“รอช่อนานมั๊ย? ช่ออยู่ได้ไม่นานหรอกนะ เดี๋ยวต้องไปติวกับเพื่อนๆ “

“อึม ครับผม ทานไอติมไหม “

ช่อส่ายหน้า เธอหันไป มองตู้เพลงแล้วหันมามองหน้าผม

“ ยังฟังเพลงนี้อีกเหรอ นี่ช่อมีอีกเพลงอยากให้พี่ฟัง พี่ต้องฟังนะ”

 

ยัยตัวเล็ก เดินไปกดเพลงๆนึงพอ Intro ขึ้นเท่านั้นผมกระอักเลือดทันทีเพราะเนื้อหาของเพลงบอกเล่าประมาณ ใครคนนึง(ซึ่งน่าจะหมายถึงผม) ได้ไปมีเพื่อนใหม่อีกคนและกลับมาหา เพื่อนเก่าคนเดิม(ซึ่งน่าจะหมายถึงเธอ) แล้วคนหลังกล่าวกับคนแรกว่าหากเธอจะทำเช่นเดียวกันบ้าง เขาจะรู้สึกอย่างไร

 

“ แค่นี้เธอตอบได้ไหม ...แค่นี้ไม่ยากใช่ไม๊ เงียบทำไม ไม่เห็นจะต้องคิดหนัก”

 

“ พี่แอ๊ป มองตาช่อสิ อย่าหลบตาช่อ พี่ว่าพี่เลือกช่อ แต่พี่จิ๊กทำอย่างนั้นพี่เจ็บใช่มั๊ย .... พี่เองก็เสียใจใช่มั๊ย “

“………”

“เราห่างกันสักพักก็ดีนะช่อว่า ให้พี่ทบทวนอีกครั้ง บางทีพี่จะได้เข้าใจตัวเองจริงๆ “

ผมกุมมือเธอเอาไว้ ก่อนจะถอนหายใจ

“ ช่อเป็นคนที่พี่เลือกจะใช้ชีวิตข้างๆแล้วนะ ....อย่างอแงสิค่ะ “

ช่อมองออกไปนอกกระจก ก่อนจะหยิบหนังเล่มที่ผมคุ้น อ๋อ “ รักตัวเองเท่าเพลงไหน”

ช่อยื่นให้ผม พร้อมปากกาด้ามนึง ผมมองอย่างงงๆ

 

“ พี่ช่วยเขียนอะไร ซึ้งๆให้ช่อหน่อยสิ ในช่วงเวลาที่เราห่างกันน่ะ นะค่ะ “

อะไรดลใจผมนะผมก้มลงไปแล้วเริ่มเขียนบางสิ่งบางอย่างยืดยาว โดยมีสายตาของช่อมองอยู่ไม่กระพริบ ช่อรับกลับไปอ่านเสียงดัง ผมเขียนด้วยความรู้สึกนั้นจริงๆ ผมแค่รอยากให้ช่อรู้ว่าผมคล้ายเรื่องที่เขียน

 

ให้น้องช่อคนเก่ง

 

“ และชั้นก็รู้ว่าเธอก็รักก็ห่วงเท่าใด แค่ขอไปใช้ไปมองชีวิตในแบบลำพัง วันนึงหากพบตัวเอง วังเวงหมดหนทางแล้ววันนั้นดอกไม้จะกลับมาหาแจกัน”

การที่ดอกไม้ขอเดินออกไปตามหาทางของดอกไม้ หากวันนึง กลับมาแล้วพบว่า แจกันใบนั้นไม่สามารถทนรอดอกไม้ดอกเดิมได้แล้วมีดอกไม้ดอกใหม่มาปักแทนดอกไม้ดอกเก่าดอกไม้ดอกนั้นก็จะไม่เสียใจ เพราะ เป็นทางที่ดอกไม้เลือกเอง พี่อยากให้ช่อ เข้มแข็งนะค่ะ พี่รู้ว่าสักวันนึง ช่อจะโตและเรียนรู้ความรักในมุมที่ดีค่ะ

 

พี่แอ๊ป

 

เธออ่านจบแล้วเปลี่ยนสีหน้า ที่จริง ผมคงลืมบอกเธอว่า แจกันของผมคือจิ๊กคนที่ไม่สามารถรอผม เมื่อจิ๊กมีเคน ผมเองก็ไม่เสียใจ ผมคิดว่าช่อคงเข้าใจสิ่งที่ผมบอก เธอยิ้มและพูดอะไรหลายอย่างเหมือนสั่งเสียเหมือนร่ำลาและถามถึงจิ๊ก

“ ถ้าพี่รักเค้ามาก พี่ก็ลดความทะนงลงบ้างก็ได้ ช่อห่วงพี่ ถึงใครๆจะมองพี่เจ้าชู้ถึงใครๆจะบอกว่าสักวันช่อจะเสียใจและหมดความอดทนกับพี่ แต่ช่อก็รัก รักจนรู้สึกเหมือนกำลังรักพี่มากกว่าตัวเอง พี่รู้มั๊ย? ช่อกำลังทรมานเวลาเห็นพี่ ต้องเจ็บเพราะคนอื่นๆที่เขาไม่แคร์ ทั้งๆที่ช่อรักพี่ พี่ไม่เคยต้องเจ็บเพราะช่อ “

 

ผมเงียบไม่นึกถึงลางอะไร เมื่อทานไอติมเสร็จช่อรีบร้อนกลับจนน่าฉงนแต่ผมเอาเถอะเธอคงรีบจริงๆ ตัวผมเองก็ต้องกลับไปจัดกระเป๋าไปอยู่บ้านสวน ตอนนี้เหมือนผมอยู่คนเดียวกลายๆ อย่างบอกไม่ถูก พี่จิ๊ก มีเคนดูแล ช่อต้องเตรียมตัวสอบ ครั้งนึงผมถามช่อว่า วันเวลาข้างหน้าจะทำเธอเปลี่ยนไปบ้างมั๊ย?

“ พี่ขาดช่อพี่อยู่ได้ แต่ช่อขาดพี่ ช่ออยู่ไม่ได้ แต่ช่อจะไม่รอให้พี่บอกช่อว่าพี่ไม่ต้องการช่อแล้ว ถ้าถึงเวลาที่ช่อรู้สึกตัวและรู้ว่าพี่มีคนที่พร้อมจะดูแลได้ดีแทนช่อ ช่อจะไปเอง อย่ากลัวอะไรในตัวช่อ ช่อเป็นผู้หญิงของพี่นะ จำไว้พี่แอ๊ป"

 

ช่อมักย้ำกับผมเสมอ เรื่องเธอรักผม นี่เป็นอีกเรื่องนึงละมั้งที่ทำให้ผมหลงเธอ รักเธอ และ ผูกพันกับเธอ ผมไม่รู้เธอจะเข้าใจมั๊ย? เมื่อตอนที่ผมบอกว่าผมผูกพันกับเธอมากนะ เธอจะเข้าใจมันมั๊ย  คำว่าผูกพันของผมมีความหมายมากกว่าคำว่ารัก สักกี่หมื่นกี่ล้านเท่า ผมเริ่มฝันอะไรไปไกลคนเดียว เริ่มนึกถึงคำว่า ครอบครัว ทั้งๆที่คนอย่างผมไม่เคยนึกถึงมันสักครั้ง ผมอยากมีลูก ถ้าผมสามารถมีได้(๕๕๕) ผมอยากตั้งชื่อลูกของผมว่าเนย เหมือนตุ๊กตาตัวนั้นที่ผมซื้อให้ช่อ ก่อนมาอยุธยา ผมเริ่มนึกถึงการมีที่อยู่ที่เป็นสัดส่วน ที่ๆ ไม่ใช่อยู่กับพ่อและแม่  มีเพียงผม ช่อ และครอบครัวตัวอื่นๆ อาจจะเป็นหมาสักตัวก็ได้

 

ระหว่างที่ผมว่าง ผมมักหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับคอนโดมาดู ผมคิดเอาไว้ว่าคงต้องใช้ชื่อแม่ในการซื้อไปก่อน มันไม่ง่ายนักกับความเป็นจริงตอนนี้ แต่สิ่งสำคัญผมต้องพาช่อไปเลือกด้วยตัวเธอเอง ผมไม่สามารถหาแหวนเพชร วงโตๆให้เธอได้ มีเพียงเท่านี้เองที่ผมอาจจะพอมีให้เธอ แต่บางครั้ง จิตสำนึกในเบื้องลึกก็ยังนึกถึง พี่จิ๊ก ยังนึกเป็นห่วงอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร จะว่าไป เจ้าเคนก็ถูกใจบรรดาเพื่อนๆ ของพี่จิ๊กใช่ย่อย ทั้งด้านความพร้อม ไม่มีความกระล่อน อย่างเด็กวัยคะนองอย่างผม ผมมานี่เพื่อพักผ่อนนี่น่า ผมพักผ่อนจริงๆนะครับ ไม่ได้หลบปัญหาอย่างคราวก่อนจะว่าผมสบายใจ มันก็ใช่ จะว่าผมยังมีห่วงอะไรสักอย่างก็คงใช่ ห่วงช่อ ห่วงพี่จิ๊ก

 

ผมโทรหาพี่จิ๊ก ไม่รู้ว่าทำไม ผมตัดสินใจอยู่หลายวันก่อนจะโทรหาเธอ

“ว่างอยู่ไหม? รบกวนเวลาของพี่อยู่หรือเปล่า “

“ ไม่หรอก มีอะไรหรือจ๊ะแอ๊ป แล้วนี่อยู่ไหน”

ดูเหมือนพี่จิ๊กจะลืมเรื่องที่เราทะเลาะกัน เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนไปหมด พี่จิ๊กวันนี้ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ช่างไม่ติดค้างอะไรในหัวใจ ไม่ใช่แค่พี่จิ๊กหรอก ผมเองก็เปลี่ยน             ผมเปลี่ยนเป็นคนอยากรู้ก็จะถาม และถามอย่างไม่ถนอมน้ำใจคนฟังเสียด้วยสิ เหมือนอยากจะให้คำตอบนั้นมันตอกลงไปลึกให้ถึงแก่น และจำไว้ว่านั้นคือสิ่งที่ผมได้อยากรู้เอง

“ พี่จิ๊ก อยู่ไหนละครับ ที่มหาลัยเหรอ เสียงงัวเงียเชียวเพิ่งตื่นเหรอครับ”

“ก็อยู่กับแหม่ม กับริน ที่บ้านนะค่ะ แล้วทำไมเรียกพี่จิ๊กให้ห่างเหินกันจัง”

“ เพราะตอนนี้แอ๊ปไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเรียกพี่ว่า จิ๊กเหมือนเมื่อก่อนนะสิ อึม.. เค้าไม่อยู่ด้วยเหรอ ครับ คนของพี่จิ๊ก น่ะ”

“..............”

“ไม่เป็นไรครับแค่นี้แหละ แอ๊ปไม่กวนพี่แล้วนะ บายครับ”

“ พี่คิดถึงแอ๊ปนะ อ้อ.. เดี๊ยวแอ๊ปพี่มีเรื่องจะบอก ......ตู๊ด...ตู๊ด”

 

จู่ๆ สายโทรศัพท์ก็ตัดไปดื้อๆ ผมเลยไม่รู้ว่าพี่จิ๊กจะบอกอะไรผมต่อ เธออาจจะบอกว่าดูแลตัวเองหรือเธออาจจะบอกว่า เธออึดอัดใจกับหมอนั้นเต็มทนแล้ว เรากลับมาลองคบดูกันไหม ผมเริ่มจินตนาการอะไรต่างๆ มากมาย แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ผมรีบคว้ามารับสายโดยที่ไม่ทันดูว่าเป็นใคร

“ พี่จิ๊กมีอะไรจะบอกแอ๊ปครับ ... แอ๊ปนึกว่าพี่จะไม่โทรมาอีกแล้วนะเนี๊ย”

“ขอโทษค่ะ พี่แอ๊ป ....นี่ช่อเอง รอโทรศัพท์ พี่จิ๊กอยู่เหรอค่ะ ช่อไม่ทราบค่ะ งั้นถ้ายังไง ช่อวางสายก่อนนะค่ะดีไม๊ เผื่อพี่เค๊าโทรมา จะได้รับเลย”

“ เปล่าๆ น่ะ ช่อ แค่คุยกันแล้วสายหลุดไปเท่านั้นเอง “

“พี่คงคิดถึงพี่จิ๊กมากนะค่ะ นี่ถ้าไม่มีช่อ พี่กับพี่จิ๊กก็คงยังคบกันตามปกติ ไม่แน่นะค่ะ ถ้าตอนนี้ไม่มีช่อ พี่ลองง้อพี่จิ๊ก ช่อว่า พี่จิ๊กเค้าก็กลับค่ะ ช่อรู้ว่าพี่จิ๊กเค้า รักพี่แอ๊ปมาก “

“ แต่พี่ผูกพันกับช่อนะ และช่อจะเป็นผู้หญิงที่พี่ผูกพันด้วยตลอดชีวิต “

 

เสียงช่อเงียบไป

“ พี่แอ๊ปค่ะ ยังจำเรื่องที่เราคุยกันได้ไหม ที่ช่อถามพี่ว่า ช่อรอพี่ได้ แต่พี่รอช่อได้มั๊ย ถ้าเกิดอุปสรรคขึ้นระหว่างเรา พี่ยังจำมันได้หรือเปล่าค่ะ “

“ ทำไมจะจำไม่ได้ค่ะ พี่จำได้ว่าพี่ตอบไปว่า ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นก่อน เอ่อ ช่อพี่ดูคอนโดไว้หลายที ไว้พี่กลับไป เราไปดูคอนโดด้วยกันนะ “

“ พี่จะย้ายไปอยู่ทำไมค่ะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ก็ดีอยู่แล้วนิ “

“ พี่อยากมีครอบครัว พี่อยากสร้างมัน ช่อพอจะรอพี่สร้างมันได้ไหมละ พี่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย ไม่มีงานไม่มีเงินเดือน และที่สำคัญ พี่ยังเรียนไม่จบและไม่รู้เมื่อไหร่ จะจบ ช่อพอจะรอพี่ได้มั๊ย?

“ พี่แอ๊ป งั้นเราต่างคน ต่างสร้างสิ่งที่ตัวเองต้องการก่อนดีมั๊ยค่ะ บางครั้งถ้าพี่นับชื่อคนสำคัญจริงๆ อาจจะไม่มีช่ออยู่ในรายชื่อเลยก็ได้ หรือถ้าเราห่างกันไปสักพัก พี่อาจจะเจอคนที่พี่ผูกพันคนใหม่ก็ได้ ให้เวลาพาเราเดินคู่กันไปดีมั๊ย”

 

ผมหัวใจพองโต โทรหาเจ้าวิม คุยฟุ้งให้มันฟังถึงเรื่องที่ผม ได้คุยกับพี่จิ๊ก และคุยกับช่อ ผมบอกมันถึงเรื่องที่ผมอยากมีครอบครัว อยากสร้างอะไรไว้บ้าง

“ แต่ชั้นว่าคำพูดเด็กช่อแปลกๆ แกอย่าไปทุ่มเทมากนัก แกบอกชั้นเอง เค้ายังเด็ก วันเวลาที่เค้าว่า อาจจะพาเค๊าไปเจอคนที่อายุใกล้เคียงเค้า เข้าใจเค้า มากกว่าแกตอนนี้ก็ได้นะ   แอ๊ป ชั้นดีใจที่แกอยากทำนั้นทำนี้แต่ไอ้นิสัยเจ้าชู้แกๆจะเลิกได้เหรอวะ ของแกน่ะไม่ใช่นิสัยนะโว๊ย มันเข้าเส้นเลือดไปแล้ว”

“ วิมแต่แกอย่าลืมนะ ชั้นมีผู้หญิงของครอบครัวได้แค่คนเดียว ผู้หญิงอื่นๆ ชั้นไม่รู้                แต่ชั้นยกตำแหน่งนั้นให้ช่อ เค้าจะอยู่สูงที่สุด และชั้นจะพยายามเลิกให้หมด “

 

ผมยิ้มกับโทรศัพท์อย่างหมายมั่นปั้นมือ ผมเลือกถูกแล้วที่มาพักผ่อนที่บ้านย่า อารมณ์ผมแจ่มใสผมเขียนอะไรมากมายในสมุดเล่มบางๆ เวลาที่นึกถึงเรื่องไหน เรื่องใด มันไม่ใช่กลอน ไม่ใช่โคลงฉันท์ มันเป็นคำที่ผมนึกออกจากสมองแล้วสั่งให้มือเขียนไปเรื่อยๆ ว่างๆ ผมก็เอามันมาอ่านดู อึม ... นับว่าผมตัดสินใจไม่ผิดที่ เลือกเรียนคณะนี้ แต่ถ้าผมต้องการอนาคตให้คนที่ผมรัก ผมอาจจะเปลี่ยนคณะที่เรียน เพื่อจะได้ใช้มันในยามที่เรา 2 คนต้องดูแลกันเอง ผมอาจจะหันไปเรียนบริหารแทน อย่างผมเนี๊ย เรียกว่า ถลำตัวลงมาลึกในฝันแล้วสินะ ฝันหวานที่ผมเพิ่งเคยได้สัมผัสกับมัน

 

2-3อาทิตย์มานี่ผมพยายามติดต่อช่อ แต่เธอไม่เคยเปิดสายโทรไปที่บ้าน พี่ต่ายก็บอกว่าช่อไปติว ผมเริ่มกลัว กลัวว่าช่อจะทำกับผมเหมือนอย่างพี่จิ๊ก ผมให้เจ้าวิมไปดูให้ที มันก็คว้าน้ำเหลว เกิดอะไรขึ้นกับช่อหรือเปล่านะ ปกติเธอไม่เคยหายไปนานอย่างนี้เลย ใจผมหายไปกว่าทุกครั้ง ผมนั่งที่ริมตลิ่งหน้าศาลา มองดู พระอาทิตย์ค่อยๆตกลงจากขอบเมฆ ผมโดดกลับเข้าเรือนแล้วบอกย่าว่าผมมีธุระด่วนจะต้องกลับกรุงเทพวันนี้

ย่าแปลกใจอยู่มิใช่น้อย

“ นี่เจ้าแอ๊ป แกเห็นเรือนย่าเป็นอะไร หลุมหลบภัยรึ จะไปจะมายังกับจรวด”

“ โธ่ย่า ธุระจริงๆ ฮะ นะฮะแล้วเดี๋ยวไม่แน่ พรุ่งนี้แอ๊ปอาจจะกลับมา ถ้าแอ๊ปไม่กลับ ก็อาจจะอาทิตย์หน้าน่ะฮะ ไปละฮะย่า “

ผมขับรถได้เร็วที่สุดในชีวิต ผมอยากเจอช่อ ผมอยากรู้ว่าเธอยังสบายดี ผมอยากรู้และอยากรู้ ....ผมอยากรู้ว่าใจเธอเปลี่ยนไปเหมือนจิ๊กอีกคนหรือเปล่า?

 

ระหว่างขับรถ น้ำตาผมไหล ทำไมน่ะเหรอ เพราะความฝันของผม มีแววทลายลงไปแล้ว

มันเหมือนผมก่อปราสาททราย ผมทุ่มเทกับการค่อยๆ ทำฐานไปสู่ยอด ทำทั้งๆที่รู้ว่าทรายมันไม่ได้มั่นคงอะไร เจอน้ำทะเลาะเซาะมันก็หายไป ก็เหมือนชีวิตรักของเรานี่ละม้าง หึ หึ !!! ชีวิตปราสาททราย โดยแท้

 

“ ก่อนที่ชั้นจะได้เห็นทุกอย่าง อย่างในฝันที่ชั้นทุ่มเท น้ำทะเลก็สาดเข้ามา”

 

ผมเอาแขนเสื้อเช็ดน้ำหูน้ำตา อย่างไม่อาย  ที่จริงผมน่าจะตะโกนออกไปดังๆ

เสียด้วยซ้ำ ผมอยากตะโกนร้องให้สาใจ เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่บ้านของช่อ ผมระงับประสาทตัวเองอยู่พักใหญ่ ลองโทรเข้ามือถือช่อ แต่ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับใดๆ ผมลองเปลี่ยนมาโทรไปที่บ้าน ถามหาช่อ เสียงพี่ต่ายบอกว่าออกไปข้างนอก

“ ตอนนี้แอ๊ปอยู่หน้าบ้านนะพี่ ถ้าไง รบกวนพี่มาเปิดประตูทีผมจะเข้าไปรอช่อ “

“อ่า... คุณอยู่หน้าบ้านแล้วเหรอค่ะ แต่ว่า .... คือแต่ ว่า “

“ ทำไมละ มีอะไรกันแน่น่ะ ก็ไหนช่อไปเรียนติว มันยังไงฮะ มาเปิดประตูก่อน                         แอ๊ปอยากเข้าไปก่อน หิวข้าวด้วย นะครับ นะ นะพี่ต่ายคนสวย น๊า “

“ อ้าววว !! ก็ดีค่ะ ต่ายก็มีอะไรให้คุณเหมือนกัน .....รอสักครู่นะค่ะ “

 

พี่ต่ายเปิดประตูรับผม พร้อมกับน้ำหวาน เธอบอกผมว่ารอสักครู่กำลังสั่งเด็กทำอาหารให้ผมอยู่ ผมรีบสั่นหน้าปฏิเสธ เพราะนั่นน่ะ ข้ออ้างของผมเท่านั้นเอง

“ พี่ต่าย พี่ต่ายบอกว่า มีอะไรจะให้ผม ตกลงมันยังไง “

“ พี่ไม่ทราบหรอกค่ะ บอกได้แค่ว่าคุณช่อเธอไปเรียนที่อเมริกาได้ อาทิตย์กว่าแล้วแต่เธอให้พี่โกหกคุณว่าเธอเรียนติว แล้วคุณช่อเธอบอกว่า ถ้าคุณมาหาที่บ้านให้เอาจดหมายให้ คุณจะเข้าใจเอง อ้อ แล้วเธอก็ห้ามไม่ให้บอกที่อยู่หรือเบอร์โทรใดๆแก่คุณค่ะ “

ผมอึ้งไปพักใหญ่เหมือนมีค้อนปอนด์มาทุบที่หัว นี่ใจคอ เธอจะไปเรียนจะบอกผมสักคำมันทำให้เธอลำบากใจมากเลยหรือยังไง พี่ต่ายเดินออกไป จากห้องนั้นเหมือนรู้ว่าผมคงต้องการอ่านมันแต่เพียงคนเดียว

 

 

 

พี่แอ๊ป

 

ช่อขอโทษค่ะ ที่ไม่เคยบอก ไม่เคยเล่าให้พี่ฟังเรื่องช่อจะไปเรียน พี่จำได้ไหม หนังสือเล่มที่ช่อส่งไปให้พี่อ่านนะ “ถ้าเราคือ คู่วิญญาณของกันและกัน เราจะได้พบกันอีกครั้ง” ถ้าพี่สังเกต พี่จะรู้ว่าช่อถามพี่หลายหน ถึงเรื่องถ้าวันนึงไม่มีช่อพี่กับพี่จิ๊กคงรักกันดี  วันนี้ ช่อก็ยังยืนยันอย่างนั้น แต่ถ้าพี่แอ๊ปเชื่อว่าเรา คือ คนของกันและกัน พี่รอให้อุปสรรคผ่านไปได้ ช่อเชื่อนะค่ะ ถึงไม่ติดต่อ ถึงไม่มีอะไรให้เรารับรู้ข่าวกันและกัน         “แต่เรา จะได้กลับมารักกัน”

 

ช่อเอาใจช่วยให้พี่สร้างสิ่งที่พี่ฝัน ช่อก็จะตามหาอนาคตตัวเอง ดูแลตัวเองนะค่ะ จำไว้ว่า

ไม่ว่าอนาคต ช่อจะอยู่กับใคร หรือ ช่อคบใคร แต่คนที่ช่อรักที่สุดในชีวิต คือพี่

 

ช่อ

 

ความน้อยใจจุกอยู่เต็มอก แต่ผมไม่ลืมว่าผมเคยบอกตัวเองว่า ผมไม่เคยนึกจะรั้งอนาคตของใคร เธอตามหาส่วนของเธอ ผมเองก็ควรจะทำบ้าง ผมเดินไปหาพี่ต่าย แล้วถามเธอว่า หากผมฝากจดหมายสักฉบับถึงช่อจะได้ไหม มันอาจจะเป็นจดหมายจากผมเพียงฉบับเดียวเท่านั้นเอง ผมรบกวนให้พี่ต่ายส่งให้เธออ่านให้ได้ เพราะมันสำคัญสำหรับผม มาก และ มากเท่าชีวิตผม พี่ต่ายพยักหน้า ผมขอกระดาษกับปากกา ระหว่างการนึกถึงสิ่งที่จะเขียนลงไป  ผมย้อนนึกถึงเธอตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ผมย้อนนึกถึงร้านไอศครีม ผมย้อนนึกถึงหนังสือเล่มนั้น แล้วผมจึงก้มลงเขียนข้อความลงในกระดาษ กระดาษที่ เปื้อนรอยหยดน้ำตาผม

 

ที่บ้านของช่อ ยัยตัวเล็กของพี่

 

ชั้นรู้ว่าฝันเราดูต่างคนละเส้นทาง คนละที่มา ชั้นรู้ว่ารักเธอมากกว่า

เกินรั้งเธอมาจากฝันที่มีค่า...... ไม่ต้องการให้เธอลำบากใจ

ทำอะไรได้ตามต้องการ มีเพียงความเข้าใจให้แก่กันทุกเวลา

เพราะรักของชั้นคือการให้ ไม่บังคับใจ ....ไม่ต้องฝืนใจใคร

เพราะรักของชั้นนั้นยิ่งใหญ่ จากหัวใจในส่วนลึกของหัวใจ

มันคือความเสรีที่ให้เธอ ทำอะไรได้ตามต้องการ ทุกเวลา

“ มีเพียงความเข้าใจให้เก่กันทุกเวลา ”

 

ปล่อยเธอไปหาฝัน ปล่อยมือกันช้าๆ โบกบินให้ถึงฟ้า ค่อยกลับมาหาชั้น

จะอยู่เพื่อรักเธอ .....จะรอเพื่อรักกัน .....

สิ่งหนึ่งที่ตัวชั้นนั้นยังเชื่ออยู่

“ เรานั้นคือ คู่วิญญาณ “

 

ตัวไกลเพียงใดไม่สำคัญ..... ให้ใจได้ใกล้กัน........ ให้ใจได้คู่กัน

เป็นตัวเธอเองที่สำคัญ ... จะนานแสนนาน ก็คงได้คู่กัน

 

จะอยู่เพื่อรักเธอ .....จะรอเพื่อรักกัน .....

สิ่งหนึ่งที่ตัวชั้นนั้นยังเชื่ออยู่

“ เรานั้นคือ คู่วิญญาณ “

 

พี่อ่านจดหมายช่อแล้วค่ะ พี่ไม่มีคำพูดอะไร จะบอกได้เท่ากับคำพูดพวกนี้ พี่ก็เชื่อเหมือนช่อเชื่อ ว่าเราคือคู่วิญญาณค่ะ แล้ววันนึงที่เราได้เจอกัน ช่อจะได้รู้ว่า ความรักของคนๆนึง ไม่ได้หายไปง่ายๆ อย่างที่ช่อเข้าใจ ที่นั้นหนาว ดูแลตัวมากๆ และโปรดจำไว้

ช่อจะเป็นผู้หญิงที่พี่ผูกพันคนเดียวตลอดชีวิต

 

พี่แอ๊ป

 

ช่อไปเรียนต่อได้จะร่วม 5  ปีแล้วละครับ พี่จิ๊ก ยังคบกับเคนดี ส่วนผม น่าแปลกดีมั๊ย              ที่คนเจ้าชู้อย่างผม กลับปิดประตูหัวใจให้ปิดตาย อาจจะเคยมีคนแวะมาเคาะมันบ้าง แต่ทุกครั้ง ผมจะเห็นภาพเด็กสาว ชื่อช่อซ้อนทับอยู่ทุกคราวไป ผมไม่เคยกล้าไปนั่งที่ร้านไอศครีมนั้นอีกเลย ผมไม่กล้าแม้แต่จะฟังเพลงของเรา โรงหนังที่เราเคยไปดูด้วยกัน ผมก็เปลี่ยนไปดูที่อื่น อาจจะไกลกว่าที่ๆผมและช่อไปดูด้วยกันประจำ มันอาจจะเหงาไม่เหมือนที่เก่า แต่ทุกครั้งที่ผมแค่ผ่านที่เดิมนั้น ผมยังเจ็บระคนมีความสุข เพราะผมจะเห็นภาพต่างๆ ที่เราเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีใครๆ ถามผมว่าทำอย่างนี้จะดีตรงไหน ผมเองก็ไม่รู้หรอก แต่มันเป็นไปเองตามอัตโนมัติ เจ้าวิมมันมักจะคอยกัดผมเสมอ

“แกนะแก นัดให้เดทกับสาว ดันจั่วหัวข้อเด็กช่อขึ้นมาคุย ไม่มีใครอยากฟังเรื่องแฟนเก่า ของคนที่มาจีบเขาหรอกนะ +++ แล้วอย่างนี้แกจะมีแฟนใหม่ได้ไง”

“ เฮ้ย ชั้นก็ไม่ได้คิดจะมีแฟนใหม่ แต่เมื่อชั้นนึกถึงเค้าจะให้ทำอย่างไง จะให้ชั้นตอแหล ว่าลืมผู้หญิงที่ทำเอาชีวิตฉันซวนเซไปทั้งชีวิตได้แล้ว ถ้าวันหลังเค้ารู้มันไม่ดีหรอกวะ ไม่มีผู้หญิงคนไหน อยากเป็นตัวแทนใคร “

 

ผมไม่นึกร้อนใจกับการไม่มีใคร เมื่อก่อนผมไม่เคยทำได้เลย ไอ้การไม่มีแฟน เกิน 2 อาทิตย์ แต่นี้ ช่อทำให้ผมสามารถ อยู่ได้ มาหลายปี ถ้าช่ออยู่ตรงนี้ผมจะบอกช่อว่า        จริงของช่อนะ ที่ว่าการรอคอยมันทรมานสิ้นดี แต่ผมยังเต็มใจรอ เจ้าวิมถามผมว่าจะมัวรออยู่ทำไม?

 

"วิม การรอเป็นความทรมานสิ้นดีวะ แต่แกรู้มั๊ย? ชั้นเคยเป็นกุหลาบที่ออกไปตามหาทางของตัวเอง ชั้นรู้ดีว่า เมื่อชั้นเหนื่อย และกลับมา จะมีแจกันรอชั้นอยู่เสมอ ชั้นดีใจและมีความสุข วันนี้ ชั้นถึงอยากจะเป็นคนรอบ้าง ชั้นอยากให้คนที่กลับมา รู้สึกดีที่ยังพบว่าที่ตรงนี้ มีชั้นรออยู่ "

 

ในบางครั้งเพื่อนๆ ที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา มักจะเล่าเรื่องเจอช่อให้ผมฟัง มันเป็นความรู้สึกแปลก ทั้งเจ็บและดีใจ ที่ได้ยินข่าวเธอ ดูเธอจะสามารถก้าวไปหาอนาคตได้ แต่ผม ผมยังฝังตัวเองอยู่ในวันเวลาเมื่อหลายปีก่อน โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ การรอคอยจะสิ้นสุด สายลมพัดผ่านผมอย่างแผ่วเบา ผมนึกถึงข้อสอนใจข้อนึง

 

“ การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการสูญเสียอย่างที่ไม่เคยเตรียมใจรับมันมาก่อน”

 

ผมรอ และ รอ ผมเป็นฝ่ายไม่เคยไปไหน แต่วันนี้ ผมเลือก ในมือผม มีพาสปอร์ต

และตั๋วเครื่องบิน ผมตัดสินใจอยู่พักใหญ่ วิมอึ้งกับการตัดสินใจของผม มันทัดทานแต่ผมว่ามันคงดีกว่าการรอที่เมืองไทย ผมต้องไปที่นั้น ดอกไม้จะออกตามหาแจกันบ้าง แม้ว่า ผมจะต้องเจอ แจกันมีดอกไม้ดอกใหม่ปักอยู่ ผมจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือกเลย ผมไม่รู้หรอกว่าช่ออยู่รัฐไหน เมืองไหน หรือกับใคร และผมจะไม่ถามหาเธอจากคนอื่นๆที่รู้ข่าวเธอ ผมเพียงแค่เชื่อในใจลึกๆ ว่า

 

คนบนฟ้าจะนำเธอมาเจอผม ....

คนบนฟ้าจะนำผู้หญิงที่ผมสาบานจะผูกพันกับเธอตลอดชีวิตคืนมาสู่ผม

...กับคำอธิฐานเมื่อ 5 ปีก่อน


we are in diaryis.com family | developed by 7republic