ผมนั่งอยู่ที่ม้านั่งสาธาระณะแห่งหนึ่ง หัวสมองของผมกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่แค่ผม ผู้หญิงอีก 2 คนก็คงคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าเธอทั้งคู่กำลังทำอะไรอยู่ และตอนนี้ผมควรจะทำอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้นดี  อ้อ! ขอโทษทีครับท่านผู้อ่าน ผมลืมไปว่าท่านทั้งหลายไม่ได้มาร่วมรับรู้ปัญหาของผม ไม่ได้ทราบต้นสายปลายเหตุ จู่ๆมันก็โผล่มาบ่น คือตอนนี้ผมเกิดปัญหาใหญ่เข้าให้น่ะครับ จะเรื่องอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เรื่องความรัก เป็นความรักวุ่นๆที่ผมเองนี่แหละครับเป็นคนก่อมันขึ้นมา

 

     ครับ อะไรนะครับ… อึม…. ผมเหรอครับ?  ผมยินดีให้ทุกท่านเรียกผมว่า นายแอ๊ป แหม !! ใช่ครับ พ่อผม แม่ผม พี่ผม น้องผม ลุงป้าน้าอา ญาติโกโหติกา รวมถึง คนข้างบ้านผม เขาเรียกผมว่า แอ๊ป ไอ้แอ๊ป เจ้าแอ๊ป คุณแอ๊ป พี่แอ๊ป น้องแอ๊ป แต่สาวๆมักจะเรียกผมว่า “ แอ๊ปจ๋า “ ซึ่งถ้าคุณๆผู้อ่านจะเรียกตาม ผมก็ไม่ขัดข้องอะไร ออกจะเป็นความรู้สึกดีใจที่ท่านผู้อ่านสาวๆจะเรียกผมว่างั้น      

 

ห๊า !! ชื่อจริงๆน่ะเหรอ 

 

แหม… มันออกจะสาวแต๋วไปหน่อยน่ะครับ ความจริงผม ไม่ค่อยบอกใครหรอก แต่เอาเถอะ เห็นว่าเราค่อนข้างสนิทกัน(?)  ผมจะบอกคุณๆ ผู้อ่านไว้  ชื่อผมที่แม่ตั้งตอนยังผมยังไม่รู้อิโหน่อิแหน่ชาติกำเนิด คือ  “น้องแอ๊ปเปิ้ล” แต่พอผมเข้าวัยหนุ่ม (แบบที่ผมรู้ตัวผมเอง) ใครเรียกแอ๊ปเปิ้ล หรือเปิ้ล ผมเป็นหัวเสียทุกที  ทุกคนเลยอาราธนาให้เรียกแต่เพียงชื่อข้างหน้า ว่า “ แอ๊ป”  แล้วผมก็โอเคกับชื่อนี้ซะด้วยสิ เอ้อ!! ครับๆๆ ฝอยมายาว เข้าเรื่องเสียที ผมจะเล่าแล้วครับ ขอเท้าความไปหน่อยนึงเกี่ยวกับประวัติของผมนิดนึงนะครับ 

 

      ตอนนี้ผมอายุอานามได้ 20 เต็มพอดีครับ กำลังเรียนระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยเปิดของรัฐบาลแห่งนึง ผมชอบนะครับ ที่นี้มีอะไรที่เป็นอิสระไม่ต่างจาก มหาลัยนานาชาติ คือ จะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ ใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ สอบวัดผลกันเทอมเดียวครั้งเดียวแบบรู้ดำรู้แดงกันไป ตกก็ลงทะเบียนใหม่ ผ่านก็ไต่เต้าเก็บหน่วยกิจเพิ่ม แถม สาวๆที่นี้ มีทุกภาค จะเอาคมเข้มอย่างแขก จะเอาหมวยอย่างเกาหลี หรืออยากจะดีกรีจัดๆอย่างไทยแท้ ที่นี้มีให้คุณเลือก(ฝัน) เพียงแต่คุณจะทำคะแนนคว้าหัวใจพวกเธอมาครองได้ หรือ กินแห้ว มันก็เท่านั้นแหละครับ

 

ผมเรียนที่คณะ มนุษย์ฯ สื่อสารครับ แต่พ่อกับแม่ที่บ้าน ท่านไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักหรอกกับไอ้การที่ผมเลือกเรียนสาขานี้ พ่อเค้าว่า  “แกจะเอาวิชาพวกนี้ ไปทำกินอะไร ชั้นไม่เห็นว่ามันจะไปหางานอะไรได้นอกจาก จะเกาะชั้นกินต่อไป วันๆ ฮึ” ฝั่งเมียพ่อก็ว่า “แม่ว่า แอ๊ป เลือกบริหารดีมั้ยลูก?  การตลาดก็ได้ เผื่อว่าอยาก จะทำงานกับอาๆ แม่จะได้ฝากงานได้ น้าของแอ๊ปก็พอมีเส้นมีสายอยู่บ้างไงลูก” สายตาเว้าวอนของแม่ บางที่ก็ทำเอาแอ๊ปคนนี้ใจอ่อนไปหลายหน ผมไม่ชอบคณิตศาสตร์ ผมไม่ชอบอะไรที่ ต้องมานั่งคำนวน ผมว่าผมเรียนมาถูกแขนงที่ผมต้องการแล้ว ที่สำคัญ สาวที่ผมบังเอิญไปมีใจด้วยเธอก็เรียนคณะเดียวกับผม เธอเป็นรุ่นพี่ผม เธอชื่อจิ๊ก ครับ

 

     พี่จิ๊กเหรอ ครับ อย่าให้ผมเอ่ยสรรพคุณเลยนะครับ ผมว่าคุณผู้อ่านในนี้ที่เป็นเหมือนผม จะน้ำลายหกเสียเปล่าๆ ก็เธอสูงตั้งร้อยหกสิบกว่าเซ็นต์ ตัวผอมๆแต่หน้าอกหน้าใจนะครับ ถ้าผมมีลูกเองได้ละก็ ผมคงไม่ต้องกลัวว่าลูกจะอดอยากปากแห้งแน่ๆ  รับรองว่าต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกัน ทั้งพ่อทั้งลูก ซู๊ดดดด ว่าแล้วก็ขอผมซดน้ำลายนิด ผมก็พูดไปอย่างงั้นแหละครับ แค่มือไม้ยังไม่เคยได้จับเลยสักหน แต่ผมรับรองได้ ว่าเธอคือนางฟ้า นางในความฝัน นางในอุดมคติ ชาตินี้คิดว่าแค่เป็นหมาเห่าเครื่องบินนั้นก็เทพแล้ว นี่นางฟ้าดันมาหล่นใส่ตัก ผมเนี่ยเคารพพี่จิ๊กซะยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตก็ว่าได้ หายไป ไม่ต้องมีชีวิตอยู่กันแล้วครับ      

 

    คุณอาจแปลกใจว่าผมแบกน้ำหนักอายุเอาไว้โขเลยสิใช่มั๊ย? ถึงคำก็เรียกพี่จิ๊ก สองคำก็เรียกพี่จิ๊ก ก็ถ้าเรียกแม่(ทูนหัว)ได้ผมเรียกไปแล้วครับ ๕๕๕  พี่จิ๊กเป็นรุ่นพี่ผมปีเดียวครับ ความน่ารักของเธอ แตะตาผมเข้าอย่างจัง ครับ ก็เห็นทุกอย่างดี แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน? แหม!! คุณคงยังมองไม่เห็นปัญหาใช่มั๊ยครับ ยังครับมันยังมาไม่ถึงปัญหาที่ผมจะเล่า ใจเย็นๆสิครับคุณๆ

 

     ผมเองเทียวไปเทียวมา ระหว่างซุ้มกับบ้านเป็นว่าเล่น ไอ้จะผ่านไปถึงห้องเรียนก็เฉพาะวิชาที่พี่จิ๊กเรียนด้วยนั้นแหละครับ ผมจึงมักจะเป็นเด็กมีปัญหา (ไม่ใช่เด็กมีปัญหาครอบครัวหรอกนะครับ) แต่ผมจะมีเรื่องสงสัย เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปปรึกษาพี่จิ๊กถี่เหลือเกิน และดูเหมือนตอนนี้ พี่จิ๊กก็ไม่มีใคร หากชายใด หรือ หนุ่มแบบผมคนไหน จะฝ่าวงเข้ามาจีบพี่จิ๊กละก็ มักจะเจอมดแดงแฝงพวงมะม่วงอย่างผมก่อนเสมอ

 

ตัวผมเองก็ยอมรับว่า ไอ้กระผมน่ะ มันก็เนื้อหอมใช่ย่อยเสียที่ไหน สาวๆ แถวบ้านนั้น ผมก็มีเก็บไว้ในสต๊อกกินไม่หมดแล้วละครับ พูดแล้วจะหาว่าผมคุย  ไหนจะน้องแก้ว น้องกุล น้องนุ่น น้องพิม โอ๊ย..เยอะ แต่เด็กๆ พวกนั้น ก็เป็นน้องมัธยมที่เอาไว้เวลาผมขาดสีสันของความสดใส ต้องยอมรับว่าพวกเธอดูไร้เดียงสา แอ๊บแบ๊ว บิ๊กอาย แก้มป่อง จุ๊ บุ๊ จุ๊ บุ๊ น่าเอ็นดูใช่เล่น แต่ความไร้เดียงสาของหนูๆทำเอาผมหมดกระเป๋าได้ง่ายๆ ก็อย่างเวลาพาพวกเธอไปทานไอติม ดูเธอจะขาดเพื่อนๆกันไม่ได้เลยนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ ผมชวนน้องนุ่นมาคนเดียว แล้วทำไมเธอหอบเอา พี่ ป้า น้า อา ของเธอมาด้วย(วะ)  ทานคนเดียวมันคงหมดไม่เยอะ แต่นี่ ผมต้องมาจ่ายค่าภาษีอากรการผ่านด่านเพื่อนๆเธอ เล่นเอากระเป๋าค่าขนมผมเบาไปเหมือนกัน

 

เท่านั้นไม่พอครับไหนจะตุ๊กตุ่นตุ๊กตาอีกละ นี่ถ้าใจไม่ป้ำก็หมด อดจีบสาว เพราะฉะนั้นเตือนจอมเจ้าชู้รุ่นน้องๆเอาไว้ก่อนว่า ศัพท์ของสาวๆ เวลาจะเอาเราไปทานข้าวซื้อของ ในวงสนทนาเธอจะเรียกกริยาเหล่านี้ว่า  “ทุบ” อาทิเช่น วันนี้ยัยก้อยเอาชายหนุ่มที่เธอไปเที่ยวด้วยเมื่อวานนี้ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังที่ซุ้ม

 

     “นี่วันนี้ อีตาเอ็ม ที่คณะเศรษฐศาสตร์นะเห็นมะ เมื่อวานชั้นลากไปทุบมา แบนแต๊ดแต๋เลยละแก๊ ไม่เชื่อถามยัยจอย สิ อิ่มกันตั้งกี่มื้อ วันนี้เหรอ พี่ศักดิ์คณะเราไง จะลากไปทุบพอน่วมๆ”  เอื๊อก! ฟังคำขยายกริยา พอจะทราบไหมครับว่าพ่อเอ็มคนนั้นกระเป๋าสตางค์จะเป็นลักษณะใด ก็คงจะแบนแต๊ดแต๋ เหมือนลักษณะการทุบแหละครับ ส่วนผมน่ะเหรอครับ ย๊ากกกกกกกกกกครับขอบอก  เพราะผมถือคติ  “รักพี่ต้องหนีพ่อ คิดจะคบหล่อหน้าม่อก็ต้องหัดจ่ายเอง” เอ๊า จริงๆครับ เพราะฉะนั้นผมมักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง สาวๆ มาทุบผมหรอก แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ไอ้ข้อนี้ผมก็พอจะทราบอยู่บ้างละครับ ไม่งั้นผมจะมีปัญหาปวดหัวมาปรึกษาคุณๆได้ไง

 

     พี่จิ๊กเรียกว่าเป็นสาวเรียบร้อย สวยอ่อนหวาน พูดน้อย พูดนิ่ง ยิ้มเก่งจนผมนึกว่าเธอเป็นใบ้ ไม่เถียงกับใคร ไม่รบรา ไม่เคยสร้างปัญหา ไม่เคยทำให้ร้อนใจ แสนจะเป็นผู้ใหญ่เข้าใจโลกกว้าง ผู้หญิงแบบนี้แหละครับสเปกผมเลย ผมไม่ค่อยชอบเด็กแก่แดดแก่ลมหรอกนะครับ อันนี้ผมไม่ได้ติหรือตำหนิ สเปกของท่านอื่นๆนะครับ เพราะผมทราบว่า รสนิยมใครก็รสนิยมใคร จะไปห้ามกันมันไม่ได้หรอกจริงมั๊ยครับ สำหรับรสนิยมผมหากเป็นแฟน ผมขอบอกแบบเต็มปากเต็มคำว่าคงไม่มีใครมาแทนที่พี่จิ๊กของผมได้เป็นอันขาด แต่อย่างว่าแหละครับ อายุอานามผมก็เพิ่งจะ 20 เท่านั้น แล้วก็การหาอะไรแปลกใหม่ให้ชีวิตบ้างมันก็ไม่เสียหายใช่ใหมครับ นี่ละครับเริ่มต้นที่มาของปัญหา 

 

     วันนี้ผมมาเที่ยวผับย่าน พระราม 9 ก็ RCA นี่แหละครับ สาวๆ ที่นี้ มีทั้ง sexy น้อยหน่อย sexy มากหน่อย ฮ่า ฮ่า ซึ่ง อันหลังมักจะทำให้ผมเองอยู่ไม่สุข ต้องไปป้วนเปี้ยนขอเบอร์เธอเหล่านั้นมาไว้ให้อุ่นกระเป๋า และมักจะไม่ผิดหวัง เพราะคารมผม ก็ไม่ใช่ย่อยอยู่แล้ว เพื่อนเชื่อน้ำมนต์ผมนัก ถึงขั้นที่บางคนต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผมไปเอาเบอร์มือถือเธอๆมาให้ในสนทนาราคาแพงหูฉี่ที่เดียวเชียวละ 

 

     อย่างในค่ำคืนที่ก่อปัญหาให้ผมนี่ก็เหมือนกัน วันนี้ ผมมาเที่ยวกับเจ้าวิม วิมนี่ก็เป็นหนุ่มเหมือนผมแหละครับ จริงๆ ผมเองไม่ค่อยจะพอใจนักถ้าใครจะมาเรียก ผมว่า “ทอม” แต่ก็ดูไม่มีอะไรจะบ่งบอกความเป็นผมได้ดีเท่ากับคำๆนี้จริงไหมครับ?  งั้นจะเรียกผมว่าทอม ว่าสาวหล่อ  ก็ หยวนๆแล้วกันนะครับ วันนี้เป็นวันศุกร์ทำให้ สาวๆ ค่อนข้างจะคึกคักทั้งสาวน้อยสาวใหญ่อวดเนื้ออวดหนังมังสากันด้วยชุดแหวกเว้าตามสมัย ผมไม่แสดงความคิดเห็นใดๆอยู่แล้ว เพราะผมถือว่าผมเองก็เหมือนเปรตได้รับส่วนบุญไปด้วย  “แอ๊ปแกเห็นสาวสายสปาเกตตี้ สีฟ้าที่อยู่บนชั้นลอยนั้นมั๊ยวะ? อย่างโคตรน่ารักเลย ผมบ๊อบอย่างงี้แสดงว่า ยังเรียนม.ปลายหรือสาวพานิชแอบเที่ยวแน่ๆ ดูสิเฮ้ย สวยป่ะ” 

 

     ผมมองตาม แต่ก็ไม่เห็นจะน่าดูเท่าไหร่ นี่ก็คงหนีแม่มาเที่ยวละมังครับ เด็กสมัยนี้นี่แก่แดดแก่ลมจนผมตามไม่ทัน ต้องคนนี้สิครับ เธอที่กำลังส่ายสะโพกน้อยๆตามจังหวะ เพลง ดูวิธีการสะบัดผมพริ้วๆไปมาของเธอนั่นก่อน ที่มุมร้านตรงนั้นเธอสวมเดรสคล้องคอ สีแดงเลือดนกปักเลื่อมแค่พองาม ชายกระโปรงของเธอยาวมาคลุมหน้าขา แต่ทว่ากลับกว้านส่วนคล้องคอลึกลงมาถึงร่องอก ผมยาวเคลียไหล่ดัดปลายอ่อนๆ  ไฟในร้านมืดสลัวแค่ไหน หัวใจผมกลับสว่างเพราะการมองภาพของเธอตรงหน้า เกินร้อยเลยครับ เจ้าวิมคงมองเห็นความเงียบของผม ที่ดูไม่พูดอะไร ไม่มองที่อื่นใด นอกจากสาวคนนี้ สักพักมันก็เอ่ย ปากถามขึ้น ... 

 

  “แกเล่นของสูงนิแอ๊ป นั่นน่ะระดับไหนแล้วแก ป่านนี้มิมีผัว 2  ลูก 7 แล้วเรอะ เห็นท่าเต้นหล่อนมั๊ย  ชั้นอิจฉาโต๊ะกลมตัวนั้นจริงๆ ถ้าเลือกได้ตอนนี้ อยากเป็นโต๊ะให้หล่อนเกาะวะ” 

 

    “อึม ชั้นว่าแม่คนนั้น คืนนี้เธอว่างเชื่อชั้นสิ เพราะข้างๆเธอยังไม่เห็นมีใครมาเกาะเอวเอาไว้เลย ระดับนี้ มีเร้อจะว่าง เป็นแก แกจะปล่อยแฟนแกให้มาอยู่ตรงนั้นมั๊ย?”

 

   “ชั้นว่าไม่ แกอย่ามาตู่หน่อยเลยไอ้แอ๊ป แกอาจจะเป็นพวกเดาเก่ง แต่มันไม่แม่นทุกหนหรอกเว้ย”

   “พันนึงถ้าชั้นเอาเบอร์ยัยคนสวยนี่มาได้”

    “ภายในสิบนาที”

    “….แค่ห้า”

 

     นั้นแหละครับจุดเริ่มต้นความอลวนระหว่างผมกับช่อ

อ้อใช่ครับ เธอชื่อว่าช่อ “ช่อพิกุล” ผมน่ะสาบานเลยนะครับ ว่าไม่คิดว่าช่อจะอายุแค่ 15 เพราะอะไรๆ ของเธอดูมันจะมหาลัยไปเสียหมด ผมยังนึกในใจว่า เวลเทพขนาดเธอคงอยู่มหาวิทยาลัยที่ใดที่หนึ่งในกทม.นี่แหละ แต่เมื่อสนิทกันเข้าจริงๆ ผมถึงกับสะอึก ที่เธอบอกว่าเธออยู่ ม. 3 วินาทีนั้นแหละ ที่ผมเพิ่งตระหนักว่า เท้าข้างขวาของผมอยู่ในคุกในตารางครึ่งข้าวนึงเสียแล้ว มาเล่ากันต่อถึงตอนที่ผมกับช่อรู้จักกันนะครับ เมื่อผมรับพนันเจ้าวิม ผมก็เดินตรงไปที่โต๊ะ พร้อมแก้วค็อกเทล 2 ใบ ผมวางแก้วอีกใบไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะยิ้มให้ช่อ

 

 “คิดจะมาจีบ ง่ายไปหน่อยนะ พี่สาว” ผมอึ้งไปก่อนจะยิ้มแบบตั้งหลัก ไม่แปลกหรอกครับ เพราะเธอคงเจอไม้นี้ของหนุ่มๆมานักต่อนัก แต่ไอ้คำว่าพี่สาวที่ใช้ต่อท้ายนี่ทำเอาผมเกิดความท้าทายไม่ใช่เล่น

 

 “ คุณหน้าตาเหมือนเพื่อนของน้องสาวผม” ได้ผลเธอหันมามองก่อนจะถามว่าน้องสาวผมชื่ออะไร

“แอน น้องผมชื่อ แอนนา แต่ถ้าจำผิดก็ขอโทษด้วย แต่ผมคุ้นเคยเหมือนเคยเจอคุณกับน้องของผมเมื่อไม่กี่ปีก่อน”

“แอน อึม แอน เป็นไงบ้างค่ะ ตั้งแต่จบประถมไม่ได้เจอกันอีกเลย”

 

“ ????????? ”

 

     โอ้ววว ผมคิดในใจ ได้ผล ดูเธอหันมากระตือรือล้นอยากจะรู้ข่าวของแอน แต่…ทำไมมันไปได้ผลไกลขนาดนั้น เจอกันตั้งแต่ประถม นั่นเพราะผมนึกว่าเธออาจจะเรียน ม.ปลายหรือมหาลัยสักแห่งหรอกนะครับ  ผมได้แต่บอกว่าแอนอยู่ต่างจังหวัด กับญาติ แล้วไม่ลืมถามชื่อของเธอ ช่อ อึมแล้วก็โอเคเพราะผมบอกว่าจะรังเกียจมั๊ย? ถ้าผมขอเบอร์เผื่อว่าเดือนหน้าที่แอนแวะมากรุงเทพผมจะได้ติดต่อให้ ยิ่งกว่าโชคหรือลาภใดๆของผม  เพราะนอกจากผมจะได้เบอร์ของช่อ เธอยังขอเบอร์ผมด้วย เธอบอกว่า

“เผื่อว่าวันหลังจะได้ถามข่าวแอนค่ะ”

 

     ผมชนะพนันเจ้าวิม มันไม่วายถามว่าผมไปได้เบอร์ยัยช่อมาได้ยังไง? พอผมเล่ามันก็ถามผมว่าไปรู้ได้ไง ว่าช่อมีเพื่อนชื่อแอน น่านแสดงว่าชม.บินเรื่องหลีหญิงมันยังต่ำกว่าผมมากนัก

 

“ผู้หญิงไทยมักจะมีเพื่อนชื่อแอน เหมือนที่ผู้ชายมักจะมีเพื่อนชื่อหนึ่งหรือเอกนั้นแหละ”

 

การที่ผมรู้ ก็เพราะผมเห็นพี่ชายผมเอามาเล่าให้ฟังแล้วมักจะได้ผลน่ะครับ ถ้าคุณๆคนไหนอยากจะเอาไปใช้บ้าง ผมคงไม่สงวนสิทธิ์ แต่ถ้าไม่ได้ผลอย่าต่อว่ากันนะครับ มันอาจขึ้นอยู่กับหน้าตาด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลังจากร้านที่เลิก ผมก็ขออนุญาตช่อไปส่งเธอที่บ้านซึ่งก็ดูเธอจะไม่รังเกียจผม ผมเลยได้รับโอกาสนั้น ก่อนช่อจะลงจากรถผมไม่ลืมถามว่า ผมจะโทรมาหาเธอโดยไม่มีเรื่องแอนบ้างจะได้ไหม เธอยิ้มนั้นก็เกินคำว่ายินดีแล้วละครับ

 

ผมกับพี่จิ๊กเรายังสนิทสมนกันดี พี่จิ๊กเองก็ไม่ใช่ไม่ทราบว่าผมรู้สึกยังไง  จะมี+++ที่ไหน มาตามเทียวไล้เที่ยวขื่ออย่างที่ผมทำกับพี่จิ๊ก เพราะฉะนั้นคำว่ารัก ระหว่างผมกับพี่จิ๊กจึงไม่ต้องมีกระมัง มีเพียงความเข้าใจของคน 2 คน ผมยังคงเสมอต้นเสมอปลายและไม่คิดว่าจะต้องไปอะไรกับใคร ที่ไหน และผมก็มองสาวๆ คนอื่นๆ เพียง คนผ่านมือ เมื่อผ่านผมไปเธอก็ต้องไปเจอใครๆ แต่คำนี้ไม่ใช่กับพี่จิ๊กอย่างแน่นอน

 

ช่อกับผมเราไปกันรวดเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะ ช่อเป็นเหมือนเด็กมีปัญหาทางครอบครัวกระม้าง วันที่เธอนัดผมไปรอที่ห้างแห่งหนึ่งผมจำเธอไม่ได้เลย เพราะผมเปีย 2 ข้างนั้น ไหนจะแว่นตาที่เธอ สวมอีกละ คอซอง ผมยอมรับครับว่าอึ้งและเอ๋อไปพอสมควร กริยาที่เธอทานไอติมราวกับเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา กับแม่สาว ร้อนแรงในเธคนั้น แทบจะเรียกว่าคนละคนเลยที่เดียว

“แอ๊ปเป็นไร ทำไมทำหน้างั้นค่ะ จำช่อไม่ได้เหรอ“

“ ช่อเรียนที่ไหนระดับอะไร “

“ ม. 3 ไง ทำเป็นลืม หรือแอนเรียนไหน “

 

     ผมตาค้างจะสารภาพไปดีไหม เธอคงเคืองผมน่าดู แต่ผมก็เลือกจะสารภาพดีกว่า ผมไม่ต้องการจะสานต่อเรื่องโกหก อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่คน ความจำดีสักเท่าไหร่ “ ค่ะว่าไงค่ะพี่แอ๊ปเป็นอะไรค่ะ เงียบเชียว มีอะไรหรือเปล่าค่ะ “ เธอชำเลืองมองหน้าผมพร้อมทั้งเลิกคิ้วข้างนึงเหมือนสงสัย ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาผมตรงๆ

 

 

 “ เออ ช่อจะว่าไงถ้าพี่จะบอกว่าพี่มีเรื่องจะสารภาพ เกี่ยวกับเรื่องแอน“ผมไม่ลืมชั่งใจกับคำถามของตัวเอง ผมไม่กล้ายืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับว่าช่อจะรับมันได้ทั้งหมด ผมอ้ำๆ อึ้งอยู่พักใหญ่จนช่อเอ่ยขึ้น “ ช่อทราบค่ะว่าพี่ไม่มีน้องสาวชื่อแอน “

 

“ ช่อทราบ ช่อรู้ได้ไงว่าพี่โกหก “

 

     ผมลุกล้นแบบตกใจเพราะไม่นึกว่าเธอจะรู้ความกระล่อนนี้มานาน ช่อยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สบตาแบบที่ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนทำ พลางเขี่ยไอติมไปมาก่อน จะตัดสินใจพูด แล้วยิ้มหวานให้ผมระคนขำ “ เพราะช่อก็ไม่เคยมีเพื่อนชื่อแอนที่เมืองไทยนะสิค่ะ ยิ่งมาขำหนักตอนพี่แอ๊ปบอกว่าแอนอยู่ต่างจังหวัด  

รู้มั้ย ช่อเพิ่งมาอยู่ที่เมืองไทยตอนม. ต้นนี้เอง หึ หึ “  เธอหัวเราะไปปิดปากไป แต่ผมสิ กลับรู้สึกเหมือนเขามันโง้งยาวเสียจนปิดไม่มิด อายก็อายจนแทบจะแทรก โต๊ะหนี ได้แต่ก้มหน้าได้แต่ มือไม้อยู่ไม่สุข จับนั้นจับนี่ 

 

           “ ช่อ ช่อโกรธผมไม๊ ที่โกหก อึมผมยอมรับผิดนะ ช่อจะว่าผมก็ได้นะ “

           “ ไม่หรอกค่ะ เพราะช่อชอบมุขที่พี่แอ๊ปมาขอเบอร์ แล้วมันคงดีกว่ามุขอื่นๆที่ช่อเคยได้ยินมาน่ะ “

           “ ช่อพูดจริงเหรอ ไม่โกรธผมจริงๆเหรอ ไม่ได้ล้อผมเล่นนะ ถ้าเป็นคนอื่นคงโกรธผมตายเลย หรือผมอาจจะโดนตบหน้าหันไปแล้ว “

 

            ช่อยังคงหัวเราะ ร่าอยู่อย่างนั้น จนผมอดสงสัยว่าเธอขำอะไรหนักหนา 

           “ เพราะช่อว่า ถ้าพี่แอ๊ปรู้ว่าช่ออายุเท่าไหร่ก็คงไม่อยากคบช่อหรอก ผู้ชายเอ้อ!! หรือทอมส่วนมากเห็นช่อ อายุยังน้อยหน้าตาไม่เหมือนตอนอยู่ในเธคก็มักจะ say good bye ช่อตลอดเลย “

           “ อ๋อ นี่ งั้นถือว่าเจ๊ากันผมก็ตกใจแต่โทษช่อไม่ได้ เพราะความผิดผมด้วย เอาละมื้อนี้ผมเป็นเจ้ามือนะครับโอเคมั๊ย “

           “ ค่ะ ต้องอย่างงั้นอยู่แล้วละเพราะ ตอน 5 โมงช่อมีเรียนพิเศษ พี่แอ๊ปไปส่งหน่อยละกันนะ “

 

           ผมไม่ขัดศรัทธาสาวน้อยผู้นี้อยู่แล้ว อาจจะเหมือนชายหนุ่มทั่วๆ ไปที่จุดประสงค์ของผมในตอนแรก คือ การได้ลิ้มรสความสาวของเธอ และผมมองว่าเธอเองก็ ดูมีใจให้ผม มันไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรใช่มั๊ยครับ แต่พอได้รู้จักเธอคนนี้นานวันเข้ามันก็ทำให้ผม รู้สึก อะไรบางอย่าง เธอใสเหมือนแก้ว แก้วที่เป็นแก้วบางๆ เธอใสแบบที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้รับการแต่งเติมใดๆ เลย พี่จิ๊กเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผมมักจะหลบไปรับโทรศัพท์คนเดียว  

หรือมักมีข้ออ้างคณะติววิชากับเธอเพื่อไปส่งช่ออยู่เสมอ 

 

            “ พักนี้ แอ๊ปมีอะไรไม่ได้เล่าให้พี่ฟังหรือเปล่าค่ะ พี่รู้สึกว่าแอ๊ปกำลังวุ่นวายหรือมีอะไรปิดปังพี่อยู่พี่ยังเป็นพี่สาวแอ๊ปอยู่หรือเปล่า แต่ถ้าแอ๊ป ไม่อยากเล่า ไม่อยากบอกเพราะเห็นว่าพี่ไม่มีความสำคัญกับปัญหาของแอ๊ป ก็ไม่เป็นไรนะ แต่พี่จิ๊กห่วงกลัวแอ๊ปไปเถลไถล แอ๊ปเก็บหน่วยได้น้อย ไหนแอ๊ปว่าแอ๊ปจะตั้งใจ พี่ก็อุตส่าห์ ติวให้แอ๊ป แต่ดูแอ๊ปไม่สนใจเลย “

            “ เปล่านะ พี่จิ๊ก แอ๊ปไม่มีอะไรหรอก แต่เพื่อนแอ๊ปเค๊ามีปัญหานิดหน่อยแล้วมันก็เป็นปัญหาเด็กๆ ทิ่แอ๊ปว่าพี่ไม่น่ามาปวดหัวกับแอ๊ปอย่าห่วงนะแอ๊ปเอาตัวรอด “ ... 

 

ผมรู้ว่าพี่จิ๊กห่วงผม แต่ผมมองว่าผมแค่สนุกสนาน กับเด็กสาวคนนึง เมื่อผมเบื่อ ผมก็คงจะกลับมา ผมสัญญาแล้วผมจะเป็นเด็กดีของพี่จิ๊กเหมือนเดิม วันนี้ช่ออยากดูหนัง ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้อง ช่อต้องอยู่คนเดียวหลายครั้ง เพราะพ่อกับแม่ของช่อบินไปมาระหว่างเมืองไทยและเมืองนอกบ่อยๆ และช่อเองก็ได้รับการเลี้ยงดู แบบ อเมริกัน อยู่พอสมควร ระหว่างการเดินในห้าง รอเวลาหนังฉาย จู่ๆ ช่อก็หันมายิงคำถามนึงกับผม

 

“ พี่แอ๊ปคิดยังไงเป็นทอม ไม่ชอบการเป็นผู้หญิงเหรอค่ะ แบบที่มีแฟนเป็นผู้ชายน่ะ “  เอาแล้วสิครับ อึมครับ ผมเจอคำถามอย่างนี้บ่อยๆ แต่ก็อดนิ่งไปครู่ใหญ่ไม่ได้ ก่อนจะตอบเธอ

“ ไม่รู้สิ รู้ตัวอีกที ก็หอมคุณครูอนุบาล หอมแก้มสาวๆ ขอให้ได้กอดเพื่อนสาวที่สนิทๆ ก็รู้สึกมีความสุขแล้ว กับผู้ชายก็ไม่ได้เกียจอะไร เป็นเพื่อนกันได้

แต่ไม่มีความรู้สึกอยากมีแฟนเป็นผู้ชาย ก็เท่านั้นเอง “  ช่อยิ้มอวดฟันเรียงราวไข่มุก พยักหน้าเข้าใจ

“ แล้วอย่างช่อถ้าเป็นแฟนพี่แอ๊ป ต้องเรียกว่าดี้เหรอค่ะ ช่อไม่เห็นชอบคำนี้เลย ช่อเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึงเองนิค่ะ “ ผมตกใจ ก็ผมว่าผมได้ยินคำว่า แฟน จากปากของเธอ ผมหันไปมองเธอใหม่ด้วยสีหน้าแปลกใจ

“ อะไรกันค่ะพี่แอ๊ป อย่าบอกนะว่าที่พี่แอ๊ป มาขอเบอร์ มาทำดี มารับมาส่ง ไม่ได้คิดจะจีบช่อ แค่พี่สาวน้องสาว “

“ ก็ใช่น่ะใช่ แต่ทำไม ช่อไม่ตัดสินใจแบบ เออ “

 “ เล่นตัวใช่มั๊ย ดูไปเรื่อยๆ ใช่มั๊ย ต่างกันตรงไหนก็ช่อเองก็พอใจพี่แอ๊ป พี่แอ๊ปก็จีบช่อ เราก็เป็นแฟนกันไงค่ะ “

 

     เธอสรุปเอาแบบรวบรัดตัดตอนดีแท้ ผมไม่นึกว่าเวลาแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆ  มันจะทำให้ผมมีแฟนเพิ่มอีกคนเป็นเด็กสาววัย 15  แต่ในห้วงความคิดผมเธอก็เหมือน บรรดา น้องๆ หลายๆคนที่ผมมีในสต๊อก

 

     เมื่อพี่จิ๊กจับสังเกตผมได้หลายๆ อย่าง และผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้พี่จิ๊ก วันนึงเมื่อพี่จิ๊กชวนผมเป็นเพื่อนไปหาหนังสือ ผมเลยชดเชยด้วยการไปเดินดู หนังสือกับพี่จิ๊กที่ร้าน แล้วไปดูหนังที่ห้องพี่จิ๊ก เป็นครั้งแรกที่ผมไปกัน 2 ต่อ 2 ผมไม่รู้ว่าพี่จิ๊กคิดยังไง แต่ผมใจเต้นและกำลังกลัวใจตัวเอง กลัวจริงๆ ทุกท่าน

 

           พี่จิ๊กเดินเข้ามานั่งข้างผมพร้อมขนมและน้ำ ถามผมว่าอยากดูหนังอะไรเพราะพี่จิ๊กมีหลายเรื่อง ผมกลับเลือกที่จะคุยกับพี่จิ๊ก พี่จิ๊กหัวเราะ แล้วพยักหน้ารับ เราคุยกันหลายเรื่อง ผมหนุนตักพี่จิ๊ก ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจผม พี่จิ๊กก้มมามองหน้าผม ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผมเล่า ก่อนที่ผมจะเงียบและเอาแต่มองหน้า พี่จิ๊กอย่างเดียว

 

 

“ มีอะไรจ๊ะ เงียบเชียวหรืออยากจะสารภาพบาปอะไรกับพี่ถึงได้คิดนาน “

    “ ถ้ามีอะไรจะสารภาพ แอ๊ปก็คงมีแต่สารภาพรักกับพี่จิ๊กละมั้ง “

ผมทำเป็นขำแก้เก้อเผื่อถ้าหาก ว่าพี่จิ๊กเกิดทำหน้าเสียและปฎิเสธ สิ่งที่ผมพูด แต่เปล่าเลยพี่จิ๊กยังมองหน้าผม และจ้องไปในตาผมเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง 

“ แอ๊ป พี่ดีใจนะ พี่รู้มาตลอดว่าแอ๊ป รู้สึกดีๆกับพี่ และดีใจมากที่แอ๊ปบอกพี่เสียที่ พี่จะได้วางตัวถูก ไม่อย่างงั้นเวลาที่แอ๊ปหายไป พี่รู้สึกห่วง อึมมมม หวงด้วยแต่ มันไม่ใช่ความรู้สึกในแบบพี่สาว พี่วางตัวลำบากและอึดอัด “

 

     ผมชันตัวขึ้นมามองหน้าพี่จิ๊ก คราวนี้เธอกลับเป็นฝ่ายหลบตาผม หัวใจผมกำลังตัดสินใจ ภายในห้องมีแค่เรา 2 คน ผมเองก็เคยให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำ อะไรที่ไม่ดีกับพี่จิ๊ก ถ้าเค๊าไม่เต็มใจ ผมใช้มือช้อนคางพี่จิ๊กเพื่อให้สบตากับผมอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะได้ตัดสินใจทำอะไรไป พี่จิ๊กกลับเป็นฝ่ายเริ่มใช้ริมฝีปากสัมผัสกับ ริมฝีปากผม แน่นอนผมได้แต่ตัวแข็งไปสักพัก ก่อนจะตอบสนองพี่จิ๊ก ด้วยการชำแรกไปลิ้มรสพี่จิ๊ก มือไม้ผมดูมันจะควบคุมไม่ได้อีกแล้ว ผมกับพี่จิ๊ก เตลิดมาไกล  

สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้า คือร่าง เปลือยเปล่า ของคนที่ผม ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมัน พี่จิ๊กอายพร้อมทั้งเอามือมาปิดตาผม 

“ อย่ามองสิ พี่อาย ไม่เคยมานอนตัวเปล่าอย่างงี้ ในเตียงเลยนะ แอ๊ปเล่นมองสายตาแบบนั้นพี่ก็กลัวสิ”

 

     ผมได้แต่ขอโทษ พี่จิ๊กแต่เธอสวย ๆ เหมือนเทพธิดา ก่อนจะก้มไปกระซิบถามข้างหูว่าเธอไม่เคยมีเรื่องแบบนี้กับใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียวหรือ เธอหน้าแดงก่อนจะพยักหน้า นี่มันบุญ หรืออะไรกันเนี๊ย ผมฟลุ๊คที่สุดในโลก ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่พอผมเห็นเลือดที่ติดผ้าปูที่นอนผมถึงตระหนักว่าผมได้รับของ ขวัญพิเศษ ล้ำค่าจากผู้หญิงคนนึง วันนั้นผ่านไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ ทำเอาผม ยิ้มแก้มปริไปเลยครับ ก่อนกลับบ้าน พี่จิ๊ดหอมแก้มแล้วกอดผมแน่น ที่แก้มเธอมีน้ำตา 

           “ อย่านอกใจพี่นะแอ๊ป พี่มีแอ๊ปคนเดียวนะ แล้วพี่ก็จริงจังกับแอ๊ปด้วย “

           ผมยิ้มก่อนจะลูบผมพี่จิ๊ก 

           “ ผมบูชาพี่จิ๊กเลยละ ไม่ใช่แค่รักไม่ใช่แค่หลง แต่นี่ค่ำแล้วเดี๊ยวแม่จะตาม เราก็เจอกันที่ซุ้มทุกวันไง” พี่จิ๊กพยักหน้ารับช้าๆเรา 2 คนร่ำลากันเนินนาน กว่าจะกลับมาบ้าน ผมแทบจะไม่มีแรง ยกช้อนกินข้าว แม่แซวที่โต๊ะอาหาร เล่นเอา พี่ๆน้องๆผมขำไปตามๆกัน 

 

 

   “ นี่กว่าจะกลับก็มืด กลับมาก็แทบจะไม่มีแรงยกช้อนตักข้าวเข้าปาก แอ๊ปจะให้แม่คิดยังไงดีลูก “

 

           ผมชะงักก่อนจะบอกแม่ว่า วันนี้ผมพิมพ์รายงานทั้งวันเหมื่อยมาก เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นนั้นผมไม่คุ้น ความฮาครื้นจึงเกิดขึ้นที่โต๊ะกินข้าวบ้านผมนั้นเอง 

 

 

หลังจากเรื่องวันนั้น มันทำให้ผมห่างหายไปจากช่อและสาวคนอื่นๆ เพราะผมเอาเวลาทั้งหมดมาให้พี่จิ๊ก ทุกอย่างก็ดูจะไปได้ด้วยดี เมื่อช่อโทรมาผมก็มักจะบอกปัด และเลี่ยงว่าติดธุระอย่างอื่นไปพบเธอไม่ได้ ช่อร้อนรน อาจจะเพราะเธอเหงา เมื่อก่อนทุกๆครั้งก็จะมีผม ที่เป็นเพื่อนเธอ ผมเองก็อยากจะอยู่เป็นเพื่อนช่อ เพราะเธอเด็ก และมีโอกาสเสียหายได้ง่าย แต่ตอนนี้ คนที่ผมจะต้องดูแลคือพี่จิ๊ก เพราะตอนแรกผมก็นึกว่าพี่จิ๊กไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา กลับกลายเป็นว่า พี่จิ๊กแสดงออกอย่าง เปิดเผย ว่าเธอคือเจ้าของผม เธอน่ารักอยู่แล้วละครับ แต่ผมชักจะมีเวลาของตัวเองน้อยลงเหลือเกิน เวลาที่ผมมีมักจะคลุกกับพี่จิ๊กคนเดียว แต่เอาเถอะครับผมเลือกเอง

 

           จนวันนึงที่ช่อโทรมาร้องไห้กับผม บอกว่าตอนนี้เหงามากไม่มีใครอยู่บ้านและเธอเองก็ไม่อยากอยู่แบบนี้ ถ้าผมไม่ไปหาเธอ เธอจะหนีมาหาผมที่บ้าน เฮ้ออออ ก็อย่างที่เล่าแหละครับเธอยังไม่ทันเต็ม 15 ดีเลย ขืนหนีมา ผมมิโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรือไง สุดท้าย ผมก็ต้องตบปากรับคำ ระหว่างการแต่งตัว โทรศัพท์มือถือผมดังขึ้น ชื่อที่ผมเห็นคือพี่จิ๊ก ตายละหว๊า !! นี่พี่จิ๊กคงไม่นึกอยากให้ผมไปหาในตอนนี้หรอกนะ

 

            “ ว่าไงค่ะ คนเก่ง ทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้ไม่เห็นโทรหาจิ๊กเลย “ ครับตั้งแต่เราคบกันผมก็เรียกเธอด้วยชื่อเฉยๆ

            “ ยุ่งๆน่ะ พ่อเค๊าให้แอ๊ปเป็นธุระ ไปบ้านย่าที่ อยุธยา นี่เพิ่งกลับเดี๊ยว แอ๊ปต้องออกไปอีกนะ “

            ผมโกหกคำโต เพราะวันนี้ ผม มัวแต่ยุ่งเรื่องของพ่อจริงๆ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ผมอยากมีเวลาส่วนตัวบ้างมันก็เท่านั้น การมีแฟนมันก็ดีที่ไม่เหงา

แต่บางหนมันก็น่าอึดอัด ผมคิดอย่างงั้นจริงๆ

            “ เหรอ จิ๊กว่าจะชวนไปดูหนัง ไม่เป็นไร งั้นทำธุระ แอ๊ปเถอะ ไม่ได้ไปแอบหาใครใช่มั๊ย “

            “ บ้าน่า จิ๊ก เอาเวลาที่ไหนไปจีบ อยู่กะจิ๊กตลอด แล้วพรุ่งนี้จะแก้ตัว เลี้ยงหนังคืน โอเคมั๊ย ครับ”

            ผมพูดให้ดูขำๆ พี่จิ๊กคงไม่ใช่คนขี้หึง แต่กันไว้ดีกว่า อารมณ์ผู้หญิง มักแปรปรวนจนเราเองปวดหัวด้วยบ่อยๆ

 

            ผมขับรถมุ่งหน้าไปบ้าน ช่อ แม่ผมก็สวดให้พรว่าดึกแล้วยังจะออกไปไหน แต่ก็ทำได้เท่านั้นแหละครับ ผมทราบว่าแม่ห่วงถึงผมจะเป็นแบบนี้ก็เหอะ ผมก็ยังมีเค้าความสวยของแม่อยู่ ผมไม่ใช่ทอมจ๋าแบบที่ตัดผมสั้นจู๋ แต่ก็คงไม่ใช่แบบ สาวที่เดียว เอาเป็นว่าดูแล้วห้าวและพอจะดูออกว่าผมเป็นอะไร รวมทั้งการ แต่งเนื้อแต่งตัว ที่ผมและพี่ชาย แย่งกันซื้อมาใส่ คงจะพอทำให้ใครๆกระจ่างอยู่บ้าง

 

            ประตูบ้านช่อเปิด ก่อนที่ผมจะเลี้ยวรถเข้าไปจอด ผมไม่เคยไปในบ้านช่อเลย อาจจะเพราะ ผมคิดว่าผมไม่ได้คิดจริงจังกับเด็กสาวคนนี้มากมาย เมื่อผม เปิดประตูรถก้าวลงมา ผู้หญิงในบ้านคนนึงอายุ ราว 30 กว่าปีเห็นจะได้ เข้ามาถามผม

            “ คุณแอ๊ป ใช่มั๊ยค่ะ น้องช่อ นั่งที่ ศาลาหลังบ้านค่ะ เชิญค่ะ “

            ผมพยักหน้า บ้านใหญ่โต สมเป็นบ้านคนรวย มีศาลาหลังบ้านด้วย ผมชักอยากจะกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปเลยจริงๆ เมื่อสาวใช้พาผมมาถึงศาลา ผมเห็นช่อ นั่งกอดหัวเข่าตัวเองในอ้อมกอดเธอ มีตุ๊กตากระต่ายสีชมพู ผมเดาว่า คงชื้นน่าดู เพราะช่อร้องไห้ ซบกับตุ๊กตานั้น

             “ พี่แอ๊ปมาแล้วเหรอ ทำไมนานจังกว่าจะมาถึง พรุ่งนี้ไม่มีธุระนิค่ะ วันนี้วันศุกร์ไม่ใช่เหรอ”

             เธอยิงคำถามเล่นเอาผมตอบไม่ทัน ผมก้าวมานั่งข้างๆเธอ ก่อนจะลูบผมแล้วถามเธอ เบาๆ

             “ ช่อมีปัญหาอะไร ทำไมร้องไห้อย่างงี้ ใครทำอะไรช่อ บอกพี่แอ๊ปสิ พี่จะไปจัดการให้ “

             ช่อเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นงอนกระฟัดกระเฟียด กับเสียงงอแงแบบเด็กๆ แล้วกอดผมหลวมๆ

             “ ก็พี่แอ๊ป นั่นแหละ โทรไปก็ไม่เคยว่าง ติดธุระ ไปหาที่มหาลัยก็ไม่ได้ เป็นแฟนประสาอะไร “ ...

 

ผมอึดอัดกับคำถามของช่อ เริ่มแกะข้อมือของช่อออกจากแขนตัวเองเพราะพี่คนใช้เล่นจ้องเสียตาแป๊ว อยู่ตรงนั้น ช่อขมวดคิ้วแบบไม่เข้าใจในกิริยาความห่างเหินที่ผมทำ แต่ช่อเลือกที่จะไม่โวยวาย กลับใช้สายตาแทนคำถามนั้น ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับผม เธอจ้องมองผมอยู่สักพักใหญ่ แล้วหันไปบอก พี่เลี้ยงเธอคนนั้น

 

“พี่ต่าย ไปก่อนก็ได้ ช่ออยู่กับพี่แอ๊ป อยากได้อะไร เดี๋ยวช่อจะบอกพี่ต่ายเอง นะค่ะ อ้อ! ช่อรบกวนพี่ต่ายเตรียมชุดนอนให้เพื่อนช่อด้วย วันนี้พี่แอ๊ปเค๊าจะค้าง เป็นเพื่อนช่อ แล้วอย่าลืมอาหารเช้า เพิ่มอีกทีนะค่ะขอบคุณค่ะพี่ต่ายไปพักผ่อนเถอะ “

 

ช่อหันมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับกริยาอึ้ง แบบนะจังงังใดๆของผมทั้งสิ้น พร้อมทั้งยิ้มตาหยี บอกผมแบบขอบคุณที่ผมจะค้างเป็นเพื่อนเธอ ผมยังไม่หายเอ๋อและค่อยๆ จับตัวช่อเพื่อบอกสิ่งที่ผมพอจะทำเพื่อเธอได้ แต่คงไม่ได้ไปหมดทุกสิ่ง

 

“ช่อ อย่าทำอย่างนี้สิ พี่ยังไม่ได้บอกจะค้างด้วยเลย ได้ยินเสียงช่อสะอื้น แล้วมาเห็นช่อร้องไห้พี่ก็ใจเสีย อยากให้พี่มาหา พี่ก็มาแต่นี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าตกลง ช่อเป็น อะไร แค่น้อยใจพี่ที่ไม่มาหาใช่มั๊ยหรือ ช่อเป็นอะไรของช่อ โตแล้วอีกอย่างช่อก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบเด็ก พูดปด เข้าใจไม๊ค่ะ“

 

“ ก็พี่แอ๊ป ไม่รับโทรศัพท์ แล้วพี่แอ๊ปยังปิดเครื่อง พอวันนี้ ช่อแค่กอดพี่แอ๊ปหลวมๆ เหมือนทุกครั้งที่ทำ พี่กลับแกะมือช่อออกเหมือนช่อไม่เคยทำ ช่อว่า คำถาม ทั้งหมดช่อควรถามพี่ไม่ใช่พี่มาถามช่อ เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ ช่อกับพี่แอ๊ปห่างกัน มีใครเข้ามา หรือ ช่อเข้าใจอะไรผิดไปเอง ก็บอกช่อสิ“

 

ช่อนิ่งผมเองก็นิ่งไปด้วย เจอเด็กเจ้าปัญหาเข้าแล้วไง ถ้าผมบอกเธอว่า ผมสำนึกผิดผมมีแฟนที่ผมรักมาก และผมไม่อยากทำร้ายเด็กสาวที่น่ารักอย่างเธอไม่อยาก ทำร้ายจิตใจ พี่จิ๊กที่ อุตส่าห์ไว้ใจผมไปเสียทุกอย่าง แล้วตอนนี้ผมแค่อยากได้น้องสาวที่น่ารักๆ สักคน เธอจะตบผมสักฉาดใหญ่ๆไหม๊น่อ หรือคุณๆว่ายังไง?? แต่ช่อก็ ทำลายความเงียบระหว่างเราด้วยคำพูดที่ผม กำลังคาดเดา เด็กสาวอย่างเธอได้น้อยเต็มที่ หรือจะเรียกว่าผมไม่อาจจะหยั่งใจเธอได้ก็ได้มั้ง

 

“เอาเถอะ ช่อไม่มายหรอกนะ เรื่องหยุ่มหยิม แด๊ดของช่อเองก็มีหยุ่มหยิมอย่างงี้บ่อยๆ มามก็ไม่เคยว่าแด๊ด ช่อเองก็บอกพี่แอ๊ปได้ว่า ช่อหัวนอกอยากจะสนุกกะใคร ก็ทำ แต่ช่อต้องเป็นที่ 1 จะปลีกเวลาไปสนุก นั้นมันก็เรื่องของหนุ่มๆทำ ใช่มั๊ยค่ะ ช่อเข้าใจ อย่ากลัวว่าเรื่องแค่นี้ช่อจะโกรธเลย เล็กน้อย เอาเป็นว่าช่อเข้าใจอย่ากังวล นะค่ะคนดี “

 

ดูเอาเถอะ แม่คุณ แม่หัวสมัยใหม่ เธอทำตัวเหมือน แฟนสาวที่จับได้แต่ไม่ยี่หร่าอะไร แล้วยังเป็นแม่พระให้อภัยผม ให้กลับตัวกลับใจเสีย ผมกลัวที่สุดคือเด็ก แก่แดดแก่ลม แต่ผมว่าตอนนี้ ผมเองเจอเข้าจังเบ้อเร่อ วันนี้ ช่องอแง อย่างที่ผมไม่เคยเจอ หรือเธอกำลังรู้ว่าผมอึดอัด ผมชักไม่แน่ใจแล้วละ ว่าช่อต้องการอะไร และชม. บินระหว่างผมกับช่อ ใครเหนือกว่าใคร

“ แด๊ดกะมาม ไม่อยู่หรอ ถึงได้นั่งเหงา แล้วมางอแงอย่างงี้ “

“เรื่องปกติจะตายที่เค๊าไม่อยู่ถ้าเค๊าอยู่สิ เหตุการณ์ผิดปกติ ไม่เอาแหละ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า อย่าคุยเรื่องหนักๆสิ มาคุยเรื่องนี้กันดีกว่าพี่แอ๊ป คิดถึงช่อไหม๊ ?”

เธอทำเสียงออดอ้อนเป็นเด็ก พูดไม่พูดปล่าว ส่งสายตาหวานเป็นมะตูมเชื่อมมาเสียด้วย แล้วยังเอามือมากอดเอว อึมช่วงหน้าอกของช่อเบียดอยู่ที่สีข้างผม เอ !!! ผมว่า ผมกำลังเจอกลยุทธ์ให้ท่าอยู่หรือเปล่า ไม่หรอกม้าง เด็กอายุเท่านี้ เธอคงไม่รู้ว่าที่เธอทำอยู่ มันเล่นเอาผมหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง เฮ๊ย !!! นี่อย่าบอกว่าเธอ No bra นะ เพราะ ที่สีข้างผม กำลังสัมผัสอยู่นี่มันคือความว่างเปล่า ไม่มีอะไรคลุมหรือห่อหุ้มถึงจะไม่ใช่มือแต่ ความเป็นผมก็สามารถที่จะกะขนาดได้อย่างแม่นยำเหมือนคอมระบบ ดิจิตอลที่เดียว

 

ตายละหว่านี่ผมเผลอตัว ให้ความคิดทุเรศๆ โผล่มาได้ยังไง กับเด็กสาวที่ผมกำลังเพียรบอกตัวเองว่า จะให้เธอเป็นน้องสาวผม น้องสาวที่น่ารักน่าฟัด เฮ๊ย !!

 

พี่จิ๊กๆๆ ผมท่องเอาไว้ในใจ ต้องท่อง ต้องบอกตัวเองก่อนที่ผมจะเตลิดไปไกลกว่านี้ ช่อยังพูดอะไรต่อมิอะไรมากมาย เธอคงอยากเล่ามานานแต่ผมไม่เคยว่าง ฟังเธอ ทั้งเรื่องเพื่อนที่โรงเรียน เรื่องการเรียน ปากสีชมพูอ่อนนั้นยังคงเจื้อยแจ้ว ผมมองแล้วไม่ได้ช่วยผ่อนอารมณ์ตัญหาไปได้บ้างเลย ผมพยามคิด นี่ไง เด็กยังไงก็ ยังไม่ทิ้งนิสัยเด็ก เวลาที่ได้เป็นตัวของตัวเองก็มักจะเอาแต่ใจ ลองฟังเธอดูแล้วค่อยตะลอมให้เข้านอนดีกว่า เค๊าว่าเด็กพูดมากจะเหมื่อยแล้วหลับไปเอง

 

เธอ เอาศรีษะมาแนบกับอกผม ผมสัมผัสได้ว่าเธอเหงา เหงาจนจับใจ ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูดูไร้ค่าไปเมื่อมีผมมาแทนที ผมกอดเธอเบาๆให้เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ อยู่คนเดียว เธอคงเคว้งคว้าง หน้าที่พี่ชาย เอ๊ย พี่สาว แหวะพูดแล้วก็แขยงปาก จะพี่อะไรที่ผมสามารถ เป็นให้เธอได้ ผมก็อยากจะเป็นให้เธอ อย่างที่บอกนั้นแหละครับ เธอใส จนผมไม่อยากให้แก้วอย่างเธอแตกลงต่อหน้าต่อตา

 

 

“ นอนเป็นเพื่อนช่อนะ พรุ่งนี้พี่ไม่ต้องไปเรียนช่อจำได้ อยู่เป็นเพื่อนช่อสักหน่อยนะ นะค่ะพี่แอ๊ป “

น้ำเสียงเธอ ดูจริงใจไม่ได้ มีมารยาเลยแม้แต่นิดเดียว ผมจะบอกเธอยังไงดี ผมขบคิดหาเหตุผลจะบอกเธอเพื่อปลีกตัวออกมา แต่พอเห็นหน้าที่เงยมีหยาดน้ำตาคลออยู่ที่ตาเด็กสาว คำพูดทั้งหมดของผมเลยต้องกลืมลงคอไปเสียทั้งหมดนั้นเลย

“ นะค่ะ พี่แอ๊ป อยู่เป็นเพื่อนช่อ ช่อไว้ใจพี่แอ๊ปคนเดียว ไม่อยากนอนใกล้ใครเลย “

ผมรู้สึกตัวเองอีกที ก็พยักหน้าตอบรับช่อไปเสียแล้ว พระเจ้า พระเจ้า โอ้พระเจ้า ผมรู้แล้วว่าทำไมพระเอกฝรั่งถึงขยันเรียก พระเจ้ากันนักเวลาเผลอตัว เผลอใจทำอะไรไม่เข้าท่าแบบผม

 

ช่อกระวีกระวาดดึงผมไปที่ตึกใหญ่ของเธอ ผมไม่ลืมโทรไปบอกแม่ว่าวันนี้ วิมมีงานให้ผมพิมพ์อีกแล้ว ถ้าแม่ไม่ว่าผมขอนอนเป็นเพื่อนวิม ตอนนี้ผมอยู่ใน ห้องน้ำของช่อ อาบน้ำไปแบบไม่ค่อยใส่ใจตัวเอง อะไรจะเป็นหลักประกันว่า พี่ที่แสนใจดีอย่างผม จะไม่กินไก่วัดเสียเอง สัมผัสเมื่อครู่ ยังติดสีข้างผมมาอยู่เลย

 

ผมไม่อยากเลวเลยจริงๆ เลยนะทุกท่านแต่ถ้าใครมาเป็นผม ก็คงจะเลวเอาได้ง่ายๆเหมือนกัน ผมสะบัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวแล้วสวมเสื้อผ้าเดินออกไปสู่ ห้องนอนของช่อ สายตาของผมพลันไปประทะ กะร่างในมุมมืด นี่อย่าบอกว่าแม่ช่อตัวแสบ เปลี่ยนชุดนอนมาเป็นซีทรู สีดำ นะท่านผู้ชม ...

 

ผมตาค้างปากอ้า เหมือนเจอผี แต่ผมว่า ผีตัวนี้ ไม่ธรรมดา เพราะ แม่เล่นใส่ ซีทรูลูกไม้ ผมเปียแบบ เด็กสาวกระโปโล ถูกสยายออก แหม๊!! ไม่อยากบอกเลยว่า ใจผมเต้นเร็วกว่าเมื่อตอนอยู่กับพี่จิ๊ก แบบ 2 ต่อ 2 นั้นเสียอีก กลิ่นน้ำหอมรัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องน้ำหอมผู้หญิงหรอกแต่ผมบอกได้ว่า เทสต์ในการเลือกน้ำหอมของเจ้าตัวเล็ก ทำเอาผมใจฝ่อที่เดียวอาจจะเพราะพี่จิ๊กไม่เคยมีรูปแบบอย่างนี้กับผม มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้อาบไว้ด้วยมายา

 

“ อาบน้ำแล้วเหรอค่ะ ปะ งั้นนอนเหอะ นอนคุยกันก็ได้ ช่ออยากคุยกับพี่แอ๊ป ไม่ได้คุยกันเลย “

 

     ช่อหันมายิ้มแบบไร้เดียงสา หน้านวลนั้นทาด้วยอะไรนะ อึม แป้งเด็กละมั้ง? ที่ผมได้กลิ่นเพราะช่อเดินจูงผมมาที่เตียงแล้วซุกตัวลงข้างผม พออยู่ใกล้ช่อ กลิ่นที่ว่าหอมๆ กลับเป็นกลิ่นแป้งเด็กไปเสียนี่ นี่หรือเปล่านะ ที่แม่ชอบบอกผมว่ากลิ่นสาปสาว แม่ผมท่านว่า สาวๆทุกคนจะมีกลิ่นของตัวเอง ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียกชื่อว่าอย่างเงี้ยแหละ มันจะหอม ห๊อม หอม จนหนุ่มๆหลง เด็กคนนี้ มีกลิ่นที่ผมคิดว่า ผมอาจจะหลงเธอเข้าแล้ว ผมลูบผมเธอไปช้าๆ ระหว่างบทสนทนาของเรา

 

“ ช่อชอบให้พี่ลูบผมช่อค่ะ เหมือน มัม ลูบให้ช่อ ตอนช่อยังเด็กๆ เลย รู้ไม๊ ช่อชอบชื่อช่อนะ ถึงเพื่อนๆที่ โน้นจะเรียกชื่อของช่อ เป็น เฌอ ก็เหอะ “

“ เฌอ เหรอ พี่ว่าเพราะออก ทำไม ไม่ให้เพื่อนๆที่นี้เรียกละ เด็กไทยน่ะ ชอบมีชื่อฝรั่งจะตาย ไม่เคยได้ยินเพลง คุณลำไยเหรอ “

 

     ว่าแล้วผมก็ร้องเพลงนั้น พร้อมกับทำหน้าแบบมิวสิค ช่อหัวเราะคิกคักเบาๆ ผมมองกริยานั้นแล้วรู้สึกแปลกยังไงบอกไม่ถูก ช่อหยุดหัวเราะ แล้วจ้องตาผมกลับ สายตาเธอท้าทายผมจริงๆ

 

“ อึมมม เพราะ มัมกะแด๊ด ของช่อเป็นคนไทย แล้ว ช่อว่าชื่อ ช่อ น่ารักดี ช่ออยู่เมืองนอกนานพอแล้ว ช่อกลับมาอยู่ไทย ช่อชอบภาษาไทย ช่อชอบชื่อไทย ช่อชอบเมืองไทย แล้วอีกอย่างนึง…….. “

“ อือ อะไรละ เล่าๆแล้วก็หยุดไปดื้อๆ “

 

           ผมหลบสายตาเธอ เพราะเธอเล่าๆแล้วก็จ้องมองเหมือนกับอยากให้ผมรู้อะไรในใจเธอไปหมด ผมต้องทำเป็นมองฝ้ามองเพดาน โอ๊ย !! ทอมชีกออย่างผม ต้องมาตกม้าตายเพราะยัยเด็กแก่แดด คนนี้เหรอเนี๊ย

 

“ช่อคิดว่า ตัวเองกำลังหลงรักคนไทยนะสิ ถามมาได้“

ผมยิ่งเขินมากขึ้นไปอีก จนต้อง ชวนเธอเปลี่ยนเรื่องคุย ช่อคงรู้ทันเพราะเธอแซวว่า ขนาดมืดอย่างงี้ ยังมองเห็นว่าหน้าผมแดง แล้วยังซุกตัวเบียดมาชิดผม เข้าไปอีก

ผมว่าผมคงยอมเลวยอมแบบไม่มีข้อแม้แล้วละ ผมหันไปมองช่อให้แน่ใจว่า จะทำอย่างที่ใจคิด ถ้าช่อ say no อย่างมากผมก็โดนตบสักฉาดใหญ่ๆ พร้อมคำสบถ แล้วเธอก็คงตะเพิดผมกลับบ้านก็ดี เพราะผมจะได้หยุดตัวเองและหัวใจได้

 

     ผมเอียงตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะใช้ริมฝีปาก สัมผัสกับริมฝีปากสีชมพูคู่นั้น ผมนิ่งอย่างชั่งใจว่าช่อจะผลักผมออกไม๊ ไม่เลย ไม่มีปฏิกริยาที่ทำให้ผมคิดว่าตัวเองเลวเลย แฮะ แถมเธอยังเป็นคนรุกผมก่อนด้วยการสอดลิ้นมาตวัดที่ปากผม เอิบ ผมอึ้งครับ แต่มือไวกว่าความคิด ผมเอื้อมมือไป จับหน้าอกเธอ เอื๊อกกก!! อย่าให้ผมบรรยายเลย คุณๆ จะตะบะแตกเอาเปล่าๆ เสียงร้องของเธอ เล่นเอาผมกลัวพี่ คนใช้จะได้ยิน ถ้าพี่จิ๊กเป็น เครื่องเล่น cd ผมว่า น้องช่อ ก็ Dvd ละครับ เพราะทั้งเสียง ลีลา และ อึม ลูกอึด เธอเยี่ยมจริงๆ จ๊ากก ผมพูดอะไรเนี๊ย

 

     เอาเป็นว่า คืนนี้ผมเป็นพี่เลวๆ ไปแล้วก็แล้วกัน ที่สำคัญ ผมเพิ่งรู้ว่าผมไม่ใช่คนแรกของเธอ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกก็ดูเธอชำนาญขนาดนั้น ไม่ร้องห้ามผมสักนิด แล้วถ้าผมบอกว่า ช่อบอกผมว่า

 

“ พี่แอ๊ป อย่าซีเรียสอะไรกับช่อนักนะค่ะ คือ ช่อหมายถึง อย่าคิดว่าการนอนกะช่อต้องรับผิดชอบช่อ ช่อว่า มันอาจจะความเหงา อึม เหมือนคนเหงาเจอกันก็ได้ นะ “

 

     นั้นเป็นไง ผมเป็นคนเหงาไปเสียแล้ว ที่สำคัญ คุณช่อเธอกำลังปลอบผม เธอคงกลัวผมจะจริงจังกับเธอมากกระม้าง เหอๆๆ ผมไม่รู้จะพูดอะไร ก็ได้แต่ยิ้มๆ กว่าช่อจะยอมให้ผมกลับบ้าน ก็เล่นเอาผม ตาโบ๋กลับบ้าน ผมต้องปิดมือถือเพราะกลัว พี่จิ๊กโทรมาแล้วผมจะหาคำตอบให้คุณเธอไม่ได้

 

     ผมขับรถออกจากบ้านช่อ ตอน เที่ยง แม่ตัวดี จุ๊บที่หน้าผาก เหมือนภรรยาที่ออกมาส่งสามีไปทำงานหรือ อ่า ส่งคนรักอะไรทำนองนั้นถามว่าผมอายพี่ต่าย คนใช้ของช่อไม๊ ถ้าผมบอกว่า พี่เค๊าหัวเราะคิกคักกันตั้งแต่เห็นผมเดินลงมาละ คุณจะว่าไง ผมเลย หน้าด้านไปโดยปริยาย ผมนึกถึงเรื่องที่ช่อเล่า เรื่องแฟนคนแรก ที่เธอมีอะไรด้วย เธอรักเค๊ามาก แล้วแฟนเธอคนนั้นก็ดันเป็นผู้หญิงปกติ ที่ไม่ได้เป็นเหมือนผมสักนิด

 

     มิน่าเธอถึงใช้คำว่า คนเหงามาเจอกันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ช่อทำตาแบบ เด็กสาวที่ยังไม่ลืมความรักครั้งนั้น ตอนที่เล่าเรื่องคนของเธอ

 

“ เค๊ามีคนรักของเค๊า แต่เค๊าสนิทกับช่อ ตอนที่ ช่ออยู่ประถมเตรียมเข้าเรียน ม.ต้น พี่เค๊าเป็นครูสอนพิเศษช่อเอง แต่เราอายุห่างกันไม่มากนะ พี่เค๊าอยู่ปี 3 เอง พี่เค๊ากับแฟนคบกันมาตั้งแต่อยู่ม.ต้น อึม ช่อก็ไม่รู้ว่ารักเค๊าแบบไหน แต่พอพี่เค๊าเล่าเรื่องแฟนเค๊าที่ไรช่อต้องแอบร้องไห้ทุกที“

ผม เลยพอจะเดาว่าเธอพยายามหาใครมาแทน พี่สาวคนนั้นของเธอ แปลกไม๊ ถ้าผมบอกว่าแอบเจ็บตอนที่ฟังเรื่องนี้จากเธอ ทำไมนะทำไมผมต้องเจ็บกับ คำพูดของช่อด้วย

             “ ตอนนี้ละทำใจได้หรือยัง ? หรือ ยังร้องไห้ อยู่เหมือนเดิม “

     ช่อหันหน้ามา แล้วไม่ตอบ แต่บอกผมว่า มันเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ พี่สาวคนนั้นคงต้องการเห็นช่อดำเนินชีวิตแบบปกติ แต่ช่อ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

ชีวิตของเธอจะปกติ เพราะ เธออบอุ่นเมื่อได้อยู่ใกล้ผู้หญิงมากกว่า ผมกำลังคิดว่าตัวเองควรบอกเรื่องพี่จิ๊กดีมั๊ย เพราะช่อเองก็บอกว่า ไม่ชีเรียสอะไรกับผม แต่ อะไรจะบ่งบอกได้ว่า สิ่งที่ผมคิดมันจะจริงไปทุกๆอย่าง ผมเลือกเงียบ ค่อยดูอีกทีดีกว่า ถ้าช่อรับได้ ผมก็จะบอกเรื่องพี่จิ๊ก เพราะถึงบอกไปตอนนี้ ปัญหาจะเกิดกับผมเอง นั้นแหละ

 

 

            พอผมเปิดมือถือ ผมก็ได้รับข้อความที่ฝากไว้ จากพี่จิ๊ก เธอถามผมว่าปิดมือถือทำไม เป็นที่รู้กันว่าผมไม่ค่อยปิดมือถือ ไม่ว่าจะอะไรทั้งสิ้นถ้าผมปิด มันจะเป็นกรณีพิเศษมาก พี่จิ๊กโทรไปที่บ้านและที่บ้านบอกผมไปนอนบ้านเพื่อน แต่ที่ผมบอกพี่จิ๊กไว้ คือ ผมจะไปบ้าน ย่า อึม ทำยังไงดี ผมมีเวลาไม่มาก เพราะ ตอนเย็น ผมคาดว่าพี่จิ๊กต้องโทรมา และผมควรจะพาเธอไปดูหนัง เพื่อแก้ตัว และไม่ให้พี่จิ๊กโกธรมากไปกว่านี้

 

            เมื่อผมมาถึงบ้าน พ่อกับแม่นั่งดูทีวีกัน พ่อหันไปซุบซิบกับแม่เกิดอะไรขึ้น มีอะไรในตัวผมเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเชียวเหรอ แค่ผมไม่นอนบ้านคืนเดียวเท่านั้น เอง ผมกล่าวทักทายท่านทั้งคู่ก่อนจะขอตัวไปนอนพร้อมทั้งกำชับแม่ว่าไม่รับโทรศัพท์ใคร ก่อนที่จะเดินขึ้นบันได แต่ผมต้องชะงักเมื่อแม่เอ่ยประโยคนึงขึ้นมา “ เมื่อเช้าวิมโทรมา บอกว่า ถ้าว่างโทรกลับด้วยนะแอ๊ปนะ อึมม ตกลงเมื่อคืนลูกไปนอนไหน บ้านวิม หรือบ้านใคร “

 

            นั้นประไร ไอ้เพื่อนเฮงซวย ทำไมมาแจ๊ตพ๊อตอย่างงี้นะ ผมหันมายิ้มให้แม่อย่างประจบ ก่อนลงเดินลงมาทำหน้าออเซาะ แม่พ่อทำเป็นหันไปสนใจหนังสือพิมพ์ แต่ผมรู้ หูพ่อคอยฟังคำตอบของผม เหมือนลุ้นบอล ว่าจะเข้าโกลล์หรือไม่เข้า ก็พ่อลูกกันไม่รู้กันได้ไง

 

“ ไหน แล้วทำไมหน้าตามันถึงโทรมยังกะไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างงี้ละ ลูกไปทำอะไรมาเราไม่เคยปิดกันแม่ไม่เคยว่าแอ๊ป ไหนบอกแม่สิ “

 

          แม่จับคางผมแล้วสำรวจหน้าผม แบบ เซ็นติเมตรต่อเซ็นติเมตรเลยที่เดียว เสียงพ่อดังขึ้นก่อนที่ผมจะอ้าปาก ตอบคำถามแม่

“ แปลกนะแม่ ยังไม่ถึงเดือน 12 ทำไม หมาหนุ่มๆ บ้านเรา มันไปติดตัวเมียบ้านอื่น แอ๊ป แกว่าแปลกไม๊ แล้วแกก็ช่วยบอกแม่แกทีสิ ว่าอย่าห่วงหมาตัวนี้นัก พอพ้นเดือน 12 มันก็กลับบ้านเองนั้นแหละ “

 

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic