สีหน้าพี่จิ๊ก เปลี่ยนไป สายตาแดงกล่ำคู่นั้น มองผม อย่างผิดหวัง ผมพูดไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมต้องการอยากจะพูด ...

 

“ แม่ครับ  นี่ น้องช่อ รุ่นน้องแอ๊ปเอง  ช่อนี่ คุณแม่ของพี่ที่เราอยากมาขอเรียนทำอาหารด้วยไง ” แม่หันมาสบตาผม  ผมได้แต่ยิ้มห่อเหี่ยว ไม่รู้จะหาเวลาที่ไหนมานั่งอธิบายกับแม่ว่า รถไฟมันชนกันเองทั้งช่อ ทั้งพี่จิ๊ก ดูจะเข้ากันดี เว้นแต่บางคำพูดของช่อ ช่างส่อจะทำให้ความแตก และผมมั่นใจ เกินร้อย แล้วว่า  ยัยตัวเล็ก รู้เรื่อง ผมมีพี่จิ๊กอีกคน มานานอย่างแน่นอน

 

วันนี้ รายการอาหารกลางวันเป็น ราดหน้า มีทั้ง เส้นเล็กเส้นใหญ่ เส้นหมี่ที่โต๊ะอาหาร เสียงถามพี่ๆน้องๆผม ว่า ใครจะเอาเส้นอะไร คุณเธอทั้งคู่บริการกันเต็มร้อย พอมาถึงจานผม พี่จิ๊กตักเส้นหมี่ ให้ผม พอยัยช่อเห็น ก็เอี้ยวคอมาถามผม แบบ จงใจน่าดู

 

“ เอ๊ะ  ปกติ พี่แอ๊ปทานเส้นหมี่ เหรอค่ะ  ไม่ได้ชอบเส้นใหญ่หรอก เหรอ วันนั้นทำไมสั่งให้พี่ต่าย ทำเส้นใหญ่ละ ”

 

“ อึม  พี่แอ๊ป เค๊าทานได้ทั้งนั้นแหละค่ะ น้องช่อ แต่เส้นหมี่น่ะ เค๊าจะชอบมากกว่า เพราะไม่อ้วน ใช่มะแอ๊ป แล้วพี่เห็นทานที่ไร ไม่ต่ำกว่า 2 จานทุกที ” พี่จิ๊กยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้ช่อแบบ ถือใพ่เหนือกว่านิดๆ   นี่เป็นการเริ่มประทะคารมหน่อยๆระหว่างช่อกับพี่จิ๊ก   นี่  พี่จิ๊ก รู้ หรือแค่พูดไปตามปกตินะ  ผมน่ะเหรอ ได้แต่ยิ้มรับบางๆ เฮ้ออออออ

 

“ แหม๊ ชอบ เส้นหมี่เล็กๆ  ก็ไม่บอกช่อน๊า  ช่อก็นึกว่า ชอบ เส้น ใหญ่ๆ

เห็นชอบอะไรใหญ่ๆไว้ก่อน นิน่า ” เหอๆ  ยัยตัวเล็กวาง บอมส์ผม  จิ๊กหันมามองหน้าผม สีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ ต่อให้เป็นควายก็น่าจะรู้ละครับว่า  ช่อมีความเกี่ยวดองกับผมยังไง

 ระหว่างที่ผม จะเข้าห้องน้ำ ไปล้างมือ พี่จิ๊ก เดินมาขวางหน้าผม  เธอมองตาผมอย่างคนคาดคั้น ความจริง

 

“ น้องเค๊าบอกว่า แอ๊ปไปทานข้าวบ้านเค๊า บ่อยๆ จริงเหรอค่ะ แอ๊ป”

“ อึม ใช่ค่ะ  คือ พ่อแม่น้องเค๊าไม่ค่อยอยู่บ้าน ไง เค๊าก็อยู่กับพี่ต่าย พี่เลี้ยงเค๊า บางทีน้องเค๊าเหงาๆ เค๊าก็เรียกแอ๊ปไปอยู่เป็นเพื่อนไง ”

“ งั้นที่แอ๊ป บอกจิ๊กว่าไม่ค่อยว่างมั่ง  ติดธุระกับเพื่อนมั่ง นี่หมายถึง

ต้องไปกินข้าวกับน้องเค๊างั้นเหรอค่ะ ”

 

ก่อนที่พี่จิ๊กจะซักผมมากไปกว่านี่ แม่มาเรียกผมกับพี่จิ๊ก ให้รีบไปทานราดหน้า  เพราะที่โต๊ะ รอ ผมกับพี่จิ๊ก อยู่  พี่จิ๊กยิ้มให้แม่แล้วรีบเดินไป แม่หันมาถามผมว่า เกิดเรื่องนี่ได้ยังไง

 

“ ผมไม่รู้จริงๆ นะแม่ เมื่อเช้าถามเค๊าแล้ว เค๊าก็บอกว่าไม่มา นี่ก็

แอบตามมาเมื่อไหร่ไม่รู้  อึม แม่ถูกใจใครละ บอกแอ๊ปที่สิเผื่อถ้าแอ๊ปต้องเลือกจะได้ถูกใจแม่ ”

 

 “ มันไม่เกี่ยวกับแม่ถูกใจหรือไม่ถูกใจนะแอ๊ป มันอยู่ ที่แอ๊ป และ เด็ก 2 คนนั้นถ้ารู้ ว่าเกิดอะไร เค๊าจะว่ายังไง ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายถูกเลือกหรอกนะแอ๊ป ”

 

ครับผมรู้ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายถูกเลือกแต่ถ้าผมบอกคุณๆ ว่ากับช่อที่ผมเคยคิดว่า ผมจะไม่จริงจังอะไรมากมาย ความรู้สึกของผมกลับเป็นความรู้สึกห่วงใยและ ไม่พร้อมอยากจะสูญเสียเธอไป ละ อึม ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวน่าดู  ผมยืนมองผู้หญิง 2 คนนั่งคุยกันเหมือนไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ทำไมเธอ 2 คนยังคุยกันได้ ทั้งๆที่เธอน่าจะรู้ว่าอีกฝ่าย อาจจะเป็นคนที่ทำให้เธอเสียผมไป

 

ผมนั่งทานอาหารอย่างไม่มีความสุข ใช่ผมไม่มีความสุขเลยก็แทบจะว่าได้ ช่อลอบมองตาผม แล้วละสายตาลงต่ำ เสียงถอนหายใจเบาๆ พอให้ผมได้ยิน เมื่อเจ้าน้องชายผมเก็บและทำความสะอาดโต๊ะอาหารแล้ว พวกเรา พากันมานั่งที่โต๊ะหน้าบ้าน จู่ๆ ช่อก็ขอตัวกลับ

 

“ อ้าว ทำไมรีบกลับละลูก  ไม่อยู่ นั่งคุยกันก่อนเหรอ ยังไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากมายเลย ”

“ ไม่หรอกค่ะ วันนี้ ช่อแวะมา เซอร์ไพร์ พี่เค๊าน่ะค่ะ อยากมาไหว้คุณพ่อ คุณแม่แล้วก็พี่ๆ เพราะ พี่แอ๊ป เค๊าพูดถึงบ่อยๆ  ถ้ายังไง วันหลังหนูขออนุญาต มาเยี่ยมบ่อยๆได้ไหม๊ ค่ะ “ ทั้งพ่อและแม่ต่างก็ตอบรับ พี่จิ๊ก บอกให้ผมไปส่งน้องก่อน จิ๊กจะรอที่บ้าน ผมลังเล อยู่ครู่นึง พี่จิ๊ก พยักหน้ายืนยัน  ผมจึงไปส่งช่อ  ระหว่างทาง ความเงียบ ครอบคลุม ภายในรถ

 

“ พี่โกธร ช่อ ที่มาหาพี่เหรอค่ะ หรือพี่ไม่พอใจอะไร พี่ก็บอกช่อสิ อย่าทำเฉยกับช่อได้ไหม “

“เปล่า พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษช่อ ที่วันนี้ไม่ค่อยได้ ดูแลช่อเอาเสียเลย ”

“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะถ้าช่อเป็นพี่ ช่อก็คงทำอย่างนั้น  ในเมื่อแฟนพี่ ก็อยู่ตรงนั้น พี่เค๊าน่ารักดีนะค่ะ ”

“ ช่อรู้  เอ้อ…….. นานหรือยัง  เรื่องพี่จิ๊ก  ว่าพี่มีพี่จิ๊ก ”

“ ก็นานค่ะ   นานพอจะตัดสินใจอยู่ ว่าจะ รับสภาพ ที่เป็น ถ้าหากต้องการพี่ ช่อต้อง ยอมรับให้ได้ ว่าพี่ไม่ได้มี ช่อแค่คนเดียวนะ พี่ต้องเอาเวลาไปแบ่งให้พี่เค๊า ”

 

ผมหันมาสบตา ช่อหันหน้าออกไปที่กระจก  ผมเห็นน้ำตา ความกดดันในตัวผมพุ่งมากขึ้น ผมไม่ต้องการให้ใคร มาเสียน้ำตาเพราะผม แต่ ผมก็ยืดอกรับได้อย่างเต็มทีว่าผมไม่อยากเสียใครไป

 

“ พี่รักช่อนะ คนดี  พี่ไม่อยากเสียช่อไป แต่ถ้า พี่ทำให้ช่อรู้สึกว่า การที่เราคบกันอย่างนี้ ช่อโดนเอาเปรียบ พี่ ก็พร้อมจะเลิก ให้ช่อได้เจอคนดีๆ ”

“ แต่พี่ก็รัก พี่ จิ๊ก ใช่มั๊ยค่ะ พี่เรียกพี่จิ๊กว่าแฟน แล้วช่อละพี่เรียกช่อว่าอะไร  น้องสาว ช่อต้องเป็นน้องสาวอย่างนี้หรอค่ะ “

“ แฟน ช่อก็แฟนพี่คนนึง  แล้วไหนช่อว่าช่อไม่จริงจังกับพี่ไง ไหนว่าช่อไม่แคร์อะไร ไง  พี่ยอมรับนะ ว่า วันนั้นพี่ไม่ได้คิดอะไรกับช่อมากมาย แถมอาจจะติดความรู้สึกว่า ช่อไม่เคยคิดอยากจะมีพี่ จริงๆจังๆ  แต่ตอนนี้พี่คิด พี่ห่วง พี่รัก พี่อยากให้ช่อ อยู่ข้างๆพี่ ช่อก็เป็นแฟนพี่ ทำไมถึงไม่คิดอย่างงี้ ที่บ้านพี่ เค๊าก็รู้ว่าช่อเป็นแฟนพี่ ”

 

“ ช่อ รับได้ ค่ะ ถึงพี่จิ๊กจะเป็นตัวจริง แล้วช่อจะเป็นแค่ตัวสำรอง พี่อยากรู้หรอว่าทำไม ช่อถึงบอกว่าช่อจะไม่แคร์ ว่า วันนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไม ช่อไม่ให้พี่รับผิดชอบช่อ เพราะช่อรู้ ๆ ว่าพี่มี พี่จิ๊ก ไง  ถ้าช่อบอกว่ารู้ แล้วช่อต้องไม่มีพี่ ช่อ ก็ ขอให้พี่ไม่ต้องมารับผิดชอบช่อหรอก ”

 

ช่อเอาแต่ร้องไห้ สะอึกสะอื่น ผม เอง ก็พลอยนิ่งเงียบ รถมาจอดที่หน้าบ้านช่อ ผมดึงเธอมากอดเบาๆ ก่อนจะหอมเธอที่หน้าผาก  แล้วบอกกับเธอ ว่า ขอเวลาผม ให้ผมจัดการปัญหาก่อน ตอนนี้ผมเครียด เหลือเกิน

“  อย่าคิดมากนะค่ะ พี่แอ๊ป ที่ช่อไปวันนี้ แค่ต้องการจะไปหาพ่อกับแม่พี่ ช่อไม่ได้คิดจะให้พี่จิ๊ก รู้อะไรเลย”

 

ระหว่างกลับบ้าน ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  เฮ้อ เสียงเพลงในรถ ก็ดันเป็นเพลงประเภท อกหัก อกร้าว ร้องไห้กัน ตาแตกไปข้างนึง ยิ่งผม เห็นน้ำตาของ ช่อ ผมยิ่งใจหาย ถ้าเป็นพี่จิ๊กละ ถ้าพี่จิ๊กร้องไห้ ผมคงยิ่งไม่รู้จะทำยังไง  ในเมื่อตอนนี้ผมเริ่มตระหนักแล้วว่า ใจผม ครึ่งนึงแบ่งไปให้ช่อไปเสียแล้ว

 

“คน 2 คน สามารถ รักคนๆ เดียวพร้อมๆกัน  แต่ คนๆ นึงไม่สามารถ รักคน 2 คนพร้อมๆ กันได้ ” เสียงดีเจ ยังคงพูดปรัชญาความรัก กับบทเพลงต่อไป จริงสินะ ในเมื่อถ้า คน 2 คน รักคนๆ เดียวพร้อมๆ กัน คนที่ถูกรัก  เขายังสามารถจะเลือกเอา 1 ใน 2 ที่รักเขา แต่ถ้า คนเพียงคนเดียวเกิดรัก 2 คนนั้นพร้อมๆกันละ จะทำอย่างไร ความรู้สึกนี่หรือเปล่านะ ที่นางวันทองไม่สามารถจะเลือกได้ ระหว่างขุนช้างกับขุนแผนคนนึง เรารักเขา คนนึงดูแลและจงรักภักดีต่อเรามาตลอดเวลา

 

ระหว่างนั้นผมก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน  ผมเข้าไปนั่งข้างแม่ แม่ไม่ถามอะไร ผมเหมือนจะรอให้ผมพร้อมที่จะเล่าให้แม่ฟัง   แม่เพียงแต่บอกว่าจิ๊กไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย

“ เขาถามผมเกี่ยวกับเรื่องช่อตั้งแต่ก่อนผมจะไปส่งน้องแล้วละ ครับแม่ แล้วนี่เค๊าไปไหน แล้วละ อย่าบอกนะว่างอนผม หนีกลับบ้านไปแล้วอีกคนน่ะ  “

ผมกระวีกระวาด หันมองรอบ ข้าง  เพราะตั้งแต่ผมเข้ามายังไม่เห็นพี่จิ๊ก เลยแม้แต่เงา

“ แม่ให้เค๊าไปนั่งรอที่ห้อง แอ๊ปนะ  บอกว่าถ้าแอ๊ปมา เดี๊ยวแม่จะให้ไปหาบนห้อง ”

 

บนห้องๆๆๆ   ตายละหว๊า  !!  จดหมาย นั้น  ผมวางไว้บนโต๊ะ หัวเตียงเสียด้วย แม่นะแม่ ความหวังดีของแม่ผมรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง พอเปิดประตู  ภาพที่ผมเห็น คือ พี่จิ๊ก นั่งที่เตียง พร้อมกับกระดาษ สีชมพูแผ่นนั้น น้ำตา ไหลอาบที่แก้ม ผมเดินเข้าไปใกล้ ก่อน จะคุกเข่า นั่งลงข้างๆ พี่จิ๊ก  ผมเอามือเช็ดน้ำตาพี่จิ๊ก

 

เธอ เบือนหน้าหนี ยื่นจดหมาย ฉบับนั้น ส่งมาให้ผม   ผมหลับตา ก่อนจะถอนหายใจ  ผมอยากจะอธิบาย ให้พี่จิ๊กฟัง แต่พี่จิ๊กกลับถาม ผม เสียงเครือ โดยไม่หันมามองหน้าผม

“ เหตุผล ที่แอ๊ป ต้องคอยดูแล เขา หรือเปล่า  เรื่องราวในจดหมาย อ่านแล้ว คิดถึงคนเขียนน่าดูเลยจริงไม๊ “ ผมเงียบ  รับเอาจดหมายมาไว้ที่มือ น้ำตาพี่จิ๊กยังไม่หยุดไหล  เธอ ก้มหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง แล้วร้องโฮ  ผมดึงเธอเข้ามา ปลอบ แต่พี่จิ๊ก กลับสะบัดความห่วงใยของผม

 

“ เมื่อกี้ แอ๊ปก็คงปลอบน้องเค๊ามาแล้ว อย่ามาเสียเวลา ทำอะไร ซ้ำไปซ้ำมา ใช้คำพูด พวกนั้น กับจิ๊กหน่อยเลย  จิ๊กไม่เคยว่าถ้าแอ๊ป จะไปเกเรกับใคร ถ้าแอ๊ปไม่จริงจัง แอ๊ปจำได้ไหม ว่าแอ๊ป บอกจิ๊กว่าจะไม่รังแกจิ๊ก”

“ แอ๊ป ขอโทษ นะจิ๊ก แอ๊ป ขอโทษ “

“ ขอโทษ เท่านี้ ใช่มั๊ย ที่แอ๊ป พูดได้  จิ๊กไม่แน่ใจด้วยซ้ำ ว่าจริงๆ แล้ว แอ๊ป จริงจังกับใครแน่ ระหว่าง จิ๊กกับเด็กคนนั้น  อยู่กับจิ๊ก แอ๊ป เลือกจิ๊ก อยู่กับเค๊าละ แอ๊ป กล้าพูดไม๊ ว่า แอ๊ปไม่ได้รักเค๊า “

 

“ แอ๊ป ไม่เคยบอกว่าแอ๊ปไม่ได้รัก ช่อ นะ จิ๊ก แอ๊ปยอมรับว่าแอ๊ปเองรู้สึกดีๆ กับช่อมาก  “

สีหน้าพี่จิ๊ก เปลี่ยนไป สายตาแดงกล่ำคู่นั้น มองผม อย่างผิดหวัง ผมพูดไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมต้องการอยากจะพูด ...

 

ใช่ นั้นมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อเย็นวานนี้ วันที่ผมมีผู้หญิงอยู่ข้างตัวพร้อมกัน 2 คน  เช้านี้ผมตื่นมาด้วยอาการอิดโรย ที่ฟ้องด้วยสีหน้าและดวงตา  ก็นะโถ่ เอ๊ย ! หรือถ้าเป็นคุณๆ จะข่มตาหลบปัญหาพวกนี้ แล้วหลับลง ผมทั้งพลิกซ้าย ตะแคงขวาเอาเมือป่ายหน้าผากไปมาสลับกัน  พึ่งรู้สึกว่าเตียงที่เคยนอนดิ้นตกเตียงไปได้ทุกคืน ค่ำนี้ผมกลับใช้พื้นทีเพียงแค่ ไม่ถึง1ใน 3 สำหรับอาการ กระสับกระส่ายไปมา

 

ผมครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่อยากเสียใครไปน่ะ ผม ตระหนักดี แต่คงไม่มีใครอยากอยู่ในสถานะนี้ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่ผู้หญิงในดวงใจเพียงคนเดียวอย่างหน้าชื่นหรอก อีกทั้งผมก็ได้รับปาก ว่า จะจัดการปัญหาเหล่านี้ ขอเพียงเวลาอีกสักหน่อย ขอบตาที่ช้ำ นั้นอึม ผมไม่ได้ร้องไห้หรอก เพียงแค่ เครียดก็เท่านั้น  เอ๊าผมไม่ได้ปากแข็งนะ แต่แค่เครียดแล้วน้ำตามันไหล ก็เท่านั้นเอง

 

แต่แม่ไม่ยักกะทักกะสิ่งที่เห็นในโต๊ะอาหารเช้านี้เลย ว่าทำไมผมจึงเป็นอย่างนี้ หรือผมทำไมมีปัญหาอะไรหนักอกอยากให้แม่ช่วยบ้างไม๊  เหอๆๆ ไม่มีเลยละครับ  พี่ชายผมอาจจะพูดถูก

 

“ แอ๊ป  แกไม่จริงจังกับปัญหา เรื่องนี้ มานานเอง  แกปล่อยไว้จนมันเป็นดินพอกหางหมู แล้วมาคิดคราวเดียวอย่างงี้ นายเองนั้นแหละจะกลุ้มกระโหลกร้าว แกเอาแต่ลอยชายไป ลอยชายมา แล้วก็เข้าข้างตัวเอง ว่าปัญหาพวกนี้ไม่ยากเกินกว่าที่นายจะจัดการ ตอนที่ฉันพร้อมจะฟังปัญหาแก แกก็อมพะนำไม่ยอมบอกอะไร พอชั้นไม่อยากใส่ใจแกจะมาเล่าให้ชั้นฟังไปทำไม “

ผมนิ่งแทนคำตอบเพราะผมรู้ว่า ถึงจะพูดแก้ตัวอะไรออกไป วันนี้ผมก็ต้องโดนไล่เบี้ย แบบไม่ปราณีปราไส แน่ๆ

 

ผมเดินออกจากบ้านแบบไร้จุดหมาย ผมอยากอยู่กับตัวเองเพียงคนเดียวเงียบๆ 2 เท้าพาผมมานั่งที่เก้าอี้ ในสวนสาธารณะ นี่ไงครับจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณๆ เจอผม ที่นี้พอจะเข้าใจเรื่องคร่าวๆ หรือยังละ ป่านนี้จิ๊กกำลังทำ กำลังคิดอะไรอยู่นะ ช่อละ ป่านนี้ จะครุ่นคิดอะไร??  ผู้หญิงทั้ง 2 คนไม่โทรมาหาผม และผมก็ไม่พร้อมจะโทรไปหาพวกเธอ ผมไม่รู้จะวางหน้ายังไงกับพวกเธอ  ใช่ผมไม่รู้จะตีหน้าตายยังไง ให้เหมือนปกติ เหมือนนายแอ๊ป จอมกะล่อนคนเดิมได้

 

ผมนึกถึงคำพูดคำนึง ที่บอกว่า อยากอยู่กับคนที่รักเรา หรือเรารัก ไม่ว่าใครก็คงอยากอยู่กับคนดีที่สุดอยู่แล้วเรามีความสุขที่สุดไม่ว่าคนๆนั้นจะรักเราหรือไม่  ถ้าเรารักเขามันคงจะดีไปกว่าครึ่ง สิ่งนึงที่ผมมั่นใจก็คือ ผู้หญิงทั้งคู่รักผม แต่ ผมละ รักใคร คนไหนคือคนที่ผมรัก คนไหนคือคนที่ผมผูกพัน ผมเคยให้คำปรึกษาใครๆ ว่าการที่จะอยู่กับใคร เพียงเพราะความรักวูบแรกที่มี อย่าทำอย่างนั้นเลย เพราะ สิ่งที่เหลือหากความรักวูบนั้นมันหายไปละ วันนี้ผมได้มีโอกาส สัมผัส ความรู้สึกนั้น ทำไมไม่ให้โอกาส ความรักวูบแรกได้พัฒนาตัวตนมันอาจจะกลายเป็นความผูกพัน

มันอาจจะกลายเป็นสิ่งมีค่า เหมือนกันเราเองควรเตรียมใจ ถ้าหากว่าวันนึง

ความรักวูบนั้นมันจะไม่สามารถเป็นอะไรได้เลย  แม้แต่รอยอาลัยอาวรณ์

ถ้าต้องแยกจากกัน

 

ผมกับช่อ นอกจากความเสน่หา แล้ว เรามีอะไรที่เหมือนกันบ้างนะ ความสดใส ที่ทำให้ผม รู้สึกว่าตัวเองได้เป็นตัวเอง ได้กลับมาเป็นแค่ นายแอ๊ป  ถ้าหาก ผมต้องอยู่กับช่อเป็นเวลานานๆ  ความรักในวูบนี้จะพัฒนาเป็นความผูกพันเหมือนที่ผมเป็นกับ จิ๊กไม๊ ??

 

แอ๊ปไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสา ผมต้องยอมรับว่า เธอเป็นผู้หญิงฉลาด รู้จักใช้คำพูด ช่อทันคน แน่นอน หากผมหวังจะได้ คำปรึกษา แบบเด็กแก่แดด แก่ลม ผมจะได้จากเธอ ผมไม่ใช่ คนรักคนแรกของเธอ  ที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่าผมหัวโบราณ ชนิดจะเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ มาเป็นบันทัดฐานการเลือก ใครสักคนมายืนข้างๆผมนะ ตัวผมไม่ใช่คนดี ช่อไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกของผม ผมคงไม่งี่เง่า ขนาดจะเป็นพวก ที่ กล้าตำหนิใคร ทั้งๆ ที่ตัวเอง ไม่ได้เรื่องหรอก  ผมแค่อดคิดไม่ได้ อดกลัวไม่ได้  เวลาที่ผม จ้องมองเธอ ผมกลัวว่าสิ่งที่ช่อทำ เป็นแค่มายา ที่แกล้งผมอยู่หรือเปล่า คำพูดทั้งหมด แค่ทำให้ผมไม่สามารถ หลุดจากเธอไปไหนหรือเปล่า วันนึง ผมอาจจะเสียใจเพราะช่อไม๊  หากผมไว้ใจมากไป ผมกลัวอาจจะเหมือนที่ผมกำลังทำ ช่อกำลังทำเหมือนที่ผมทำอยู่หรือเปล่า แต่ผมไม่เถียงหรอกว่ามันน่าตื่นเต้นแค่ไหนที่สมองจะต้องคิดตามเธอ จะต้อง ไม่พลาดยามอยู่ใกล้เธอ แต่ถ้าผมอยู่กับช่อไปนานกว่านี้ มันจะกลายเป็นความเหนื่อยในการวิ่งตามช่อไม๊  เมื่อผมเหนื่อย ผมจะพาลหยุดวิ่ง แล้วโบกมือลาเธอเอาดื้อๆ เพื่อไปตามหาความเรียบง่าย ของชีวิตปุถุชน  ชีวิตในโลกความเป็นจริง ที่ไม่ใช่แค่เกม

 

นี่ผมแค่เปรียบเทียบกับพี่จิ๊กพี่จิ๊ก มีผมเป็นคนแรก แน่นอน เธอฝากความหวังในการเป็นคนรักที่ดี ไว้ที่ผม เธอไม่เคยมีความระแวง ว่าผมจะทำร้ายเธอ ไม่มีสักถ้อยคำทำร้ายประชดประชันหรือเหมือนจะฉุกคิดออกเมื่อยามที่ได้ฟังไอ้คำโกหกทั้งหลายทั้งปวง ที่ผมสรรหาไปกระล่อนจิ๊กใน ตอนที่ต้องเอาตัวรอด เวลาที่เฉียดรถไฟจะชนกัน  จิ๊กไม่มีมารยา ใดๆ มาฉาบให้ผมกลัวว่าผมกำลังเจอลูกเล่น หรือการเอาคืนพิสดารๆอะไรอยู่ ใช่ มันอาจจะไม่ใช่ความเร้าใจ ไม่ต้องใช้หัว มันเป็นความเรียบง่าย ไม่โลดโผน  ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่เหมือนช่อ แต่สำหรับผม ๆ ขอเรียก สิ่งเหล่านี้ ว่าความอบอุ่นและความปลอดภัย ผมมั่นใจได้ ว่าผมไม่มีวันเสียใจหาก ผมอยู่ข้างๆพี่จิ๊ก  แต่หากนานวันไป มันจะเป็นความชาเฉย ผมเชื่อว่าความเฉยชาจะกลายเป็นความอึดอัด แล้วสักวันนึงความอึดอัดมันก็สามารถทำให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นความหนักใจ ที่ลำบากต่อการพูดกัน  สำหรับคนรัก 2คน แล้วอนาคตเล่า มันจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อไม๊นะ เมื่อผมเบื่อมันก็จะเป็นแค่ข้ออ้างในอนาคต  ที่ผมจะใช้ออกไปตามหาความสดใส เฮ้ออออออ  นี่ผม ซีเรียสมากไปไม๊นะ

 

“ ขอนั่งด้วยคนได้ไม๊ค่ะ??  คือ ดิฉันเห็นว่าที่ตรงนี้ว่างไม่ทราบรังเกียจหรือเปล่าถ้าจะขอนั่งข้างๆ น่ะค่ะ “

 

เสียงนั้นทำลายสมาธิ ของผม ลงสิ้น ผมเงยหน้าขึ้นยิ้มบางๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ผู้ขอภาพตรงหน้าเป็น หญิงสาว อายุ รุ่นราว คราวเดียวกับผม เธอแต่งชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูป สีน้ำเงินเข้มกางเกงยีนส์ ทันสมัย นี่ถ้าเธอไม่ไว้ผมยาว ผมคงนึกว่าเธอเป็นเหมือนผม แต่ผมว่าคงไม่ใช่ ก็ จะมีทอมที่ไหน

ละครับแต่งหน้าเสียหวาน แถมด้วยรอยยิ้ม ที่ดูจริงใจนั้นอีก  ใครละจะใจร้ายปฏิเสธได้  ในมือของเธอถือ ข้าวโพดคั่วถุงพอมือกับเครื่องดื่ม ผมละสายตาจากเธอ มาคิดเรื่องของตัวเองต่อ เค๊าว่ากันว่า คนที่ต้องใช้ความคิด

ถ้าได้มองอะไรที่สีเขียวหรืออะไรที่ดูสดใสบ้างมันจะช่วยลดความเครียด

ผมเห็นด้วยนะ ถ้าผมยังหมก ตัวเองอยู่ในห้อง ผมคงจะคลุ้มคลั่งหนักกว่านี้  ผมทอดสายตายาวไปที่ต้นไม้สีเขียวพวกนั้น เวลาผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ไม่รู้ จนกระทั่งผมได้ยินเสียงหวานๆ แทรกเข้ามาอีกครั้ง

 

“ ดื่มน้ำก่อนไม๊ค่ะ ดูท่าทางคุณเครียดมาก คงจะ เป็นเพราะงานหนักละสิค่ะ” เธอยื่นแก้วเครื่องดื่มนั้น ส่งมาให้ผม แปลก ผมไม่ชอบรับเครื่องดื่มของคนแปลกหน้า แต่กับเธอ ผมกลับว่าง่ายที่จะรับมาไว้  แล้วดื่มเครื่องดื่มนั้น

 

 “ ดีจังค่ะ นึกว่าคุณจะรังเกียจ เสียอีก เฮ้อออ  อ้อยุ่งเกินไปไม๊ค่ะ ...... เออ ชื่ออ้อน่ะค่ะ..... ติดการแทนตัวเองด้วยชื่อจนชิน”เธอหัวเราะเบาๆแก้อาการเขินที่บอกทั้งชื่อ บอกทั้งสาเหตุ ดูเธอเป็นผู้หญิงเปิดเผย ตรงไปตรงมาดี พอสมควร

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก ค่ะ ชื่อแอ๊ป อ้ออยู่แถวนี้เหรอค่ะไม่ค่อยเห็นหน้ามาก่อน “ ผมยิงคำถามพื้นๆ ที่ใช้สนทนากัน เป็นการปูทาง กับสาวหน้าหวานคนนี้

“ค่ะ อ้ออยู่แถวนี้ ที่แอ๊ปไม่ค่อยเห็นเพราะไม่ค่อยมาสวนตรงนี้หรือเปล่าค่ะ นั้นไงค่ะ บ้านอ้อ “ เธอ ชี้มือไปที่บ้านอีกฟากนึง ที่นี้ไม่ใช่สวนขนาดใหญ่แต่เป็นที่พักใจ ของหมู่บ้านของพวกเรา มีทะเลสาปเล็กๆ พอให้ลมพัดมา ให้เย็นใจ กับม้านั่งและต้นไม้ใหญ่ๆ อาจจะจริงของอ้อ ก็ผมไม่ค่อยได้มานั่งแถวนี้เลย นอกจาก วันที่ผมเจอปัญหา น่าอายมั๊ยนะ กับคำถามของอ้อ แสดงว่าเธอมาที่นี้บ่อยพอควร จึงกล้าบอกว่าผมต่างหากที่เป็นฝ่ายไม่คุ้นหน้า

 

“ ค่ะ แอ๊ปไม่ค่อยได้มาที่นี้ วันนี้ว่างก็เลย แวะมาใช้ความคิดนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องงานหรอกค่ะ แอ๊ปเรียนอยู่เลย ที่…”

ผมบอก ชื่อมหาลัยของตัวเอง อ้อทำหน้าตื่นเต้น ก่อนจะถามผมกลับ

“ จริงเหรอค่ะ อ้อก็เรียนที่นั้น อ้อเรียน รัฐศาสตร์ การปกครอง ปี 2 แอ๊ปละ “

“ปีเดียวกัน แต่แอ๊ปเรียน มนุษย์ สื่อ ไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นกฎระเบียบหรือคำสั่งน่ะไม่งั้น อ้ออาจจะมีเพื่อนร่วมคณะเพิ่ม  “

“แหม๊ ไม่ใช่หรอก อ้อ ว่า ผู้หญิงน้อยคน ที่จะก้าวไปเป็น นายอำเภอหญิง จริงไม๊ น่าตื่นเต้นออก อึมแล้วทำไมมานั่งทำหน้า แบกโลกไว้งี้ละ  ผลสอบออกมาไม่ happy หรือไงจ๊ะ “

อ้อให้ความสนิทกับผมไวมาก การมีใครสักคนพูดคุยกับผมก็ถือเป็นการดีเหมือนกัน เพราะ ตอนนี้ ผมก็เหมือนฟุ้งซ่านกับปัญหาไปคนเดียว

 

“แอ๊ปว่า ถ้าผลสอบออกมา ตกหมด แอ๊ปอาจจะ happy กว่านี้ก็ได้ นะ “

ผมพูดติดตลก อ้อ เฉไปหยิบข้าวโพดคั่วข้างตัว เขวี้ยงไปให้พวกนก ที่ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เพื่อจิกกิน

 

“ อึมแล้ว ปัญหาอะไรละ ทำเอาวันหยุดดีๆอย่างนี้ หมดคุณค่าไปเลย  อ้า ขอโทษทีอ้อละลาบละล่วงไป คืออ้อ เคยชินไปนิด ขอโทษทีนะ แต่ถ้ามีอะไร อยากเล่าก็เล่าได้นะ ถือว่า เล่าให้ศูนย์ hot line ฟังละกัน มามะ คุณหมอจะรับฟังให้ แต่ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร อ้อ ชอบระบายไปเรื่อยๆ ไม่ชอบเก็บเอาไว้ มันเหนื่อยเวลา ต้องมาแบกปัญหาไปไหนมาไหน ตลอดเวลา “

ผมพยักหน้าเข้าใจ ดูอ้อจะรอท่าทีของผม ว่าต้องการจะเล่าไม๊ ? แต่อ้อก็ไม่ได้คะยั้นคะยอ เธอยังใส่ใจกับพวกนก ตัวเล็กๆ เหล่านั้นอยู่ ผมนิ่งเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นการระบายกับเพื่อนใหม่ยังไง ผมว่าถ้าผมเล่าไปไม่พ้นจะเสียเพื่อนก็ไม่รู้

 

“ อ้อ คนที่อ้อหลง กับคนที่อ้อ ศรัทธา ถ้าอ้อต้องเลือก อ้อเลือกใคร “

“ อ๋อปัญหา เรื่องหัวใจนี่เอง หึหึ  อ้อนึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไร อึม อ้อก็เลือกคนที้อ้อรักที่สุดสิจ๊ะ “

“ไม่สิ ตอนนี้ มีแค่ 2 คำ หลง กับศรัทธา ถ้าต้องเลือกใครสักคน อ้อเลือกใคร “

“ โห ไม่มีคำว่ารัก มาเกี่ยวข้องเลยเหรอ “

อ้อ ทำหน้า คิดหนัก ก่อนจะขอรายละเอียดเพิ่มเติมอีกนิด  ผมค่อยๆ เล่ารายละเอียดของ ความรู้สึกทั้ง 2 ให้อ้อฟัง

 

“ ก็อย่างหลงนี่ เราไม่แน่ใจว่าเรารักไม๊ แต่ทุกครั้งที่อยู่ด้วยเราก็ มีความสุขเหมือนได้เป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่า มันจะมีตัวตนให้สัมผัสแค่ไหนเมื่อวันเวลาผ่านไป มันมีความจริงใจแค่ไหน ส่วนความศรัทธา ก็อย่างที่บอก เป็นอะไรที่เรารู้ว่า เชื่อได้ แต่ มันขาดความสดใส สุขไม๊เหรอ เราว่าเราอบอุ่น มันปลอดภัย แต่เราไม่รู้ว่าอนาตค มันจะกลายเป็นความน่าเบื่อไม๊ ความรู้สึกทั้ง 2อย่างจะ พัฒนาเป็นความรัก ในนิยามที่เราต้องการไม๊ “

 

“ แล้วนิยามความรักของแอ๊ปเองละ เป็นยังไง คน 2 คนนั้นรู้ไม๊ ว่าแอ๊ปมีนิยามความรักว่าไง “

 

นั้นสิ นิยามความรักของผมละ คืออะไร ผมเอาเหตุการณ์ต่างๆมาปะติดปะต่อ แล้วบอกอ้อไป เมื่อเธอฟังนิยามความรักผม เธอกลับขำเบาๆ

“ เห็นแก่ตัวงั้นเหรอ ทำไมแอ๊ป มองความรักอย่างนั้นละ  ทำไมมองความรักในมุมแย่ๆ อย่างนั้น “

“จะให้แอ๊ปบอกว่า มันคือความเข้าใจเหรอ หรือมันเป็นความเสียสละ ละก็ในเมื่อใจแอ๊ป รู้อยู่แล้วว่า มันคือความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวที่จะไม่เสียใครสักคน เห็นแก่ตัวที่จะไม่อยากเจ็บ แล้วก็เห็นแก่ตัว ที่ไม่อยากใคร2 คนนั้นไปมีใครๆ มันเป็นความเห็นแก่ตัวไม๊ละ “

อ้อ เงียบ ก่อนจะเอามือ มาจับที่บ่าผม และ บีบมันเบาๆ เหมือนให้กำลังใจ

 

“ ทุกคนมีความเห็นแก่ตัวนั้น แอ๊ป เพียงแต่ ใครจะปล่อยให้มัน ครอบงำ ใจของตนมากกว่ากัน ก็ในเมื่อแอ๊ปรู้ว่ารักของแอ๊ป คือความเห็นแก่ตัว อีก 2 คนละ เขารู้ไม๊ เค๊า ยอมรับในความเห็นแก่ตัวของแอ๊ปไม๊ นั้นต่างหาก ปัญหา “

ก่อนที่ผมจะพูดอะไรไป เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น   the one you love  ถ้าไม่จิ๊กก็คงจะเป็นช่อ  ผมไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยซ้ำ ยังคงปล่อยให้เสียงเรียกนั้นดังไปเรื่อยๆ อ้อหันหน้ามามองผม เมื่อเห็นผมไม่ใส่ใจกับเสียงโทรศัพท์ ก็ยักไหล่ ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจผม แล้วพูดเหมือน เตือนสติอะไรสักอย่างแก่ผม

 

“ แอ๊ป คนเรา พักปัญหาได้  พักไปคิดอะไร ให้สมองได้มีมุมคิดแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่การหลบปัญหา คุณหลบไปหลบมา สักวันนึง คุณก็ต้องชนมัน ที่คุณทำตอนนี้คุณพักปัญหา หรือคุณหลบปัญหา “

อ้อหันมาสบตาผมเต็มๆ เพื่อจะให้ผมตอบคำถามนั้น  ผมพักปัญหา ผมว่าอย่างนั้นนะ แต่จะผิดหรือไง ที่ผมไม่อยากเจอพวกเธอ สักระยะ เอ หรือลึกๆ นี่จะเป็นการหลบปัญหา  ผมเองไม่โกหกหรอกว่าใจนึง อยากจะเตะโด่งเรื่องพวกนี้ไปไกลๆ หัว...

 

 

เสียงโทรศัพท์ยังดังอยู่ไม่ขาดระยะ ผมตัดสินใจไม่สนใจเสียงนั้น  ถึงแม้จะหยิบขึ้นมาชั่งใจว่าจะรีบสายดีมั๊ย? อยู่หลายหน แต่ก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกที่จะต้องตอบคำตอบที่ผมอาจจะไม่ต้องการตอบ

 

อ้อถามผมอีกครั้งว่าแน่ใจแล้วเหรอ? ที่ไม่รับสาย  ผมเงียบ และคิดว่าบางทีการที่เราได้ใช้ความคิดเงียบๆคนเดียว โดยที่ไม่ต้องมีใครมาช่วยตัดใจ

ผมหมายถึงถ้ามันต้องผิดพลาด ผมเองก็น่าจะยอมรับในการตัดสินใจนั้นๆอย่างภูมิใจมิใช่เหรอ? นี่มันอาจจะเป็นการดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้   อ้อคงจะพูดถูกที่ว่า เราสามารถพักปัญหาได้แต่ไม่ควรหลบปัญหา เสียงเพลง the one you love ยังดังอยู่ไม่ขาดระยะ   ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวนั้นแล้วรีบบอกลาอ้ออย่างสั้นๆ

 

“เราคงต้องไปก่อนนะ อ้อ อึมแอ๊ปยินดีที่ได้รู้จัก  .... แล้ววันหลังเราจะมานั่งเป็นเพื่อน ให้อาหารนกกะอ้ออีก ไปนะ  บาย“ อ้อทำท่าทีอึกอักเหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่ผมตัดบทเดินออกไปอย่างไม่มีทีท่าจะสนใจเธอเหมือนตอนที่เราทำความรู้จักกันแรกๆ

 

   ผมเดินทอดน่องออกมาจากสวนแห่งนั้น  แล้วก็ปล่อยตัวเองเดินไปตามทางริมฟุตบาท มองใบไม้และผู้คนที่เดินสวนผ่านกับผม ทุกคนยิ้มให้ผม  ผมรู้ มันเป็นยิ้มที่ไร้ความหมายโดย สิ้นเชิง เหมือนเราต้องยิ้มตอบใครสักคนเมื่อเขาสบตาและยิ้มมา   แล้วเราก็แค่ยิ้มตอบให้เขาตามมารยาท เท่านั้น สังคมเมืองไทย

 

ห้วงวินาทีนั้นทำไม ? ทำไมนะ ? ใจผมถึงตวัดนึกถึงช่อก็ไม่รู้สิ  แน่นอนครับ ผมรู้อยู่แก่ใจ ถ้าผมเลือกช่อ แทนที่จะเลือกพี่จิ๊ก เพื่อนผมที่ซุ้มในมหาลัยคงต่อว่าและด่าผมเปิง แต่ถ้าผมฝืนใจตัวเองเลือกความถูกต้อง โดยการให้ พี่จิ๊กอยู่ข้างๆผม ผู้หญิงคนนึงที่ทำตัวแสนดีต่อผมตลอดมา อึม ผมก็คงจะมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้  แต่มันจะเป็นอย่างนั้นได้นานสักแค่ไหนกันเชียว  ผมแวะซื้อเบียร์กระป๋องติดมือมา 4-5 กระป๋อง จากร้าน มินิมาร์ท แถวบ้าน

 

ปกติ ผมไม่ค่อยจะดื่มอะไรอย่างนี้คนเดียวหรอกครับ ผมว่ามันไม่ค่อยได้อรรถรสแถมยังกร่อยๆยังไงไม่ทราบได้  เแต่วันนี้ขอผมเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน ผมอยากดื่มให้ตัวเองหายรู้สึกฟุ้งซ่านบ้างก็เท่านั้นเอง

 

“ กลับมาแล้วเหรอเจ้าแอ๊ป นี่  จิ๊ก กับช่อ โทรหาแกตั้งเป็น 10ๆ หนแน่ะ

ชั้นเหมือนหูเหมือยปากจะตอบแทนแกแล้วนะ แล้วนี่ลูกไปไหนมา บอกแม่มาสิ  หายไปตั้งแต่เช้า โทรเข้ามือถือก็ไม่ยอมรับสายแม่   ห๊า!!! เจ้าตัวดี 

รายงานตัวมาสิ  ชั้นจะฟัง “

 

แม่เปิดประตูรับผมและเสียงต่อว่าเอาเสียยกใหญ่ แต่พอได้กลิ่นเบียร์อ่อนๆ โชยมา แน่นอน แม่คงไม่กล้าต่อว่าผมต่ออีกในสถานการณ์อย่างนี้หรอก

ก็หลักฐานมันคามือผมด้วยกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ได้เปิด อีก 2 กระป๋องนี่แหละ  แถมยังอาการพูดจาอ้อแอ ไม่รู้เรื่องรู้ความ คุณๆอย่าเหมาว่า ทอมๆ อย่างผม จะต้องก๊งเหล้าหรือกินเบียร์ และสูบบุหรี่เก่งทุกคนเชียว ผมบอกได้แค่ว่า ทอมทุกคนไม่ได้เป็นอย่างนั้น อย่างน้อยๆ ก็ผมคนนึงละที่กินเบียร์ที่ไร แพ้มันทุกที (ผมหมายถึงอ๊วกอะครับ)  แล้วแม่ก็ลากผมไปเช็ดเนื้อเช็ดตาด้วยน้ำที่เอาน้ำแข็งมาแช่พร้อมกลิ่นโคโลจญ์อ่อนๆเช็ดเสร็จกลิ่นจะ ยังติดจมูกผมอยู่เลย กลเม็ดแม่เขาละ  แม่เช็ดตัวไปพลางบอกกับผมเบาๆไปพลาง ว่า

 

“ แอ๊ปไม่น่าทานเบียร์เลย  แม่รู้ว่าแอ๊ปเป็นยังไง แม่รู้ว่าแอ๊ปรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แต่ร่างกายของลูกมันยังเป็นผู้หญิงลูกเข้าใจมั๊ย? แล้วแม่ก็ไม่เคยมีความสุขที่ผู้หญิงคนไหนบนโลกมาทำให้ลูกของแม่ต้องเป็นอย่างนี้   ถ้าลูกบอกใครคนนึงไม่ได้ว่าไม่ได้รักเค๊า แม่จะเป็นคนบอกเอง ดีไม๊ ? หรือถ้าลูกอยากรักกับใคร แม่บอกให้ก็ได้ว่าลูกรักเขา“

 

จะให้ผมพูดอย่างไร กับความห่วงใยของแม่ดีนะ ตอนที่ผมเอาแต่มีความสุข ผมไม่เคยนึกจะปรึกษาแม่ ผมไม่เคยจะบอกเล่าให้แม่ฟังว่า ตอนนี้ ผมทำตัวอย่างไร แต่พอผมเจอ

 

 

ปัญหา ผู้หญิงข้างหน้าผมกลับอาสา อยากผ่อนปรนทุกข์ของผมให้หมดไป  เสียงแวดๆของแม่เมื่อครู่หายไปเหลือแต่ น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยและรอยน้ำตา ผมเอ่ยปากถามแม่เป็นคำพูดแรก

 

“ แม่ฮะ  ผู้หญิงบนความถูกต้อง กับผู้หญิงที่เราถูกใจ ถ้าเป็นแม่ จะเลือก ใช้ชีวิตอยู่ข้างๆใครฮะ ผมหมายถึง ........”

 

“ ไม่ต้องพูดแล้ว  แม่เข้าใจ แอ๊ป กำลังหมายถึง จิ๊กกับช่อใช่มั๊ย ? คนไหนละคือคนที่ถูกต้อง แล้วคนไหนละ คือคนที่ แอ๊ปว่าถูกใจ”

 

“ แอ๊ปว่าพี่จิ๊กฮะแม่  เค๊าเป็นผู้ใหญ่ฮะ แอ๊ปอบอุ่นเวลาอยู่กับเขา ทุกคนก็บอกแอ๊ป ว่าแอ๊ปโชคดีแค่ไหนที่พี่จิ๊กเลือกแอ๊ป ทั้งๆที่ตัวแอ๊ปเอง.... คือแอ๊ปไม่ใช่ผู้ชายอะครับแม่  แอ๊ปรู้ว่าพี่จิ๊กทั้งห่วงใยแอ๊ปทั้งรักทั้งแคร์ และแอ๊ปก็ควรจะถนอมเขามากๆ แอ๊ปบูชาเค๊าเหมือนนางฟ้าเหมือนเทพธิดา จริงไม๊ครับ ถ้าแอ๊ปทิ้งเขา หรือแอ๊ปทำร้ายเค๊า  อย่างเมื่อวานนี้ที่ทำเค๊าร้องไห้ แอ๊ปก็เป็นคนเลว เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ  ใครต่อใครก็คงรุมประนามแอ๊ป ว่า  แอ๊ปเป็นคนเห็นแก่ตัว  นี่แหละครับ คนที่ถูกต้องที่สังคมเลือกมาให้ผม  “

 

“ แล้วยังไงต่อละ แม่ยังไม่ได้ยินคำที่ลูกควรบอกกับจิ๊กเลยนะ ? คำสำคัญที่ลูก ต้องใช้เป็น คำสาบานต่อจิ๊กที่ลูกผู้หญิงควรฟังนะ”

 

“  คำสาบาน ?? แม่หมายถึงอะไรคำไหนฮะ ??

 แอ๊ปก็บอกแม่ไปหมดแล้วนิฮะ  ”

 

นี่ผมไม่ได้ล้อคุณๆเล่นนะ ผมก็บอกแม่ไปจนหมดแล้วว่าผมรู้สึกกับพี่จิ๊ก ยังไง?

 

 

ทั้งบูชาทั้งเคารพ มันเป็นความอบอุ่นมากที่สุดรองจากแม่ แล้วนี่ผมยังขาดอะไรไปอีกละ แม่กำลังเล่นเกมอะไรกับผม วินาทีนี้ผมมึนๆเบียร์จนผมไม่สามารถจะมาเล่น 108 คำถามกับแม่ได้แล้วละนะ  ผมมองแม่หน้าเลิ่กลั่ก และต้องการให้แม่รีบๆบอกผมเสียที ผมจะได้ตัดสินใจก่อนที่อะไรมันจะสายไปมากกว่านี้

 

“ รักไง  แอ๊ปยังไม่ได้บอกแม่สักคำว่าแอ๊ปรัก จิ๊ก แม่รู้ว่าลูกหวงคำว่าผูกพันมาก แต่นี้แม้แต่คำว่า รักลูกยังไม่พูดเลย “

 

แม่อมยิ้มอย่างคนมีชัย ผมเงียบ และหาคำแก้ตัว  ทำไมผมลืมคำนี้ไปได้นะ  ครับใช่ผมหวงคำว่าผูกพัน เพราะคำว่าผูกพันสำหรับผมมันสูงค่ามากกว่ารักที่เดียว  ผมไม่เคยรู้สึกปลาบปลื้มเลยแม้แต่กระผีกเดียวถ้าจะมีใครสักคนมาบอกผมว่ารักผมเหลือเกินแต่ถ้า แค่มีใครบอกผมว่า แรกๆ เขาไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา แต่ระยะเวลาที่เราเรียนรู้กันและกันมันทำให้เธอคนนั้นรู้จักผมแล้วค่อยรู้สึกดีๆกับผม นั้นแหละผมว่ามันจะดีมาก   ผมถึงศรัทธาคำว่า  “ผูกพัน”

 

“ เหรอฮะ ผมไม่ได้บอกไปเหรอฮะ ว่าผม ชอบพี่จิ๊ก  ผมปลื้มพี่เขามากๆจนพามาให้แม่รู้จักไงฮะ “

 

“ แต่กับเด็กชื่อช่อละ ไหนบอกแม่มาสิว่าเรารู้สึกยังไงกับเด็กคนนี้ อยากจะรู้เหมือนกันว่าสายตาคนแก่อย่าง ชั้นจะทายผิดหรือว่าทายถูก นี่ๆๆๆ อย่าเพิ่งลุกขึ้น หายมึนหัวแล้วเหร๊อ  ?  แกน่ะ ดื่มเข้าไปอีกนะแกนะ  เป็นบาปเป็นกรรมชั้น ดีต้องตามมาเช็ดตัวแก “

 

ผมชันตัวลุกขึ้นพร้อมทั้งเอาหมอนอิงใบเล็กอิงเอาไว้ที่หลังพนักเก้าอี้  แม่ปากร้ายใจดีอย่างนี้เสมอแหละครับแต่เรื่องรักลูกแล้วเขานี่แหละที่ 1 ยังไม่ได้นั่งที่เก้าอี้ดีเลย แม่ก็ให้พรเรื่องผมไปดื่มเบียร์เสียแล้วผมว่าใครเจอปัญหาอย่างผมก็คงจะทำอย่างผมจริงมะครับ

 

 

“ ช่อเหรอฮะ แอ๊ปว่าน้องเขาเป็นคนสดใสนะ ไม่รู้สิ เขามีอะไรให้แอ๊ปต้องติดตามต้องคิด มีอะไรให้แอ๊ปหัวเราะร่วนได้อยู่เรื่อย  แอ๊ปคุยกับเขาได้ทุกเรื่องไม่ว่า แอ๊ปจะไปทำเจ้าชู้กับใคร บางเรื่องนะแม่ ช่อเป็นคนช่วยจัดการแทนแอ๊ปก็มี อย่างเด็กบางคน ตามตื้อแอ๊ปมาก ช่อเขาก็จะมีวิธีของเขา แบบที่บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น  ตั้งแต่แอ๊ปคบกับช่อ แอ๊ปยังไม่เคยง้อช่อเลย เขาไม่เรื่องมาก พูดอะไรไปก็เข้าใจแอ๊ปไปหมด  เขาหัวนอกด้วยม้างฮะแม่ ขนาดเขารู้เรื่องพี่จิ๊ก เขาก็บอกว่าเขารับได้ เขาเข้าใจว่าเขามาที่หลังอะครับ “

 

เรียกง่ายๆว่าแม่ช่อนี่ถูกใจแกมากพอตัวเลยว่างั้นเหอะ ใช่มั๊ย? เจ้าแอ๊ปถ้าแกรู้ว่าใจแกต้องการอะไรแกมาถามแม่ทำไม?”

 

“ แต่ถ้าแอ๊ปเลือกช่อ เพื่อนๆแอ๊ปละแม่ เพื่อนๆแอ๊ป เพื่อนๆพี่แอ๊ปจะทำยังไง เขาต้องต่อว่าแอ๊ปแน่ๆ เขาต้องหาว่าแอ๊ปหลอกพี่จิ๊ก”

 

“แอ๊ปแม่มีเรื่องๆนึงจะเล่าให้ลูกฟัง เรื่องนี้ไม่ใช่อื่นไกลหรอก เป็นเรื่องของตัวพ่อลูกเอง เพียงแต่แม่เห็นว่ามันนานมากและไม่มีอะไรที่มันน่าเล่าสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่แม่เห็นแล้วแม่ว่า แม่น่าจะเอามาเล่าให้แอ๊ปฟัง เผื่อว่าแอ๊ปจะได้ตัดสินใจ  นี่ใม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนินทาอะไรของพ่อแกหรอกนะแอ๊ป แม่แค่เล่าให้เราฟัง “

 

“ ครับ เรื่องอะไร ทำไมแม่ต้องมาทำเป็นยังกะคอขาดบาดตายด้วยนะ”

 

“ เมื่อก่อน พ่อของแอ๊ป ก็เคยต้องเลือกระหว่างคนที่ถูกใจ และคนที่ถูกต้อง แอ๊ปพอจะเดาออกไม๊ว่าใครคือคนที่ถูกต้อง” ผมพยักหน้า  ก็จะใครที่ไหนได้ละครับนอกจากแม่ผม

 

“ แม่ใช่มั๊ยฮะ แล้วเมียน้อยพ่อละใครฮะ “

 

 

“ ไอ้เด็กบ้า เขายังไม่มีอะไรกันแค่สนิทกันมาก แล้วตอนนั้น แม่ก็มีพี่อู๋แล้ว  ช่วงนั้นแม่ก็ยุ่งกับการเลี้ยงลูกจนไม่มีเวลาเอาใจใส่พ่อ  เหนื่อยก็เหนื่อยไหนจะงานที่บ้าน เขาก็ได้พบกับเพื่อนร่วมงาน ที่ทั้งสาว ทั้งสวย และก็ ฉลาดกว่ายายแม่บ้านอย่างแม่ด้วย เขาทำงานร่วมกันบ่อยๆมันคงเป็นความใกล้ชิด มีเรื่องอะไรเขาก็คุยกันได้อย่างไม่ต้องปิดบัง ตอนแรกก็คงคุยอย่างเพื่อนร่วมงานธรรมดา แต่มันก็เกิดเป็น ความถูกใจที่ไม่พ่อจะพูด จะคิดอะไร ก็ ผู้หญิงคนนั้น ก็สามารถเป็นไปตามแบบที่พ่อเขาต้องการทุกอย่าง ช่วยเหลือการงาน เอาใจ เก่ง เหมือนๆที่แอ๊ปบอกว่าช่อทำให้แอ๊ปรู้สึกดีๆนั้นแหละ     “

 

“ อึมแล้วแม่ทำไงฮะ ตบเลยใช่มะฮะ  โห! แม่ไอ้แอ๊ป   สู้ตายอยู่แล้ว แอ๊ปรู้ แม่มีลูก  มีใบทะเบียน ย่าก็รักแม่  “

 

แม่หันมามองหน้าผมเหมือนให้ผมชั่งใจเอากับสิ่งที่แม่เจอ

เล่นเอาผมเงียบไปไม่น้อยเลยที่เดียว  ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่แท้ผมได้เชื้อจากพ่อนี่เอง พี่อู๋ พี่ชายผมก็คงได้จากพ่อ ฮาๆๆๆๆ งั้นผมได้น้อยสุดได้ต่อจากพี่อู๋มัน ...

 

แม่กลับไม่ยักกะรู้สึกขำไปตามผมด้วยนี้สิ เอ !! ชักอยากจะรู้เหมือนกันแฮะ ว่าผู้หญิงคนที่สามารถทำเอาพ่อของผมเตลิดไปได้ไกลขนาดนั้น เป็นคนลักษณะยังไง แม่ถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจเล่าต่อ เหมือนเรื่องที่กำลังจะถ่ายทอดนั้นนะ ถ้าแม่เลือกได้ แม่คงเลือกให้ผมไม่ควรจะรับรู้สักเท่าไหร่

“ ที่จริงแล้ว แม่ไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว อึมมมมม แทบจะเรียกว่าไม่รู้สึกตัวสักนิดว่า ตัวเอง กำลังเจอคู่แข่ง วันๆ แม่เอาแต่อยู่บ้าน งกๆเงิ่นๆไปอาจจะเพราะ แม่เอาเวลาทั้งหมด มาดูแลอู๋ มั้ง รวมทั้งความรู้สึกไว้ใจ ศรัทธา ว่าผู้ชายอย่างพ่อน่ะ ไม่มีวันเห็นคนอื่นดีกว่าแม่แน่ๆ..... ไม่มีวัน “

 

ผมตกใจ เพราะคำพูดแม่ เหมือนมันไม่ได้บ่งบอก อย่างที่พูดเต็มร้อย แล้วที่แม่พูดหมายถึงอะไร ถ้าแม่ไม่ได้ทำ แล้วใครทำ หมายความว่า ยังไงกัน ผมชักจะไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่กำลังต้องการจะบอกผม ผมยิ่งอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมค่อยๆเลาะเลียบถามแม่เสียงอ่อน ลงกว่าเดิม 

 

 

“ แม่พอจะบอกผมได้ไหมครับว่า ผู้หญิงคนนั้นเลิกราไปด้วยดีได้ยังไง เธอเบื่อพ่อไปเองใช่มั๊ยฮะ พ่อได้รับกรรมใช่มั๊ยฮะ

เธอไปเจอใครที่เค๊าเหมาะกับเธอ แล้วก็เบื่อที่จะคอยคนที่มีครอบครัวอย่างพ่อ ใช่มั๊ยครับ”

 

แม่กลับยิ้มบางๆ แล้วหันมามองผม อย่างนึกถึงวันนั้นอีกครั้ง แม่นิ่งไปนาน นิ่งจมกับเรื่องราวเหมือนทบทวนมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วหันมาพูดอย่างอารมณ์ดี

 

“ วันนั้นแม่อยู่บ้านง่วนกับงานบ้าน จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนนึงปรากฎที่หน้าบ้าน เธอแนะนำตัว แล้วบอกว่า เธอคือคนที่เคยมีอะไรลึกซึ้งกับพ่อ เธออยากจะมาดูหน้าแม่ “

“ เอ๊ย ! อาไรน่ะ ยัยบ้านั้นมันหยามแม่ขนาดนี้เลยหรอ”

“เดี๊ยว ฟังแม่ก่อนสิแอ๊ป เธอขอร้องให้แม่ฟังเรื่องทั้งหมดก่อน “

“ แล้วแม่ก็นั่งฟัง ตามที่เค๊าขอร้องเนี๊ยนะ “

 

ผมร้องเสียงดังเหมือนแม่ตัวเองทำไมใจเย็น ทำไมไม่มีความรู้สึกรู้สาอะไรอย่างนี้นะ ผมรู้สึกเหมือนเรื่องนี้มันเกิดกับตัวผมเอง ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเชื่อผมเถอะ ยัยเพิ้ง!นั่น ต้องเจอปากไอ้แอ๊ปหน่อยแล้ว แต่ผมก็ฉุกขึ้นมานิด หน๊อย! เรื่องตัวเองผมยังเอาไม่รอด ยังจะมาสาระแน ทำปกป้องแม่ ไม่ได้อายเล๊ย!!

 

“ จะฟังไม๊ เจ้าแอ๊ป ถ้าจะฟังก็ช่วยหุบปากนิด แม่ต้องใช่สมาธิ “ ผมรีบเงียบเพราะไม่งั้นผมคงอดฟังเรื่องของพ่อกับแม่แน่

 

“ ผู้หญิงคนนั้นเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นว่าเพราะอะไร เค๊าทั้งคู่ถึงปล่อยใจไปอย่างนั้น ก็อย่างที่แม่บอกนั้นแหละ แม่นิ่งฟัง  

 

 

ไม่รู้สินะ ถามว่าแม่ร้องไห้ไม๊? แม่ไม่มีน้ำตาหรอก ถามว่าเสียใจไม๊ หึ ! แค่ปลงว่า เอ้อนะถ้าสิ่งที่แม่ทำตลอด ถ้าไอ้การที่เราอยู่เคียงข้างกันมาหลายปี พ่อเค๊าจะตอบแทนสิ่งเหล่านั้นด้วยการทำอย่างนี้ แล้วจะให้แม่ร้องไห้ไปทำไม “

 

เสียงแม่เล่าอย่างปลงๆ ผมเจ็บแปลบขึ้นมาแวบนึง หึๆ นี่พี่จิ๊กคงจะรู้สึกอย่างที่แม่รู้สึกละมั้ง เพราะผมก็ตอบแทนเธอ

อย่างน่าขยะแขยงสิ้นดี เฮ้อ !ผมยังนิ่งฟังแม่เล่าต่อ โดยไม่นึกจะขัดใดๆอย่างในตอนแรก

 

“ แม่ถามเธอว่า เธอแค่ต้องการจะมาดูหน้าแม่เท่านั้นเองหรือ เธอตอบว่าใช่ เธอแค่อยากเห็นผู้หญิงที่ถูกต้องของพ่อ ผู้หญิงที่พ่อบ่น

ผู้หญิงที่พ่อต่อว่าอยู่ตลอดเวลาไม่เว้นแต่ละวัน ผู้หญิงที่พ่อเอาปัญหาไปปรึกษาเธออยู่แถบทุกวัน ผู้หญิงที่พ่อบอกว่า

สวยไม่ได้ครึ่งนึงของเธอ ผู้หญิงที่ไม่มีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจเท่าเธอเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงที่ไม่เคยได้ดั่งใจพ่อเท่าเธอ แต่แม่กลับเป็นผู้หญิงคนที่พ่อเลือก ไม่ใช่เธอ”

 

“ เธอคงเจ็บมากนะครับแม่ “ ครับเหอๆๆ คนเลวๆ อย่างผมแวบนี้ก็ดันมานึกถึงความรู้สึกช่อ แม่เล่าเสียจนผมพอจะเข้าใจผู้หญิงทั้ง 2ฝ่าย จะต่างกันก็ตรงผมไม่เคยเล่า แต่ช่อก็รู้มาตลอดว่า คนที่ผมเลือก อาจจะไม่ใช่เธอ

“อึม เธอร้องไห้ตลอดเวลา เธอบอกว่า ที่มาวันนี้ไม่ได้มาร้องขอความเป็นธรรมใดๆ เพราะเหตุผลที่พ่อให้เธอน่ะ มันทำให้เธอรู้สึกดี และ

ไม่เคยเสียใจที่เคยมีความรู้สึกดีๆกับพ่อในช่วงเวลานึง”

“เหตุผลอะไรเหรอฮะ ผู้หญิงคนนั้นเค๊าบอกแม่หรือเปล่าครับ”

 

แม่พยักหน้า ผมชักสนใจแล้วสิ

“ พ่อบอกเธอถึงเหตุผลที่เลือกแม่ พ่อบอกเธอว่า เธอพร้อมไปเสียทุกอย่าง

พ่อสบายใจ ที่เธอรู้ไปหมดเข้าใจไปหมดไม่ว่าพ่อจะต้องการอะไร ทั้งงาน ทั้งปัญหาเรื่องแม่ และเธอก็เป็นผู้หญิงที่พ่อถูกใจอยู่ไม่ใช่น้อย


 

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic