งผมเคยรักหล่อนมาก ทำไมตอนนั้นผมมองไม่เห็นความต่ำของเธอนะ แอนยังวนเวียนมาขอของจากผมหลายครั้งในเวลา4 -5เดือน ชั้นวางหนังสือ น้ำปลาขวดเน่า แป้งเย็น สมุดบันทึกที่หล่อนเขียน และการ์ดเมเจอร์ ให้ตายสิ ถึงจะรู้ว่าหล่อนพยายามจะก่อกวนประสาท เพราะหล่อนหวงผม

 

แต่หล่อนทำมันช้าไป โทษที่แอนทำไว้กับผมและครอบครัวยากเกินจะอภัยให้เธอได้จริงๆ ค่ำวันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังเดินทางกลับห้องพักโดยรถเมล์ แอนโทรกลับมางัดผมด้วยไม้ตายสุดท้าย

 

 

“ นี่เธอ ฉันจะย้ายกับมาอยู่ที่คอนโดนะ “  ผมอึ้ง เธอกำลังจะเล่นอะไร

“ เล่นบ้าอะไรอีกจบกันไปแล้วนะ อย่ามาก่อกวนกันดีกว่า “ ผมตะคอกเธอเสียงสั่นรถ

“ ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน  2 คู่ชู้ชื่นไง คู่เธอคู่ฉัน วันดีคืนดีเราก็มาสวิงกิ้งกัน สะใจดี “ เธอหัวเราะเหมือนเสียสติ

“ ลองสอดลุกกุจแจเข้าไปตอนนี้ เธอจะโดนข้อหาบุกรุกยามวิกาลแน่ ชื่อคอนโดมันเป็นชื่อฉัน จำไว้ “

 

 

ผมตัดสายเธอ พร้อมความแค้นที่ฝังแน่นเกินจะบอกตัวเองให้สงบ ผมกดเบอร์เบอร์ให้เพือนห้องข้างบนมาเป็นพยาน  เดี๋ยวผมจะเรียก 191 ครับ เธอคงคิดว่าผมไม่กล้า ผมคงใจอ่อน เหมือนทุกครั้งที่เคยอ่อนมาให้กับเธอเสมอ ปัญหาจบลงที่สถานีตำรวจ ที่จริงตั้งแต่เลิกกันมาเราก็ขึ้นโรงพักกันเหมือนไปทัวส์พักผ่อนตากอากาศอยู่แล้ว มันน่าเจ็บปวดที่หล่อนพยายามห่ำหั่น จนผมต้องลงไม้แข็ง

 

 

แค่ล้อเล่น เอากันถึงขั้นนี้เชียวหรือ " 

เธอบอกผมเสียงเบาๆ ให้ช่วยยอมความเรื่องบุกรุกหนนี้หน่อย

  

ท้ายที่สุด ผมก็ยอมความโดยลงบันทึกประจำวันว่า เธอจะไม่เข้ามาใกล้คอนโดของผมอีก ความรักของเราจบลงอย่างต่ำทราม ที่จริงมันเคยสวยงามจนใครๆต่างก็อิจฉา มันไม่ได้จบลงที่ผมเป็นเพศที่ 3  แต่มันจบลง เพราะความไม่รู้จักพอของคนๆหนึ่ง ถามว่าตอนนี้แอนเป็นอย่างไร ผมได้ยินข่าว มาตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา เธอแต่งๆ หย่าๆ กับผู้ชายในชีวิตหลายหน และตอนนี้แอนก็หลบลี้หนีหน้า เจอกันเธอก็จะรีบเดินหนีผม ทั้งๆที่เมื่อก่อน เธอจะทำทุกวิถีให้ผมเดินเข้าไป ขย้ำคอเธอให้ได้

 

 

ถามว่า ผมหมดศรัทธาในความรักรูปแบบผมหรือ ผมเชื่อแบบที่ทอมรุ่นพี่คนนั้นบอกหรือเปล่า ความรักแบบเรา ไม่มีวันจะจีรังยั่งยืน ตอบคุณตรงๆ ถึงผมจะเคยผ่านความรักเลวร้ายมาแบบนี้ แต่ผมก็ยังเชื่อ เชื่อว่าวันหนึ่ง ความรักของเพศที่ 3 จะยั่งยืนได้เหมือนความรักของชายหญิง ผมยังเชื่อ แม้ว่าตอนนี้ มันจะเลือนรางเกินให้เชื่อได้ก็ตาม .....

 

 

 

 

 จูน

 

29 ต.ค. 2548 เวลา 11:04 น 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic